คองโกเมินคำเตือนสหรัฐฯ ยันไม่กักตัว 21 วัน ปมอีโบลาลุยศึกฟุตบอลโลก

กีฬา
12:02
จำนวนผู้ชม 58
Thai PBS
คองโกเมินคำเตือนสหรัฐฯ ยันไม่กักตัว 21 วัน ปมอีโบลาลุยศึกฟุตบอลโลก
ทีมชาติ ดีอาร์ คองโก ยืนยันไม่กักตัว 21 วันตามคำแนะนำสหรัฐฯ แม้มีความกังวลเรื่องการระบาดอีโบลาก่อนลุยฟุตบอลโลก ขณะที่อิหร่านย้ายแคมป์เก็บตัวไปเม็กซิโก ส่วนพรีเมียร์ลีกปิดฤดูกาลสุดเข้มข้น แมนยูชนะ ลิเวอร์พูลอำลาซาลาห์ และเชลซีชวดบอลยุโรป

วันนี้ (25 พ.ค.2569) ทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ คองโก) ซึ่งสามารถคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนการเก็บตัวฝึกซ้อม และปฏิเสธข้อเสนอที่จะให้นักกีฬาเข้ากักตัวในพื้นที่ปิดหรือระบบ "บับเบิ้ล" ตามคำเตือนของตัวแทนทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา

โดยมีการระบุให้ทีมฟุตบอลดีอาร์ คองโก ต้องกักตัวและเฝ้าระวังอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าสู่ประเทศสหรัฐฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคแอฟริกากลาง

ทั้งนี้ ทางสมาคมฟุตบอลดีอาร์ คองโก ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจว่า นักเตะแกนหลักส่วนใหญ่รวมถึงหัวหน้าผู้ฝึกสอนใช้ชีวิตและค้าแข้งอยู่ในทวีปยุโรป จึงถือว่ามีความเสี่ยงต่ำมากในการติดเชื้อดังกล่าว แม้จะยอมรับว่ามีทีมงานสตาฟฟ์โค้ชบางส่วนที่เพิ่งเดินทางจากประเทศดีอาร์ คองโก เข้ามาสมทบในแคมป์ฝึกซ้อมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม

ในขณะเดียวกัน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา (FIFA) ได้อนุมัติคำขออย่างเป็นทางการของสมาคมฟุตบอลอิหร่าน ในการย้ายสถานที่ตั้งแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก จากเดิมที่มีกำหนดการตั้งแคมป์อยู่ที่รัฐแอริโซนา ให้ย้ายมาอยู่ที่เมืองติฮัวนา เม็กซิโก แทน

โดยเมห์ดี ทาจ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนสถานที่ในครั้งนี้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเชิงรุกเกี่ยวกับขั้นตอนการขอวีซาเข้าสหรัฐฯ ที่อาจมีความล่าช้าหรือเกิดอุปสรรคทางเอกสาร อีกทั้งเมืองติฮัวนายังมีความสะดวกสบายด้านการคมนาคมขนส่งเนื่องจากมีสายการบินที่บินตรงจากอิหร่าน ทีมชาติอิหร่านจะปักหลักฝึกซ้อมที่เม็กซิโกก่อนจะเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อลงทำการแข่งขันตามโปรแกรมฟุตบอลโลกต่อไป

ส่วนสถานการณ์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดปิดฤดูกาล มีผลการแข่งขันและเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ได้ถึงถิ่นด้วยสกอร์ 3-0 ซึ่งในเกมนี้ บรูโน แฟร์นานเดส จอมทัพกัปตันทีมทำผลงานยิง 1 ประตู และจ่ายให้เพื่อนทำประตูอีก 1 ครั้ง ส่งผลให้เจ้าตัวสร้างสถิติใหม่ของสโมสรและลีกด้วยการทำแอสซิสต์สูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลที่จำนวน 21 ครั้ง

ด้านลิเวอร์พูลเปิดบ้านเสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด ไปด้วยสกอร์ 1-1 โดย โมฮาเมด ซาลาห์ กองหน้าตัวเก่งทำหน้าที่ส่งท้ายด้วยการทำแอสซิสต์ในแมตช์นี้ ซึ่งถือเป็นการลงสนามนัดอำลาการรับใช้สโมสรลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดสัญญารวมระยะเวลา 9 ปี ฝากสถิติอันยิ่งใหญ่ไว้ที่การลงเล่น 442 นัด ทำได้ 257 ประตู กับอีก 122 แอสซิสต์ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับสถานีค้าแข้งแห่งใหม่ของดาวยิงรายนี้

สำหรับผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตารางคะแนน เชลซี บุกไปพ่ายแพ้ต่อ ซันเดอร์แลนด์ ในนัดสุดท้าย ส่งผลให้เชลซีจบฤดูกาลในอันดับที่ 10 ของตาราง และพลาดสิทธิ์ในการไปแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปในทุกรายการฤดูกาลหน้าอย่างน่าผิดหวัง

สวนทางกับ ซันเดอร์แลนด์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์จบอันดับที่ 7 ของตาราง คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยูฟา ยูโรปาลีก ได้สำเร็จ ปิดท้ายที่ศึกหนีตาย สโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดบ้านเฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปได้ 1-0 คว้า 3 คะแนน ส่งผลให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้หวุดหวิด พร้อมทั้งส่งผลกระทบให้สโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมสุดท้ายที่ต้องตกชั้นลงไปเล่นในศึกอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ ในฤดูกาลหน้า ต่อจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ เบิร์นลีย์ ที่ตกชั้นไปก่อนหน้านี้

อ่านข่าวอื่น :

เสียงปืนใกล้ทำเนียบขาว สะท้อนวิกฤตการเมืองอเมริกัน

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหาร

ตัวแทนสลากดิจิทัล L6 รวมตัวร้องขอคืนสิทธิ์ หลังถูกตัดโควตา