วันนี้ (24 พ.ค.2569) บรรยากาศตามสาขาของธนาคารกรุงไทยในหลายพื้นที่ช่วงสุดสัปดาห์เป็นไปอย่างคึกคัก หลังประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาติดต่อขอยืนยันตัวตน เพื่อเตรียมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 25 พ.ค.2569 โดยประชาชนต่างคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังซื้อยังชะลอตัว
ที่ จ.กำแพงเพชร ประชาชนจำนวนมากเดินทางมายังธนาคารกรุงไทย สาขาชากังราว เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีลูกหลานพามาด้วย หลังไม่สามารถดำเนินการผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์จากเบอร์เดิมที่เคยผูกไว้กับระบบ ทำให้ไม่สามารถรับรหัส OTP เพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันได้ตามขั้นตอนปกติ หลายคนยอมรับว่าไม่ต้องการพลาดสิทธิ์ เพราะมองว่าโครงการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
ขณะเดียวกัน ที่ จ.นครสวรรค์ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์หลายแห่งเริ่มติดป้ายประชาสัมพันธ์เตรียมรองรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งมีกำหนดเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ผู้ประกอบการเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดขายและทำให้ประชาชนกล้าจับจ่ายมากขึ้น
เจ้าของร้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง" มาแล้ว 2 ครั้ง และทุกครั้งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่งผลให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จึงคาดหวังว่าโครงการใหม่จะช่วยสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ด้านมุมมองทางเศรษฐกิจ นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจาก TDRI ประเมินว่า ประสิทธิภาพของโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจลดลงเมื่อเทียบกับโครงการ "คนละครึ่ง" และ "คนละครึ่งพลัส" ในอดีต เนื่องจากแนวคิดของคนละครึ่งใช้หลักตัวคูณทางเศรษฐกิจที่ทำให้เงิน 1 บาทจากภาครัฐสามารถสร้างมูลค่าหมุนเวียนได้มากกว่า 2 บาท หรือประมาณ 2 เท่า แต่สำหรับไทยช่วยไทยพลัส หากรัฐอัดฉีดเงิน 60 บาท เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจ 100 บาท ตัวคูณทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ประมาณ 1.6 เท่าเท่านั้น
นักวิชาการยังมองว่า ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเลือกเก็บเงินไว้ใช้หนี้หรือสำรองค่าใช้จ่ายจำเป็น มากกว่านำไปจับจ่ายซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางส่วนอาจใช้สินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกเดิมออกมาจำหน่าย จึงอาจไม่เกิดการจ้างงานหรือการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก
สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ของวันที่ 25 - 29 พ.ค. หรือจนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีอายุ 18 ปีขึ้นไป วิธีลงทะเบียนคือเข้าไปที่หน้าแรกของแอปฯ แล้วกดเลือกแบนเนอร์ "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของระบบ
หลังจากได้รับการยืนยันสิทธิแล้ว ผู้ใช้งานจะต้องเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อใช้สแกนจ่ายกับร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" โดยสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย.นี้ ครอบคลุมการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการขนส่งสาธารณะ แต่ไม่รวมบริการบางประเภท เช่น นวด สปา ทำเล็บ และทำผม
อ่านข่าวอื่น :
สื่อเผยมือยิงทำเนียบขาว พบประวัติป่วยจิตอ้างเป็นพระเยซู-โพสต์ขู่ทำร้าย "ทรัมป์"
กู้ภัยไทยเดินทางเข้าร่วมภารกิจ ช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำในลาว
ป๊อบ-ปองกูลสวนกลับอมรินทร์ทีวี "คำขอโทษ" ไร้ความเห็นอกเห็นใจเชิงมนุษย์










