ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงเทคโนโลยี AI ที่เริ่มเข้ามาทำงานแทนแรงงานมนุษย์ หลายอุตสาหกรรมเริ่มนำระบบ AI เข้ามาใช้งานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญ AI สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงและไม่มีวันหยุด ดังนั้น AI ไม่ได้เพียง "แย่งงาน" แต่กำลัง "เปลี่ยนรูปแบบงาน" คนที่ปรับตัวและเรียนรู้ทักษะใหม่ จะมีโอกาสทำงานร่วมกับ AI และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่ปรับตัว อาจเผชิญความเสี่ยงถูกทดแทนสูงขึ้น
"AI” เขย่าตลาดแรงงาน สภาพัฒน์ฯเตือนคนไทย 2.2 ล้านคน“เสี่ยงตกงาน” เร่งUpskillก่อนถูกแทนที่
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ หรือ สศช.) กล่าวว่า การจ้างงานไตรมาส 1 ของปีนี้ขยายตัว 49% จากภาคการเกษตรกรรมที่ฟื้นตัว และนอกภาคเกษตรกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งมี 41.2 ล้านคน แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น
แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 9.9% หรือ 3.9 แสนคนเช่นกัน ซึ่งแบ่งเป็นคนเคยทำงานแล้วตกงานมี 2.39 แสนคน และคนที่ไม่เคยทำงาน 1.54 แสนคน ซึ่งมีผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 87,000 คนเป็นการเพิ่มสูงขึ้นถึง 27% โดยหากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่า อัตราการว่างงาน เพิ่มขึ้น 0.94% ในขณะที่ไตรมาส 1/68 มีผู้ว่างงาน 3.6 แสนคน หรือ 0.89% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานไทยยังคงมีความเปราะบาง
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ หรือ สศช.)
นอกจากนี้ การเข้ามาของ AI โดยเฉพาะ Generative AI (Gen AI) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย ซึ่งจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือเสี่ยงที่จะถูกAI เข้ามาทดแทน 2.2 ล้านคน หรือ 5.4% ของตลาดแรงงานไทย
โดยแรงงานที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจาก Gen AI ประมาณ 8.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.8% ของแรงงานไทยทั้งระบบที่มีประมาณ 40.1 ล้านคนคือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงถูกทดแทน จำนวน 2.2 ล้านคน ได้แก่ แรงงานที่มีทักษะปานกลาง จำนวน 1.9 ล้านคน เช่น งานเสมียน งานบริการลูกค้า พนักงานบัญชี เป็นต้น และแรงงานที่มีทักษะสูง จำนวน 3.3 แสนคน อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านโฆษณาและการตลาด งานวิเคราะห์การเงินและที่ปรึกษาการลงทุน และงานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น
และ กลุ่มที่นำ AI มาสนับสนุนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยทักษะของมนุษย์ จำนวน 6.5 ล้านคน ได้แก่ กลุ่มทักษะปานกลาง จำนวน 5.9 ล้านคน อาทิ พนักงานขาย เจ้าของร้านค้า และพนักงานขับรถ เป็นต้น กลุ่มทักษะสูง จำนวน 6 แสนคน อาทิ กลุ่มผู้จัดการและผู้บริหาร งานบริหารจัดการและบุคลากร และงานประชาสัมพันธ์ เป็นต้น กลุ่มทักษะต่ำ จำนวน 6.7 หมื่นคน อาทิ พนักงานขนส่ง และพนักงานจดมาตรวัด เป็นต้น
"AI” เขย่าตลาดแรงงาน สภาพัฒน์ฯเตือนคนไทย 2.2 ล้านคน“เสี่ยงตกงาน” เร่งUpskillก่อนถูกแทนที่
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ตลาดแรงงานไทย ต้องเผชิญหาอุตสาหกรรมต่างๆในไทยนำ AI เข้ามาใช้งานเต็มระบบ ซึ่งการลดการจ้างงานในบางกลุ่มและลดโอกาสของเด็กจบใหม่ เนื่องจากองค์กรจะให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางหรือประสบการณ์ ในขณะที่การโยกย้ายแรงานจากงานทักษะสูงไปสู่งงานทักษะต่ำ แต่ทั้งนี้แรงงานทักษะต่ำจะได้รับผลกระทบจาก AI น้อยกว่า
ดังนั้นไทยเองต้องเตรียมพร้อมหาก AIเข้ามาในตลาดแรงงานอย่างเต็มระบบในอนาคต เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งยกระดับทักษะการทำงานของแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนการใช้ AIในทุกระดับทักษะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และระบบประมวลผล รวมถึงการปรับบทบาทของแรงงานทักษะสูงสู่การเป็น ผู้บริหารจัดการ AI และการพัฒนากรอบกฎหมายและธรรมมาภิบาลดิจิทัลและการใช้ AI เช่น พัฒนากลไกกำกับดูแลและกฎหมายที่เอื้อต่อการคุ้มครองแรงงาน หรือกำหนดความรับผิดชอบทางกฎหมาย หาก AI ก่อความเสียหายและสุดท้าย คือการออกแบบกฎหมายให้มีความยืดหยุ่น ทันต่อการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว
"AI” เขย่าตลาดแรงงาน สภาพัฒน์ฯเตือนคนไทย 2.2 ล้านคน“เสี่ยงตกงาน” เร่งUpskillก่อนถูกแทนที่
Gen Z มอง AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ทั้งหมด
น.ส.สุธัณนานัฏฐ์ อุดมศิริสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เชื่อว่า AI ไม่สามารถเข้ามาแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด แม้จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้ แต่ AI ยังขาดความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจ อีกทั้งยังต้องอาศัยมนุษย์ในการฝึกฝน ทั้งนี้มองว่าความสามารถของ AI ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน หากผู้ใช้มีความรู้และข้อมูลที่ดี AI ก็จะทำงานได้ดีตามไป แต่หากผู้ใช้ขาดความรู้หรือข้อมูล AI ก็จะมีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน
ในสายงายสื่อสาร เชื่อว่า AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ เพราะงานเหล่านี้ต้องอาศัยการคิดประเด็น การวิเคราะห์ และการตัดสินใจอย่างรอบด้าน ขณะที่ AI มักมองข้อมูลเป็นเส้นตรงและไม่รอบด้าน นอกจากนี้ ในมุมของคนทำงานยังมีประสบการณ์ ความรู้สึก และการลงพื้นที่จริง ซึ่งส่งผลต่อการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ในแบบที่ AI ยังทำไม่ได้
น.ส.สุธัณนานัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ไทยควรมีกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับ AI ออกมาอย่างจริงจัง เนื่องจากปัจจุบันคนให้ความไว้ใจ เชื่อถือและใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย ขณะที่กฎหมายยังพัฒนาไม่ทัน ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจตามมา เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การรั่วไหลของความลับทางธุรกิจ หรือการนำภาพและข้อมูลส่วนบุคคล ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิทธิส่วนบุคคล
"AI” เขย่าตลาดแรงงาน สภาพัฒน์ฯเตือนคนไทย 2.2 ล้านคน“เสี่ยงตกงาน” เร่งUpskillก่อนถูกแทนที่
ด้าน น.ส.กัญญณัฐ (สงวนนามสกุล) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวว่า สายงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI โดยเฉพาะตำแหน่งงานเริ่มต้น (Junior) ที่ AI สามารถเข้ามาช่วยหรือทดแทนการทำงานได้ในหลายส่วน ดังนั้นต้องเร่งศึกษาและพัฒนาตัวเอง (Upskill) หรือเรียนรู้ที่จะใช้ AI ในการทำงานควบคู่กันไป เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
รายงานโดย : นางสาวฐิตินันท์ คุ้มตะสิน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ่านข่าว:
รู้จัก Virtual Bank คืออะไร ทำไม “ต้อง” พลิกประวัติศาสตร์การเงินไทย
เด็กไทยเกิดน้อย-สูงวัย “ล้นเมือง” ต่ออายุเกษียณ ทางออกหรือวิกฤต
ทิสโก้ ชี้เงินเฟ้อโจทย์ใหญ่สหรัฐ คาดเฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.5%










