ทีมสุดซอยยื่นหลักฐาน DSI ฟัน "บริษัทค้าน้ำมัน" สืบหาบอสเบื้องหลังขบวนการ

อาชญากรรม
14:05
จำนวนผู้ชม 34
ทีมสุดซอยยื่นหลักฐาน DSI ฟัน "บริษัทค้าน้ำมัน" สืบหาบอสเบื้องหลังขบวนการ
ทีมสุดซอยและฝ่ายกฎหมายกระทรวงพลังงานยื่นหลักฐานให้ดีเอสไอฟันเพิ่ม "บริษัทค้าน้ำมัน" จ.อ่างทอง" ชี้ซุกน้ำมันช่วงวิกฤตพลังงาน ไม่แจ้งปริมาณรายวันรวม 20 ครั้ง ฝากขยายผลตามหาบอสคนสุดท้ายที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ

วันนี้ (20 พ.ค.2569) น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมทีมกฎหมายกรมธุรกิจพลังงาน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

น.ส.ฐิติภัสร์​ ระบุว่า สืบเนื่องจากในช่วงเดือน มี.ค. - เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤตพลังงาน แต่บริษัทดังกล่าวจงใจไม่รายงานปริมาณการรับเข้า-จ่ายออกน้ำมันเชื้อเพลิงรายวัน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 รวมทั้งสิ้น 20 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงเดือน มี.ค. 6 ครั้ง และเดือน เม.ย. 14 ครั้ง ซึ่งการขัดคำสั่งประกาศนายกฯ มีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปีต่อครั้ง ต่างกรรมต่างวาระ

การกระทำนี้ส่อเจตนาลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบ ตรวจสอบเส้นทางไม่ได้ และสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศโดยตรง

น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุอีกว่า ​จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกของพลังงานจังหวัดอ่างทอง พบความผิดปกติในโครงสร้างธุรกิจ 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1. ​ใช้คนขับรถบังหน้า โดยชื่อกรรมการบริหารของบริษัทดังกล่าวเป็น "คนขับรถขนส่งน้ำมัน" ของบริษัทขนส่งในเครือ ส่วนกรรมการของบริษัทขนส่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคลังน้ำมันในเวลาเดียวกัน ถือเป็นพฤติกรรมการทำนิติกรรมอำพราง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบหาบอสคนสุดท้ายที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ตัวจริงได้ง่าย

และ 2.​ เครือข่ายครอบครัวทั่วประเทศ พบความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนนี้กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ได้แก่ เชียงราย, พิษณุโลก, เพชรบุรี, ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยใช้ชื่อบริษัทแตกต่างกัน แต่ใช้โมเดลธุรกิจเดียวกันและใช้คนในเครือญาติ-ครอบครัวนั่งไขว้ตำแหน่งกรรมการไปมา ล่าสุดที่ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ขยายผลพบว่าออกใบกำกับขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนถึง 662 ใบ

​ขณะที่การซื้อขายของบริษัทใน จ.อ่างทอง ยังพบผิดปกติ เนื่องจากซื้อน้ำมันกับบริษัทอีกแห่งหนึ่ง แต่บริษัทผู้ค้าไม่ออกใบกำกับการขนส่งให้ แต่กลับให้คลังน้ำมันของบริษัทที่มีกรรมการชุดเดียวกัน เป็นผู้ออกเอกสารแทน

​"ตอนนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อชี้เป้าว่าใครคือบอสคนสุดท้ายที่อยู่เบื้องหลังขบวนการและคอยสั่งจ่ายเงินทั้งหมด ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงนักธุรกิจน้ำมันชื่อดังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือไม่นั้น ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ" น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว

กรณีที่มีการชี้แจงว่า เอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับที่กรอกรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน 8 ข้อ เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนในการกรอกแบบฟอร์มรายงาน ไม่ใช่การจงใจเวียนเอกสารหรือปกปิดข้อมูลนั้น น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า กรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามประกาศที่มีมาตั้งแต่ปี 2562 เอกสารดังกล่าวเป็นแบบเช็กลิสต์ที่ต้องปฎิบัติตามอย่างเท่าเทียมกันทุกมาตรา ไม่ว่ารายใหญ่หรือรายย่อย ดังนั้นคำชี้แจงหรือข้อแก้ต่างใดๆ ถือเป็นหน้าที่ของกลุ่มบริษัทที่จะต้องนำหลักฐานเข้าไปชี้แจงและพิสูจน์ตัวเองกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงานน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค. จนถึง​ปัจจุบัน มีการแจ้งความหรือร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วกี่คดี น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า มีถึง 10 คดีแล้วเกี่ยวกับประเด็นน้ำมันปลอม การลักลอบขนส่งออกนอกระบบและการขายน้ำมันเกินราคา โดยหวังว่าชุดข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้จะเป็นหลักฐานให้ตำรวจและดีเอสไอดำเนินการกับขบวนการเอาเปรียบประชาชนได้สำเร็จ

อ่านข่าว

เตือน 14 จังหวัด เสี่ยง "น้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม" 20-22 พ.ค.นี้

คุมตัว "ไพศาล" หมอดูชื่อดัง สอบปากคำกองปราบ คดีล่วงละเมิดทางเพศ

"ปูติน" พบ "สี จิ้นผิง" ยกระดับสัมพันธ์รัสเซีย-จีนในวันโลกป่วน