“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

เศรษฐกิจ
15:23
จำนวนผู้ชม 27
“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

ปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการบริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งภาคเกษตรทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น “ผำ” ซึ่งเป็นพืชอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย จึงตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีโปรตีนประมาณ 30-50% ของน้ำหนักแห้ง พร้อมกรดอะมิโนจำเป็นใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ อุดมด้วยใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนทางเลือกและอาหารสุขภาพจากธรรมชาติที่ผ่านการแปรรูปต่ำ

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แนะ “ซูเปอร์ฟู้ด” ไทย หนุน “ผำ หรือไข่ผำ (Wolffia)” เป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนตัวใหม่ ชูจุดเด่นโภชนาการสูง ปลูกง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โปรตีนพืช (Plant-based) ของโลก แนะผู้ประกอบการไทยยกระดับการผลิตสู่มาตรฐานสากล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรสู่ “อาหารแห่งอนาคต” ที่บริโภคได้หลากหลายรูปแบบ

“ทองคำสีเขียว” แห่งวงการโปรตีนทางเลือกโลก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ผำ ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี เติบโตเร็ว และใช้ทรัพยากรต่ำ เป็นพืชน้ำจืดที่ใช้น้ำน้อย ใช้พื้นที่น้อย เลี้ยงในพื้นที่จำกัดและไม่ต้องใช้สารปราบศัตรูพืช ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าพืชโปรตีนอื่น และเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

ในขณะที่ศักยภาพของผำสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food Tech) เช่น ฟาร์มบ้านไข่ผำ, Wolffia Bangkok และ Wolffia Plus ที่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า การยกระดับการเพาะเลี้ยงด้วยนวัตกรรมฟาร์มระบบปิดสามารถดันปริมาณโปรตีนในผำให้สูงถึง 40% และภาคเอกชนได้พิสูจน์ให้เห็นถึง มูลค่าเพิ่ม จากการแปรรูปผำสดเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่างผงโปรตีนอบแห้งที่มีมูลค่าสูงถึง 3,000 - 5,000 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะนี้ ผู้ประกอบการหลายแห่งกำลังเร่งขยายการส่งออกสู่ตลาดอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลางและญี่ปุ่น ที่ต้องการพืชโปรตีนที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำ และมีวิตามินบี 12 ซึ่งหาได้ยากในพืชทั่วไป จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าภาคธุรกิจพร้อมที่จะดันผำไทยให้เป็น “ทองคำสีเขียว” แห่งวงการโปรตีนทางเลือกโลก

ไทย มี “ผำ” 3 สายพันธุ์ ชูจุดเด่นโปรตีนสูง48%

ผอ.สนค. กล่าวว่า ภาครัฐและสถาบันการศึกษาของไทย เร่งยกระดับศักยภาพของผำไทย ในช่วงปี 2567-2568 ข้อมูลจากการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐ ระบุว่า ไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ผำระดับซูเปอร์ฟู้ดคุณภาพสูงถึง 3 สายพันธุ์ ที่ให้โปรตีนสูง 46 - 48.6% และกำลังเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงผ่าน ฟาร์มผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม เชิงพาณิชย์ ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อรับประกันผลผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และปราศจากการปนเปื้อน ปูทางสู่การรับรองมาตรฐานสากลและก้าวเป็น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารโลกได้อย่างยั่งยืน

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

แม้ปัจจุบันระบบนิเวศการเพาะเลี้ยงจะขยายตัวตั้งแต่ฟาร์มขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ผลิตผำสดได้มากกว่า 500 กิโลกรัมต่อวัน แต่อุปสรรคสำคัญคือ ต้นทุนการแปรรูป โดยเฉพาะการอบแห้งผำที่ยังมีต้นทุนสูง และยังไม่มีเครื่องจักรในอุตสาหกรรมที่ออกแบบเพื่อการอบผำโดยเฉพาะ

ผศ. ดร.เมธา มีแต้ม ผู้ก่อตั้งบริษัท แอดวานซ์ กรีนฟาร์ม จำกัด เสนอให้ภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนุนการจัดตั้ง “ศูนย์แปรรูป” (Processing Center) เพื่อทลายกำแพงต้นทุนและสร้างมาตรฐานการผลิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมแนะภาครัฐเร่งประชาสัมพันธ์คุณประโยชน์ของผำ เพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาด และผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารหันมาใช้ผำเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเป็นรูปธรรม

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

แนะผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนบทบาทเป็น “ผู้แปรรูป”

รายงานจาก DataM Intelligence ประเมินว่า ตลาดโปรตีนจากแหนเป็ด (Duckweed Protein Market) พืชตระกูลเดียวกับผำ ในปี 2568 มีมูลค่าราว 179.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะสูงถึง 344.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโต (CAGR) ถึง 8.5% ต่อปี โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่สุดถึง 45% สอดคล้องกับรายงานของ Global Market Insights ที่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์แหนเป็ดในรูปแบบ “ผง (Powder)” ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดกว่า 66.3% เนื่องจากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับกรณีของสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหารในสหรัฐอเมริกาอย่าง Plantible Foods สามารถระดมทุนในระดับ Series B ได้สูงถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,000 ล้านบาท) เพื่อขยายกำลังการผลิตโปรตีนจากแหนเป็ดโดยเฉพาะ

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก

นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่นอย่าง Floatmeal ที่กำลังเตรียมขยายฐานการผลิตผำ (Wolffia) ระดับอุตสาหกรรมในไทย โดยชูจุดเด่นเรื่องความยั่งยืนว่าผำใช้น้ำและพื้นที่น้อยกว่าพืชเกษตรดั้งเดิมหลายสิบเท่า การเติบโตของตลาดโลก คือสัญญาณที่ชี้โอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมผำ และพืชในตระกูลแหนเป็ดที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

สำหรับผู้ประกอบการไทย ผำ คือ โอกาสในการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายวัตถุดิบมาเป็นผู้แปรรูปซูเปอร์ฟู้ด ภาครัฐสามารถช่วยประชาสัมพันธ์คุณสมบัติและคุณประโยชน์ของผำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งผำยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต ตามเทรนด์ตลาดสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดแข็งด้าน Plant-Based และการติดฉลากคลีน (Clean Label) จะทำให้ผำก้าวข้ามตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นแท่นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างยั่งยืน โอกาสทางธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตให้มากกว่าเดิม แต่อยู่ที่การผลิตให้ ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น

อ่านข่าว:

พณ.เร่งเจาะตลาดเข้าญี่ปุ่น หวังดันยอดส่งออกข้าวไทยพุ่ง เป้า 7 ล้านตัน

ภัยเงียบ "ซาร์โคพิเนีย" รู้ทันก่อนกล้ามเนื้อหาย สุขภาพพัง

เปิดงานวิจัย "ไมโครพลาสติก" ภัยร้ายทำลาย "ชีวิตมนุษย์"