เด็กอายุ 13-15 ปี พุ่งสูงสุด 5 ปีซ้อน “ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่” พบระบาดหนัก คือ ยาบ้า และที่น่าจับตาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ “บุหรี่ไฟฟ้า” งานวิจัยชี้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการใช้สารเสพติด
ในขณะที่คนเป็น "พ่อ-แม่" หรือ ผู้ปกครอง พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสนับสนุนลูกหลาน ให้มีการศึกษา มีสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดีงาม กลับมีสิ่งที่เรียกว่า "ยาเสพติด" คืบคลาน เข้ามาใกล้ตัวลูกหลานมากขึ้นทุกที
ข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) ปี 2568 ระบุ ว่า อายุเริ่มใช้ยาเสพติดครั้งแรก ส่วนใหญ่เริ่มใช้เมื่ออายุ 13–15 ปี ประมาณร้อยละ 46–51 ในขณะที่ข้อมูลการเข้าสู่การบำบัด ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี หรือ ประมาณร้อยละ 66-68 รองลงมาคือ 16–18 ปี ประมาณร้อยละ 23-27 สะท้อนให้เห็นว่า ในกลุ่มเด็ก 13 -15 ปี เข้าถึงบริการบำบัดล่าช้า ส่งผลให้ปัญหาการใช้ยาเสพติดมีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการใช้แบบเรื้อรัง
"แชมป์ 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
ส่วนผู้บำบัดในปีงบฯ 2568 พบว่า มีผู้เข้าสู่ระบบบำบัดรักษายาเสพติดจำนวน 248,641 คน เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 67 ร้อยละ 29.56 ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี จำนวน 49,724 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ของผู้เข้าบำบัดทั้งหมด และมีแนวโน้มเป็นโรคร่วมทางจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยาบ้า คือ ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชนและส่งผลกระทบมากที่สุด มีเด็กและเยาวชน เข้ารับการบำบัดรักษาฯ ในระบบ บสต. จำนวน 38,459 คน
คิดเป็นร้อยละ 77.35 ของเด็กและเยาวชนที่เข้าบำบัดทั้งหมด
"กัญชา" มีเด็กและเยาวชน เข้ารับการบำบัด 5,551 คน คิดเป็นร้อยละ 11.16 ของเด็กและเยาวชนที่เข้าบำบัดทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี ซึ่ง 3 ใน 4 ของเด็กและเยาวชนที่เข้าบำบัดรักษากัญชา (ร้อยละ 85.15) เป็นผู้เข้ารับการบำบัดกัญชารายใหม่
นี่คือ ภาพสะท้อนให้เห็นว่า มีการใช้กัญชาในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับกระท่อม ยังพบว่า เด็กและเยาวชนต่ำกว่า 25 ปี เข้าบำบัดรักษากระท่อม จำนวน 1,830 คน และพบพฤติกรรมการนำกระท่อม และกัญชามาใช้ผสมยาเสพติด/สารเสพติดชนิดอื่นมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิต
"ครอง 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
"เฮโรอีน" พบเด็กและเยาวชน เข้าบำบัดรองจากกระท่อม คิดเป็นร้อยละ 3.68 ของเด็กและเยาวชนที่เข้าบำบัดทั้งหมด แม้ไม่มากและมีแนวโน้มคงที่ แต่พบว่า ครึ่งหนึ่งเป็นผู้เข้าบำบัดเฮโรอีนรายใหม่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัด กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี เชียงใหม่ สุพรรณบุรี ราชบุรี
"ครอง 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
"บุหรี่ไฟฟ้า" คือ สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะน่ากังวลอย่างมาก เนื่องจากงานวิจัยหลายชิ้น ชี้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้สาร/ยาเสพติดชนิดอื่น โดยผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อการใช้กัญชาสูงกว่าผู้ไม่ใช้ประมาณ 19 เท่า ปัจจุบันจะพบเห็นว่า มีการลักลอบจำหน่ายพอต หรือ หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ผสมสารหรือยาเสพติดหลายชนิด ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเข้าถึงสารและยาเสพติดของเด็กและเยาวชนง่ายขึ้น
ปัญหาสุขภาพจิต เร่งให้เกิดโอกาสใช้สารเสพติด 2-4 เท่า
กรมสุขภาพจิต รวมถึง WHO และ UNICEF Thailand ระบุข้อมูลร้อยละ 40-60 ของผู้ใช้สารเสพติดเริ่มใช้ครั้งแรก ในช่วงที่เผชิญภาวะอารมณ์เศร้า วิตกกังวล หรือมีประสบการณ์บาดแผลทางใจอย่างรุนแรง ระบุข้อมูล ร้อยละ 40-60 ของผู้ใช้สารเสพติดเริ่มใช้ครั้งแรก ในช่วงที่เผชิญภาวะอารมณ์เศร้า วิตกกังวล หรือมีประสบการณ์บาดแผลทางใจอย่างรุนแรง
ขณะที่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิต มีโอกาสใช้สารเสพติดสูงขึ้น 2 - 4 เท่า เนื่องจากใช้สารเสพติดเพื่อบรรเทาความเครียด ที่มากไปกว่านั้น คือ เด็กและเยาวชนที่ใช้สารเสพติดมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 2 เท่า และเสี่ยงมีความคิดฆ่าตัวตาย 3 เท่า
ปัจจัยเร่ง คือ ความเศร้า ความวิตกกังวล และความรู้สึกอื่น ๆ ที่เป็นลบ ซึ่งน่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่ง ว่า เด็กและเยาวชน กำลังถูกเร่งให้เกิดโอกาส เป็นผู้ใช้สารเสพติดหน้าใหม่
ในปีงบฯ 68 สถานการณ์เด็กและเยาวชนไทย สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและสังคมที่ซับซ้อน เด็กเกิดน้อยลง เด็กมีพัฒนาการต่ำกว่าเป้าหมาย พบการใช้หน้าจอในเด็กเล็กเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาความยากจน หนี้สิน ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพจิต และความรุนแรงในครอบครัวและโรงเรียน โดยเฉพาะการกลั่นแกล้งและไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying) หรือ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว
ความเปราะบาง ท่ามกลางการขยายตัวรุนแรงของยาเสพติด
เพียง 6 เดือนแรก ของปีงบฯ 69 พบว่า สถิติการจับกุมคดียาเสพติด มีจำนวนคดีและผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 "ยาบ้า" ยังนำโด่งและครึ่งปีแรกของปีงบฯ 69 ยึดได้มากถึง 786 ล้านเม็ด ซึ่งถือว่า สูงสุดเป็นประวัติการณ์
"แชมป์ 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
ในช่วงปีงบฯ 64–66 ยึดได้เฉลี่ยปีละ 280 ล้านเม็ด ลและเพิ่มขึ้นเป็น 490 ล้านเม็ดในปีงบฯ 67 ส่วนปีงบฯ 68 ยึดได้ 510 ล้านเม็ด
"ไอซ์" มีปริมาณทรงตัวเฉลี่ยปีละ 7,935 กก. ซึ่งในช่วงปีงบฯ66 – 67 แต่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีงบฯ 68 คือ ยึดได้ 30,383 กก. และปีงบฯ 69 ยึดไปแล้ว 30,391 กก. ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่า ปริมาณทั้งหมด ใน 3 ปีก่อนหน้า (พ.ศ.65 – 67) คิดเป็นร้อยละ 26.67
"แชมป์ 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
"เฮโรอีน" และ "คีตามีน" หรือ ยาเค มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปี 68 มีปริมาณสูงสุด เป็น คีตามีน 3,958 กก. ส่วนเฮโรอีนยึดไป 869 กก. และเป็นปริมาณที่ใกล้เคียงกับปีงบฯ 69 ซึ่งยึด คีตามีนได้ 3,897 กก. ส่วนเฮโรอีนยึดได้ 625 กก. ซึ่งจำนวนเหล่านี้สะท้อนถึงความรุนแรงและการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในไทยอย่างมีนัยสำคัญ
"แชมป์ 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
ขณะที่จำนวนคดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.95 และผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.44 ส่วนการลักลอบนำเข้ายังพบมากในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ รองลงมาคือฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร นครพนม และแนวชายแดนในจังหวัดหนองคาย
ที่น่าสนใจ คือ การลำเลียงยาเสพติด จาก “เหนือสู่ใต้” โดยกลุ่มนักค้าภาคใต้นำรถขึ้นมารับยาบ้า จาก จ.น่าน ใน 2 ลักษณะ คือ รับต่อจากทีมลำเลียงชายแดน หรือเข้าไปรับโดยตรงจากฝั่ง สปป.ลาว
การสกัดกั้น ส่งผลต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเทศไทย นอกจากจะเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปสู่ประเทศที่สามแล้ว ยังเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดแบบเข้าขั้นวิกฤต “ยาบ้า” ปัจจุบันซื้อหาได้ ในราคา 30-50 บาท แพร่กระจายเข้าถึงชุมชนแบบประชิดตัว ในขณะที่การกสัดกั้น ไม่มีทางที่จะสกัดกั้นเอาไว้ได้ 100 %
"ครอง 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยไส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี
ป.ป.ส. สำรวจสภาพปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้าน,ชุมชนทั่วประเทศ ปีงบฯ 69 ครั้งที่ 1 (ต.ค. 68 – มี.ค.69) ครอบคลุมพื้นที่ 82,572 แห่ง พบว่า มี 64,134 แห่งหรือคิดเป็นร้อยละ 77.67 คือ หมู่บ้านและชุมชนที่ยังเป็นพื้นที่สีขาว หรือไม่มีปัญหายาเสพติด
ขณะที่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหายาเสพติด มีจำนวน 18,438 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 22.33 โดยจำแนกเป็นพื้นที่ที่มีเฉพาะผู้เสพ 15,334 แห่ง (ร้อยละ 18.57) พื้นที่ที่มีทั้งผู้เสพและผู้ค้า 2,478 แห่ง (ร้อยละ 3.00) และพื้นที่ที่มีเฉพาะผู้ค้า 626 แห่ง (ร้อยละ 0.76)
ปัญหาระยะยาว จากการเสพติด คือ สุขภาพจิต ผลการสำรวจใน 6 เดือนแรกของปีงบฯ 69 พบผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16.48 ขึ้นมาที่ร้อยละ 17.51 ขณะที่ในกลุ่มผู้เสพติดกัญชา เข้ารับการบำบัดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย พุ่งสูงถึง ร้อย 45.69 จากเดิมในปี 68 อยู่ที่ 39.60
นอกจากสถานการณ์ยาเสพติดไม่ได้บางเบาลง ยังพบความพยายามในการลักลอบนำเข้าที่รุนแรงมากขึ้น เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดที่แทรกซึมไปแทบทุกครัวเรือน
การคุ้มครองป้องกันแด็กและเยาวชน แม้จะหลายหน่วยงานร่วมด้วยช่วยกัน แต่ในกลุ่มเด็ก 13-15 ปี ยังอยู่ในอันดับสูงสุดของ “ผู้เสพหน้าใหม่” ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
และนี่ไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าภาคภูมิใจ หากแต่อาจจะเป็นการตอกย้ำ ถึงความล้มเหลวของผู้ใหญ่ นั่นเอง!
รายงานโดย : กิตติพร บุญอุ้ม ผช.บก.ข่าวอาชญากรรมไทยพีบีเอส
อ่านข่าว
อวสาน "หนูเฉิน" พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตบตา “ตายทิพย์” ลวงเจ้าหน้าที่

