วันนี้ (24 พ.ค.2569) ผศ.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและการสร้างความคุ้มครองทางกฎหมายแก่กลุ่ม "แรงงานแพลตฟอร์มและไรเดอร์" โดยระบุว่า สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 1 ปี ตามที่ทางรัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569
ในการสร้างสวัสดิการขั้นพื้นฐานและการคุ้มครองแรงงานกลุ่มดังกล่าว คือการเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สถานะการจ้างงานให้มีความถูกต้องตามความเป็นจริงว่า แรงงานแพลตฟอร์มและไรเดอร์มีสถานะทางกฎหมายเป็น "ลูกจ้าง" ไม่ใช่แรงงานนอกระบบอย่างที่ถูกดึงดันให้เป็นอยู่ในปัจจุบัน
หากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการพิสูจน์สถานะได้สำเร็จ จะเป็นการเปิดประตูให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมภาคบังคับตาม ม.33 ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่พึงได้ในฐานะประชากรแรงงานอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงทันที
ทั้งนี้ ผศ.กฤษฎา ได้เสนอแนะให้ใช้หลักการบริหารแรงงานและสถิติแรงงานตามมาตรฐานสากล หรือ ICSE-18 มาเป็นเครื่องมือในการจำแนกประเภท โดยตามหลักการดังกล่าวจะมีการจัดหมวดหมู่แรงงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- แรงงานอิสระหรือไม่ต้องพึ่งพิง ซึ่งนิยามตรงกับแรงงานนอกระบบ
- แรงงานไม่อิสระหรือต้องพึ่งพิง ซึ่งก็คือนิยามของคำว่าลูกจ้าง
เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการทำงานของแรงงานแพลตฟอร์มที่รับงานผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร (ไรเดอร์) หรือพนักงานให้บริการทำความสะอาด จะพบว่ามีความสัมพันธ์เชิงการจ้างงานที่ชัดเจน เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้ต้องรับคำสั่งและปฏิบัติงานเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลตอบแทนที่เป็นรายได้จากบริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม
ดังนั้น แรงงานกลุ่มนี้จึงจัดอยู่ในฐานะแรงงานไม่อิสระและสมควรได้รับการรับรองสถานะเป็นลูกจ้างอย่างไม่มีข้อกังขา ส่วนรายละเอียดว่าจะเป็นลูกจ้างประเภทใดนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาในข้อกฎหมายลำดับถัดไป
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า การที่สังคมและหน่วยงานรัฐจำแนกสถานะของแรงงานแพลตฟอร์มและไรเดอร์ให้เป็นแรงงานนอกระบบ ถือเป็นความผิดพลาดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้แรงงานขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่พึงมี
จนทำให้แรงงานกลุ่มนี้เหลือทางเลือกเพียงแค่การสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจตาม ม.40 ของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบเพียง 2 ฝ่าย คือจากตัวแรงงานเองและจากงบประมาณสนับสนุนของรัฐบาล โดยที่บริษัทผู้ประกอบการเจ้าของแพลตฟอร์มไม่ต้องรับผิดชอบร่วมจ่ายเงินสมทบใด ๆ ทั้งสิ้น
พฤติการณ์เช่นนี้จึงถือเป็นการบิดเบือนสิทธิสวัสดิการของแรงงานและเป็นการอำพรางความสัมพันธ์การจ้างงานที่แท้จริง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทแพลตฟอร์มเหล่านั้นต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสุขภาวะและความมั่นคงของแรงงาน
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงานจำเป็นต้องดำเนินการภายหลังจากกระบวนการพิสูจน์สถานะเสร็จสิ้น คือการตรากฎกระทรวงรองรับโดยอาศัยอำนาจตาม ม.22 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
เพื่อให้ไรเดอร์และแรงงานแอปพลิเคชันได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ที่ไม่แตกต่างจากลูกจ้างทั่วไป หรือพิจารณาจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับแรงงานแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่ โดยเน้นย้ำว่าขอบเขตของกฎหมายฉบับใหม่จะต้องครอบคลุมทั้งกลุ่มแรงงานที่ทำงานบนพื้นที่ทางกายภาพ และกลุ่มแรงงานที่ปฏิบัติงานบนระบบออนไลน์ เช่น งานสร้างสรรค์หรืองานบริการเฉพาะทางที่รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มักถูกละเลยและมองไม่เห็นในสังคมไทย
พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงแรงงานควรหลีกเลี่ยงการนำร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ มาใช้เป็นบรรทัดฐาน เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวจะยิ่งทำให้เกิดการนิยามสถานะที่ผิดพลาด โดยจะจัดให้ไรเดอร์กลายเป็นเพียงกลุ่มผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ และจำแนกแรงงานรับงานไปทำที่บ้านให้อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานจริง
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานควรยกระดับการร่างกฎหมายโดยศึกษาอ้างอิงจากหลักการของข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยงานแพลตฟอร์ม ที่ระบุให้ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ต้องจัดทำกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 ธ.ค.2569 รวมทั้งพิจารณาร่วมกับร่างอนุสัญญาและข้อแนะว่าด้วยงานที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในสมัยที่ 114 ระหว่างวันที่ 1 - 12 มิ.ย.2569 นี้ ทั้งนี้ เมื่อสามารถยืนยันสถานะความเป็นลูกจ้างได้แล้ว สำนักงานประกันสังคม จะต้องปรับปรุงระบบให้สอดรับกับการเข้าสู่มาตรา 33 ของกลุ่มแรงงานเหล่านี้ เช่น การคำนวณสิทธิ์ตามสัดส่วนชั่วโมงการทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นงานเต็มเวลาหรือบางเวลา
ที่สำคัญที่สุดคือการบังคับให้บริษัทแพลตฟอร์มต้องร่วมจ่ายสมทบเข้าสู่กองทุนเงินทดแทน เนื่องจากลักษณะงานของไรเดอร์มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงมาก ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาด้านอื่น ๆ อาทิ การกำหนดมาตรฐานค่าจ้างเพื่อดำรงชีวิต การสร้างหลักประกันรายได้เมื่อว่างงานหรือลาคลอด การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการเกษียณ และการส่งเสริมสิทธิ์ในการจัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อเป็นตัวแทนในการเจรจาต่อรองร่วมอย่างเป็นธรรม
อ่านข่าวอื่น :
ลุยเกาะพะงัน! ฝ่ายปกครองบุกจับ 2 โรงแรมเถื่อนเข้าข่ายทุนนอมินีอิสราเอล
ไทยพบโควิด "NB.1.8.1" เป็นสายพันธุ์หลัก
ผู้สูงอายุแห่ยืนยันตัวตน เตรียมลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" 6 โมงเช้า 25 พ.ค.
สื่อเผยมือยิงทำเนียบขาว พบประวัติป่วยจิตอ้างเป็นพระเยซู-โพสต์ขู่ทำร้าย "ทรัมป์"

