THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทย"ฮับ"ธุรกิจอาหารของภูมิภาค

เศรษฐกิจ
15:42
จำนวนผู้ชม 34
Thai PBS
THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทย"ฮับ"ธุรกิจอาหารของภูมิภาค

เปิดอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับงานมหกรรมแสดงสินค้าและอาหารโลกหรือ THAIFEX – Anuga Asia 2026 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และหนึ่งปีจัดเพียงครั้งเดียว

ที่รวบรวมอุตสาหกรรมอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป ตลอดจนเทคโนโลยีอาหาร นวัตกรรมด้านอาหาร หรือแม้แต่อาหารแห่งอนาคต ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ พร้อมโชว์ศักยภาพไทย ในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหารของภูมิภาคอาเซียนและครัวของโลก

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า บทบาทสำคัญของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารของภูมิภาค พร้อมยกระดับการจัดงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด Beyond Food Experience เพื่อสร้างประสบการณ์รอบด้านให้กับธุรกิจอาหารในทุกมิติ

ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ ยกระดับการจัดงานครั้งใหญ่ให้ ใหญ่ขึ้น - ดีขึ้น – เข้มข้นขึ้น(BIGGER BETTER BOLDER) ที่เป็นตอกย้ำความสำเร็จ ด้วยการขยายพื้นที่จัดแสดงทำสถิติใหม่ รวมกว่า 140,000 ตารางเมตร ครอบคลุมอาคาร 1-12 รองรับกลุ่มสินค้านวัตกรรม อาหารแห่งอนาคต และสตาร์ทอัพรุ่นใหม่

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

โดยปีนี้มีผู้แสดงสินค้าที่มีศักยภาพสูงเข้าร่วมกว่า 3,600 บริษัท จากกว่า 56 ประเทศทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนผู้เข้าชมงาน (Trade Visitor) ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน สูงถึงประมาณ 90,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของไทย ในการเป็นจุดเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ และการค้าระดับสากลอย่างแท้จริง

ชูอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตรองรับระบบอาหารโลก

หนึ่งในประเด็นไฮไลท์สำคัญของงานปีนี้ คือการผลักดันแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและการนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Future Food & Innovation) เพื่อตอบสนองต่อระบบอาหารที่ยั่งยืนในระดับโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางเลือก และเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย โดยเน้นเทรนด์ที่มาแรง เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและรับประทานได้ (Sustainable & edible packaging) อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารหมัก (Functional and fermented foods) รวมถึงโปรตีนทางเลือก (Alternative proteins) ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญจากความหลากหลายของวัตถุดิบทางการเกษตร และระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food Tech) ที่มีความพร้อมและครบวงจรที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ไทยสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์เหล่านี้สู่เชิงพาณิชย์เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

ประเทศไทยกำลังก้าวจากการเป็นเพียงผู้ส่งออกอาหารคุณภาพ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหาร และประสบการณ์อาหารระดับโลก ความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบท้องถิ่นของเรา ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานมีความคึกคัก โดยหนึ่งในไฮไลท์ของปีนี้ คือเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารที่จัดแสดงใน อาคาร 4 ซึ่งสอดคล้องไปกับเทรนด์อาหารของโลก ไม่ว่าจะเป็น อาหารที่เน้นโปรตีน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก อาหาร plant-based อาหารที่ช่วยเรื่องสุขภาพลำไส้

รวมถึงความคุ้มค่าของอาหารเนื่องจากเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งผลิตภัณฑ์จัดแสดงในปีนี้ ก็เพื่อออกมาสอดรับกับเทรนด์เหล่านี้ เช่น Protein soda น้ำโซดาเสริมโปรตีน, Fermenthe kombucha sparkling monkfruit honey lemon น้ำหล่อฮังก๊วยผสมชาหมัก, Nutrifizz Probiotic Soda โซดาเพื่อสุขภาพลำไส้, Mister cone ถ้วยกาแฟกินได้ และอีกมากมาย

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทยฮับธุรกิจอาหารของภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าของประเทศไทย ที่สนับสนุนโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยจัดแสดงข้าวไทยมากกว่า 20 สายพันธุ์ เหล้าและสุราชุมชน ผลไม้ไทย เช่น เงาะ มังคุด อีกทั้งยังนำทุเรียนไปแปรรูปอีกด้วย

“นายกฯ”มั่นใจเงินสะพัด 1.3แสนล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งาน THAIFEX – Anuga Asia ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของรัฐบาล ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร และมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย และยังเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 130,000 ล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,254,000 ล้านบาท ในปี 2568 ตอกย้ำถึงศักยภาพของไทย ในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหาร มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ยืดหยุ่น ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

นอกจากนี้ ไทยยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก มีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีบุคลากรที่มีความสามารถ และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมบริการระดับโลก เรามั่นใจว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในเชิงบวกนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และช่วยให้ความเป็นพันธมิตรทางการค้าของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

รายงานโดย : นายรณรต วงษ์ผักเบี้ย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ธรรมศาสตร์

อ่านข่าว:

เศรษฐกิจชะลอ-สงครามยืดเยื้อ ทีทีบี หั่นคาดการณ์GDP โต 1% สวนทางมาตรการรัฐ

“เอลนีโญ” ปีนี้ไม่น่าห่วง จับตา "วิกฤตปุ๋ยขาดแคลน" ฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน

พณ.เร่งเจาะตลาดเข้าญี่ปุ่น หวังดันยอดส่งออกข้าวไทยพุ่ง เป้า 7 ล้านตัน