โฆษก DSI เผยผลสอบ "น้องชายเสี่ยตือ" ปฏิเสธทุกข้อหาปลอมปนน้ำมัน

อาชญากรรม
18:00
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
โฆษก DSI เผยผลสอบ "น้องชายเสี่ยตือ" ปฏิเสธทุกข้อหาปลอมปนน้ำมัน
โฆษกดีเอสไอ เผยผลสอบปากคำ "สุรัตน์" น้องชาย "เสี่ยตือ" เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ปัดปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (8 พ.ค.2569) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าหลัง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียก นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี น้องชายของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ "เสี่ยตือ" ผู้บริหารบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีพิเศษที่ 66/2569 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจากที่อธิบดีประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง เพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.2569

โดย นายสุรัตน์ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก่อนกำหนดไปเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในพฤติการณ์ทางคดี เนื่องด้วย นายสุรัตน์ถือเป็นผู้รับผลประโยชน์ตัวจริงจากการประกอบกิจการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทฯ โดยมีพยานหลักฐานเป็นเส้นทางการเงินรับโอนกับบัญชีนิติบุคคล ซึ่งขัดแย้งกับชื่อในโครงสร้างของกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท ที่ไม่เคยปรากฏชื่อของ นายสุรัตน์ มาก่อน และยังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังดำเนินการจัดการธุรกิจน้ำมันของบริษัทฯ ว่า

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งไป โดยการสอบสวนของดีเอสไอเป็นระบบการกล่าวหา ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่า ตามข้อเท็จจริงนั้น มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวหาหรือไม่ แต่ในกรณีนี้พนักงานสอบสวนมองแล้วเห็นว่า มีพฤติกรรมที่น่าจะร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ถูกกล่าวหา 2 คน ก่อนหน้านี้ จึงต้องเชิญมารับทราบข้อกล่าวหา

ซึ่งทางผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว และได้รับทราบข้อเท็จจริงตามที่พนักงานสอบสวนเห็นว่า เข้าลักษณะที่เป็นการกระทำความผิด และหลังจากนี้ผู้ต้องหาก็มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานที่มองว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก็เป็นกระบวนการสอบสวนปกติทั่วไป

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาปฏิเสธข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็เป็นการปฏิเสธตามข้อหา ที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งไปในกรณีการร่วมกันปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกระทำการใด ๆ เพื่อให้น้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณภาพไม่เป็นไปตามที่มีการประกาศกำหนดไว้ โดยเจ้าตัวปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการกระทำความผิด

ส่วนขั้นตอน เมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้ากรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธข้อกล่าวหา ก็มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานมาอธิบายกับพนักงานสอบสวนว่า ทำไมตัวเองถึงไม่ได้กระทำความผิดนั้น ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องรับฟังทั้งหมด และถึงจะได้มาพิจารณาว่าจากข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ฟังความได้ความว่าอย่างไร จึงจะได้สรุปความเห็นทางคดี

สำหรับพฤติการณ์ทางคดีว่า บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด มีการรับน้ำมันจากโรงกลั่นแห่งไหน หรือสาเหตุว่า ทำไมต้องปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดต้นทุนหรือไม่นั้น ตนขอชี้แจงว่า รายละเอียดภายในสำนวน ขอไม่ลงลึกมากไป แต่พฤติการณ์ที่ใช้ในการแจ้งข้อกล่าวหา คือพบว่า น้ำมันมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามประกาศที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ส่วนแหล่งที่มาของน้ำมันอย่างไร ทราบว่าในสำนวนมีอยู่แล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องไปใช้ขยายผล

โดยสาเหตุที่ผู้ต้องหาให้ผู้อื่นมาเป็นกรรมการบริษัทบริหารแทนตน ตัวเองไม่เคยปรากฏชื่อในโครงสร้างผู้บริหารมาตลอด แต่รับผลประโยชน์จากบริษัทในการค้าน้ำมันนั้น เป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนก็ตรวจสอบอยู่ และส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งที่เขามีสิทธิจะนำข้อเท็จจริงมาอธิบายเพื่อแก้ข้อกล่าวหาด้วย

อย่างไรก็ตาม มูลค่าเม็ดเงินที่ได้จากการค้าขายน้ำมันของบริษัทฯ นั้นถือเป็นข้อมูลภายในสำนวน จึงขอสงวนการเปิดเผยเชิงลึก แต่หลักฐานสำคัญที่ทำให้รู้ว่า ผู้ต้องหามีการรับผลประโยชน์จากบริษัทฯ ก็มีทั้งเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานอื่นประกอบกัน ซึ่งผู้ต้องหาพร้อมชี้แจงในวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.2569 จึงประสานพนักงานสอบสวนขอเข้าชี้แจงในวันดังกล่าว และยังมีเวลาในการนำพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมมาชี้แจงได้

พ.ต.ต.วรณัน ยังระบุว่า กรณีของบริษัทฯ ตอนนี้มีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 3 ส่วน คือ 1.บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ในฐานะนิติบุคคล 2.กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด และ 3 นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี

ส่วนกรณีการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ที่กรมธุรกิจพลังงาน โดยชุดสุดซอยได้เคยมาร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีมติออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 11-12 มิ.ย.2569 นั้น ส่วนนี้ทางกรมธุรกิจพลังงานได้มายื่นเรื่องกล่าวหาว่า มีผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 6 ราย มีการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดรูปแบบและรายละเอียดว่า จะต้องกรอกให้ครบถ้วน แต่ปรากฏว่า ได้มีการกรอกข้อมูลในใบกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด จึงเป็นพฤติกรรมที่มีพยานหลักฐานตามที่พนักงานสอบสวนมองว่า มีหลักฐานพอสมควรว่า ได้กระทำความผิด จึงได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันเวลาดังกล่าว

สำหรับกรณีการตรวจสอบบริษัทเจ้าของเรือและเที่ยวเรือ ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันในทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่า มีเที่ยวเรือถึง 99 เที่ยว ที่อาจเชื่อมโยงกับน้ำมันที่ล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตรนั้น ยืนยันว่า คณะพนักงานสืบสวนยังคงเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง ซึ่งในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.2569 คณะพนักงานสืบสวนจะได้มีการสรุปข้อมูลนำเสนอในที่ประชุม เนื่องด้วยอธิบดีดีเอสไอได้เชิญประชุมขอติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

ดังนั้น ตอนนี้คดีอาญาที่มีความคืบหน้าสำคัญจากกรณีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมี 2 เรื่อง คือ กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 6 ราย ที่ไม่กรอกข้อมูลในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือให้ครบถ้วนตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน

สำหรับคดีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ปัจจุบันมีผู้ต้องหาทั้งสิ้น 3 ส่วน คือ 1.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในฐานะนิติบุคคล 2.กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด และ 3.นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี ฐานร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด อันทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจากที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง เพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 49 วรรคสอง ประกอบมาตรา 25 วรรคหนึ่ง และมาตรา 50

ขณะที่การตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือโรงกลั่น 6 แห่งในประเทศไทย ที่ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ที่กำหนดว่า จะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนทั้ง 8 ข้อสำคัญนั้น

ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนิติบุคคลระดับมหาชนทั้ง 6 บริษัท เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยได้นัดหมายให้โรงกลั่นเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.2569 ซึ่งในบรรดา 6 โรงกลั่นที่ถูกคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียก ยังคงไม่มีรายใดส่งหนังสือขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา จึงยังคงเป็นกำหนดนัดหมายเดิม

อ่านข่าว :

“น้องชายเสี่ยตือ”เข้ารับทราบข้อกล่าวหา "พลังงาน" สั่งเบรกเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน

แกะรอยเครือข่ายคลังน้ำมัน 6 จังหวัด เส้นทาง "บิดเบือน" ใบกำกับภาษี

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง