สภาฯ 306 ต่อ 141 ผ่านร่างนิรโทษกรรม ยกเว้นคดีมาตรา 112 เยาวชน

การเมือง
17:27
จำนวนผู้ชม 99
Thai PBS
สภาฯ 306 ต่อ 141 ผ่านร่างนิรโทษกรรม ยกเว้นคดีมาตรา 112 เยาวชน
สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 306 ต่อ 141 เสียง รับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม คงข้อยกเว้นคดีมาตรา 112 เยาวชนไม่เข้าเกณฑ์ยุติคดี

วันนี้ (8 ก.ค.2569) ณ อาคารรัฐสภา ได้มีการจัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม วาระการประชุมที่น่าจับตาที่สุดคือการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมทางการเมือง

ครั้งนี้เป็นการพิจารณากรณีที่วุฒิสภา ได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาสำคัญ โดยมีคำสั่ง "ไม่นิรโทษกรรม" ให้แก่ผู้กระทำความผิดในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และส่งกลับคืนมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น มี สส. เข้าชื่อแสดงความจำนงในการอภิปรายรวมทั้งสิ้น 26 คน

รัฐบาลสนับสนุน สว. คง ม.112 เป็นกำแพงปกป้องสถาบัน

นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนแนวทางของวุฒิสภา โดยย้อนความจำถึงประวัติศาสตร์การนิรโทษกรรมในอดีต เช่น เหตุการณ์นิรโทษกรรมสุดซอย หรือนิรโทษกรรมลักหลับ ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหารในเวลาต่อมา

นายบุญรวี ระบุว่า แม้จะมีความเห็นใจเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีตาม ม.112 แต่ประเทศไทยมีกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในสถานะที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ นอกจากนี้ยังได้อ้างข้อมูลว่า มีกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงประเทศเป็นสาธารณรัฐ นำเยาวชนนับ 1,000 คนไปเข้าคอร์สสัมมนาล้างสมอง ดังนั้น ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 จึงเปรียบเสมือนกำแพงสำคัญที่ไม่ยอมให้ใครมาบ่อนทำลายสถาบันได้

สอดคล้องกับ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับแก้ไขของ สว. เช่นกัน โดยระบุว่าบัญชีแนบท้ายของร่างกฎหมายนี้ จะช่วยปลดปล่อยและล้างความผิดให้แก่ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2553 เป็นจำนวนมากกว่า 6,000 คน

ซึ่งครอบคลุมความผิดทางอาญาและความผิดทางแพ่ง อาทิ คดีความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คดีก่อการร้าย คดีซ่องโจร คดีทำลายสถานที่ราชการ ตลอดจนคดีที่เกิดจากคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยคาดหวังให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว

ปชน.ค้านชนฝา ชี้ละเลยคดี 112 ทำระบบสิทธิเด็กถอยหลังเข้าคลอง

ขณะเดียวกัน สส. จากพรรคประชาชน ได้พร้อมใจกันลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตัดคดี ม.112 ออกจากการนิรโทษกรรม โดย นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ระยอง พรรคประชาชน อธิบายว่า ในช่วงวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ม.112 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อจัดการกับผู้เห็นต่าง มากกว่าการคุ้มครองสถาบันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง ส่งผลให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่กลายเป็นจำเลยของรัฐเพียงเพราะการวิพากษ์วิจารณ์เชิงโครงสร้าง

การนิรโทษกรรมคดี ม.112 จึงไม่ใช่การช่วยคนบางกลุ่ม แต่เป็นการยอมรับว่ารัฐเคยใช้กฎหมายรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ นายสหัสวัตยังได้ชี้ถึงปัญหา 4 ด้านของ ม.112 ได้แก่ ความไม่ชัดเจนของตัวกฎหมาย, อัตราโทษจำคุกที่สูงเกินสัดส่วน (3-15 ปี), กระบวนการก่อนคำพิพากษาที่จำกัดสิทธิการประกันตัว และผลกระทบเชิงการเมืองและสังคม

ด้าน นางณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้หยิบยกหลักมนุษยธรรมและระบบการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนขึ้นมาอภิปราย โดยเน้นย้ำว่า ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเกณฑ์อายุของผู้รับโทษเพราะเยาวชนเป็นวัยที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้

หากสภาผู้แทนราษฎรยอมรับร่างของวุฒิสภาที่ตัดโอกาสในการนิรโทษกรรมเด็กและเยาวชนในคดี ม.112 จะถือเป็นความสุ่มเสี่ยงและทำให้ระบบการคุ้มครองสิทธิเด็กของประเทศต้องถอยหลังเข้าคลองอย่างน่าเสียดาย

ฝ่ายค้านร่วมจับพิรุธสอดไส้บัญชีแนบท้าย

นอกเหนือจากประเด็นร้อนเรื่อง ม.112 แล้ว ที่ประชุมยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสในบัญชีแนบท้าย โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แม้จะแสดงจุดยืนหนุนร่างของ สว. ที่ไม่ล้างผิด ม.112 แต่ได้แสดงความกังวลต่อการสอดไส้ ม.124 ม.184 และ ม.190 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานเผยแพร่ความลับของประเทศ การช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษ และการช่วยผู้ต้องหาหลบหนี

นพ.วรงค์ ตั้งคำถามว่ามาตราเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองอย่างไร และเตือนคณะกรรมการผู้บังคับใช้กฎหมายว่า หากมีการใช้ดุลยพินิจเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยไม่ชอบธรรม อาจกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดระลอกความขัดแย้งรอบใหม่ในสังคม

ในทิศทางเดียวกัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายตั้งคำถามถึงการบรรจุข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไว้ในบัญชีแนบท้ายฉบับนี้ โดยระบุว่าความผิดฐานดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อเหลือง กลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่ม กปปส. ในอดีตเลยแม้แต่น้อย

การกระทำเช่นนี้ ทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มการเมืองหรือบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบัน ที่กำลังถูกดำเนินคดีหรือถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดี "ฮั้วเลือก สว." ให้หลุดพ้นจากความผิด ซึ่งหากตัวกฎหมายถูกเขียนขึ้นเพื่อทุจริตเชิงนโยบาย ย่อมส่งผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างรุนแรง

ล่าสุด ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนน เห็นด้วย 306 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง

อ่านข่าวอื่น :

รวบหนุ่มรัสเซียคาสนามบินภูเก็ต ซุกกัญชา 17 กก.เตรียมบินออกนอกประเทศ

เสียเวลาเปล่า! ทรัมป์ประกาศฉีก MOU หยุดยิงอิหร่านกลางเวที NATO

ผู้ค้าสะเทือน “ช้อปปี้” ปรับค่าธรรมเนียม 1-2% หวั่นกระทบกำไร-ผู้บริโภคอาจจ่ายแพงขึ้น