ไทยพบโควิด "NB.1.8.1" เป็นสายพันธุ์หลัก

สังคม
11:54
จำนวนผู้ชม 124
Thai PBS
ไทยพบโควิด "NB.1.8.1" เป็นสายพันธุ์หลัก
กรมควบคุมโรค เผยไทยพบโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก แตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น ล่าสุดปี 2569 พบป่วยแล้วสะสม 3,642 คน เสียชีวิต 1 คน

วันนี้ (24 พ.ค.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ณ วันที่ 21 พ.ค.2569 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด 19 โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 10-16 พ.ค.2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 คน เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 คน

ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 คน เป็น 73 คน ผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 คนต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลัก คือ NB.1.8.1 พบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พ.ค.2569 พบผู้ป่วยโควิด 19 สะสม 3,642 คน เสียชีวิต 1 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30-35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20-29 ปี ตามลำดับ

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง สำหรับสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2568 - 23 เม.ย.2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97%), XEC (9.14%)

“ปี 2568 พบว่าจำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือน เม.ย.–มิ.ย. และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในประเทศไทยโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ว่าความรุนแรงของโรค และแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง แต่ยังต้องรักษามาตรการที่สำคัญ เน้นมาตรการทางสังคมที่สมดุลกับชีวิตวิถีใหม่ เน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ดังนี้

ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก่อนกินอาหารและเครื่องดื่ม หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได, เมื่อไอ จาม ต้องปิดปากปิดจมูกด้วยผ้าหรือทิชชูทุกครั้ง, หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ และหากมีอาการสงสัยป่วย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อไม่เป็นการนำเชื้อกลับไปติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน หากผลเป็นบวกให้รีบไปพบแพทย์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

อ่านข่าว :

กู้ภัยไทยเดินทางเข้าร่วมภารกิจ ช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำในลาว

สื่อเผยมือยิงทำเนียบขาว พบประวัติป่วยจิตอ้างเป็นพระเยซู-โพสต์ขู่ทำร้าย "ทรัมป์"

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องหลายพื้นที่ ใต้หนักสุด 70% พื้นที่