เสียเวลาเปล่า! ทรัมป์ประกาศฉีก MOU หยุดยิงอิหร่านกลางเวที NATO

ต่างประเทศ
16:47
จำนวนผู้ชม 109
Thai PBS
เสียเวลาเปล่า! ทรัมป์ประกาศฉีก MOU หยุดยิงอิหร่านกลางเวที NATO
"ทรัมป์" กร้าวกลางเวทีนาโต ฉีกข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน หลังเปิดฉากยิงมิสไซล์และโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียกว่า 85 จุด โต้ปมคว่ำบาตรน้ำมัน ด้านตลาดทุนระส่ำหนัก ราคาน้ำมันพุ่งฉุดหุ้นดิ่งทั่วโลก หวั่นภัยสงครามขยายวงกว้างจนยากเกินควบคุม

วันนี้ (8 ก.ค.2569) CNN รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ณ เมืองอังการา ประเทศตุรกี ว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ ที่ลงนามร่วมกับอิหร่าน ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. หรือเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" หลังจากทั้ง 2 ฝ่าย เปิดฉากโจมตีทางทหาร ตอบโต้กันอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำอิหร่านอย่างรุนแรง โดยเปรียบเปรยว่าเป็น "มะเร็งร้าย" ที่ต้องได้รับการผ่าตัดออกโดยเร็ว พร้อมทั้งระบุว่า การส่งตัวแทนไปเจรจาต่อหลังจากนี้เป็นเรื่องที่ "เสียเวลาเปล่า" แม้จะยังเปิดโอกาสให้ทีมเจรจาภายใต้การนำของ รอง ประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ดำเนินการต่อตามกรอบเวลา 60 วัน แต่ทรัมป์ เน้นย้ำว่า ตนต้องการจัดการตามแนวทางเด็ดขาดมากกว่า การพึ่งพากระบวนการทางการทูตที่ล้มเหลว

ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีฐานที่มั่นทางทหารในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน รวมถึงการประกาศรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในตลาดโลก ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นการ "ลงโทษ" ที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ด้วยการโจมตีเรือขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์โต้กลับทันที โดยประณามว่าสหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้ และกล่าวหาว่าวอชิงตันเป็น "ผู้ฉีกสนธิสัญญา" ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรน เข้าโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ จำนวน 85 จุด ที่ตั้งอยู่ในประเทศบาห์เรนและคูเวต

ราคาน้ำมันพุ่ง-ตลาดหุ้นร่วง

คำประกาศของทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.4 ไปอยู่ที่ 78.93 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เช่นเดียวกับน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ที่ทะยานขึ้นร้อยละ 6.5 ปิดที่ 74.99 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สร้างความกังวลใจเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลับมาปะทุอีกครั้ง นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนแซกโซ (Saxo) เตือนว่า โลกอาจต้องเผชิญกับภาวะ "Stagflation" หรือภาวะที่อัตราเงินเฟ้อสูง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ

ทางด้านตลาดหุ้นทั่วโลกต่างปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าดิ่งลงร้อยละ 1.3 ดัชนีแนสแด็กล่วงหน้าร่วงร้อยละ 1.6 ขณะที่ตลาดหุ้นในยุโรปและเอเชีย ปรับตัวลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2 - 5.4 ยกเว้นเพียงตลาดหุ้นฮ่องกง ที่สวนกระแสปิดบวกได้ร้อยละ 3

กลาโหมสหรัฐฯ ยกเลิกเยือนอิสราเอล-สั่งห้ามบินน่านฟ้า

ผลจากการยกระดับความขัดแย้ง ส่งผลให้ พีท เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนประเทศอิสราเอลอย่างกะทันหัน ซึ่งเดิมทีมีกำหนดเข้าพบ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงและการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้แก่ตุรกี ซึ่งสร้างความกังวลใจแก่อิสราเอลเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ออกคำสั่งด่วนที่สุด แนะนำให้สายการบินพาณิชย์ทั้งหมด หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าประเทศอิหร่าน อิรัก และเลบานอน โดยมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่น่านฟ้าดังกล่าว จะกลายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่เป็นอันตรายต่ออากาศยานพลเรือน

อ่านข่าวอื่น :

เสธ.ทบ. ย้ำจำเป็นต้องมี กอ.รมน. ปัดทำไอโอ-ซื้อสปายแวร์

“พงษ์สวาท”ปลัดยุติธรรม ยื่นลาออก หลังครม. โยกนั่งที่ปรึกษานายกฯ

ตร.ท่าปลา อุตรดิตถ์ จับไอซ์หนัก 300 กก. มูลค่ากว่า 60 ล้าน