เป็นครั้งแรกที่ กระทรวงพลังงาน ภายใต้การนำของ นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดไฟเขียวให้ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือ “โอ๋ สุดซอย” หัวหน้าทีม ลุยแจ้งความดำเนินคดีผู้ค้ามาตรา 7 จำนวน 6 ราย กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 คดี ที่ส่งไปยังคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา ผลการตรวจสอบเข้มข้นทำให้พบเครือข่ายและเส้นทางน้ำมันที่ผิดปกติเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาคอย่างน่าสนใจ
แม้กรมธุรกิจพลังงานจะประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันทุกรายต้องทำ “ใบกำกับการขนส่ง” ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อใช้ในการกำกับตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน และป้องกันไม่ให้น้ำมันออกนอกระบบ และยังถือเป็นเอกสารสำคัญที่สามารถนำไปขยายผลตรวจสอบการมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีกักตุนน้ำมันได้อีก
แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจอย่างละเอียด และหากไม่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน จนมาสู่เหตุการณ์ขาดแคลนพลังงาน เมื่อเดือนปลาย เดือน ก.พ.-มี.ค.2569 จนรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมเจ้าท่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) โดยกระทรวงพลังงานได้ส่ง “ทีมสุดซอย” และเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานเข้าร่วมตรวจสอบ
แกะรอยเครือข่ายคลังน้ำมัน 6 จังหวัด เส้นทาง "บิดเบือน" ใบกำกับภาษี
ตลอดระยะ 2 เดือนในการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันใน 6 จังหวัด ภายใต้การบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานเกี่ยวข้อง ใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย อ่างทอง สมุทรปราการ เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา พิษณุโลก และเชียงราย ได้พบความผิดปกติในหลายประเด็น เช่น คลังน้ำมันแค่ละบริษัท ในแต่ละจังหวัด ใช้ชื่อจดทะเบียนบริษัทแตกต่างกัน แต่ใช้โมเดลธุรกิจเดียวกัน และใช้เครือญาติ คนในครอบครัว ถือหุ้น ไขว้ตำแหน่งกรรมการไป-มา
ปมพิรุธ คือ คลังดังกล่าวไม่ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น คลังน้ำมันแห่งหนึ่งที่ จ.อ่างทอง มีการจำหน่ายน้ำมันปลอมปน ใบกำกับการขนส่งไม่เป็นตามประกาศกำหนด ไม่รายงานปริมาณรับ-ส่งน้ำมันรายวัน และมีการใช้ชื่อ “นายอุดม” ซึ่งเป็นพนักงานขับรถขนส่งน้ำมันในเครือ “อำพราง” ชื่อเป็นกรรมการบริหารของบริษัทฯ และใช้ชื่อ “นายณรงค์” หัวหน้าคลังน้ำมัน มาเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งน้ำมัน
สำหรับคดีคลังน้ำมันอ่างทองดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว หลังทีมสุดซอย นำเอกสารหลักฐาน ใบกำกับการขนส่ง ซึ่งไม่เป็นตามประกาศกำหนด ไม่รายงายปริมาณรับ-ส่งน้ำมันรายวัน ตามคำสั่งนายกฯ จำนวน 20 ครั้ง คือ เมื่อเดือน มี.ค. 2569 จำนวน 6 ครั้ง และเดือน เม.ย. 2569 จำนวน 14 ครั้ง อย่างไรก็ตาม หากนับจำนวนคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันและความผิดใบกำกับขนส่งน้ำมันและอื่นๆ รวมแล้ว จำนวน 8 คดี
ตามข้อมูลระบุว่า คลังน้ำมันอ่างทอง บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2542 มี ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ประกอบกิจกรรม คลังสินค้า ตั้งอยู่เลขที่ 168/2 ห้อง ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียนกรุงเทพฯ สำนักงานสาขาอยู่ที่ 49 หมู่ 4 ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง ประกอบกิจการจำหน่าย น้ำมันปิโตรเลียม และการขายส่งเชื้อเพลิงเหลว ขณะนี้ หน้าเว็บไซต์บริษัทฯ อัปเดต วันที่ 21 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
ข้อมูลเชิงลึกพบ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จ.อ่างทอง มีความเชื่อมโยงกับ กับ บริษัท โกลบอล เวลออยล์ จ.สมุทรปราการ ในฐานะผู้ค้าน้ำมัน ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ บริษัท ทิลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง
บริษัท โกลบอล เวลออยล์ 1985 จำกัด ที่ตั้ง 149 อาคารกาแล็กซี่เพรส ห้องเลขที่ 9 /1 ชึ้น 9 ถ.นนทรี แขวงนนทรี เขตยานนาวา กทม. จดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2566 ทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท ประกอบกิจการ การขายส่งเชื้อเพลิงสินแร่โลหะโดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง ข้อมูลอัปเดต เมื่อ 29 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
แกะรอยเครือข่ายคลังน้ำมัน 6 จังหวัด เส้นทาง "บิดเบือน" ใบกำกับภาษี
ขณะเดียวกัน ยังพบความเชื่อมโยงกับคลังน้ำมัน จ.ฉะเชิงเทรา คือ บริษัท แพนสตอเรจแอนด์เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง ซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นเขตปลอดอากร (Free Zone) เพื่อการประกอบปิโตรเลียม แต่ปัจจุบันถูกระบุว่า ไม่มีการดำเนินกิจการ
จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท แพนสตอเรจแอนด์เซอร์วิส จำกัด ที่ตั้ง เลขที่ 149 อาคารแกแล็คซี่ เพสล ห้อง 9/2 ชั้น 9 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา สถานะยังดำเนินกิจการอยู่ จดทะเบียน 9 มิ.ย.2564 ทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท ประกอบกิจการให้บริการรับฝากสินค้าในถังเก็บน้ำมัน ให้ เช่าถังเก็บน้ำมัน ข้อมูลหน้าเพจอัปเดต เมื่อ 14 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้งบริษัท โกลบอล เวลออยล์ 1985 จำกัด และบริษัท แพนสตอเรจแอนด์เซอร์วิส จำกัด ใช้เลขที่ตั้งอยู่ชั้นเดียวกัน ข้อมูลอัพเดทเมื่อ 14 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
อย่างไรก็ตาม หากไล่เลียงเอกสาร พบว่า บริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง ในฐานะผู้ค้าน้ำมันจะต้องออกใบกำกับการขนส่ง เพราะมีการซื้อ-ขายน้ำมันกับโกลบอล เวลออยล์ 1985 แต่ข้อเท็จจริงปรากฎว่า ผู้ออกใบขนส่งน้ำมัน คือ บริษัท แพนสตอเรจฯ เจ้าของคลังที่ให้เช่าพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบรายชื่อผู้ถือหุ้น 3 คน ของบริษัทแพนสตอเรจฯ เป็นผู้ถือหุ้น เดียวกับบริษัททิลเลียนออยล์
บริษัท ทริลเลียนออยล์ จำกัด ที่ตั้ง 168/2 ห้อง 08 ถ.พระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่ จดทะเบียน 22 กันยายน 2542 ทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท ประกอบธุรกิจำหน่ายส่ง-ปลีกสินค้าจำพวกน้ำมันปิโตรเลียม การขายส่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ข้อมูลอัปเดต เมื่อ 21 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
ส่วน บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้ง 553 อาคารเดอะพาลาเดียม ชั้นที่ 30 ถ.ราชปรารภ แขวงมักสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ สถานะยังดำเนินกิจการอยู่ จดทะเบียน 30 พ.ย.2548 ทุนจดทะเบียน 918,931,500 บาท ประกอบธุรกิจ ประกอบกิจการทำการซื้อ ขาย แก๊สปิโตรเลียมเหลวทุกชนิด การขายส่งเชื้อเพลิงก๊าซ ข้อมูลอัปเดต เมื่อ 20 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้เช่นกัน
แกะรอยเครือข่ายคลังน้ำมัน 6 จังหวัด เส้นทาง "บิดเบือน" ใบกำกับภาษี
ส่วนการอายัดน้ำมันไบโอดีเซล (B100) ปลอมปน และไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 5.2 ล้านลิตร ที่คลังน้ำมันของ บริษัท ทริปเปิลเอสปิโตรเลียม จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 ที่ดีเอสไอ ทีมงานสุดซอย และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) อยู่ระหว่างขยายผล มีการพบเบาะแสเชื่อมโยงกับเครือข่ายคลังน้ำมันอ่างทอง และหากเข้าข่ายคดีพิเศษดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ
และจากการตรวจสอบข้อมูลหน้าเว็บไซต์ ของ บริษัททริปเปิลเอสปิโตรเลียม จำกัด เลขที่ตั้ง เลขที่ 149 อาคารแกแล็คซี่ เพสล ชั้น 9 ห้อง 9/4 ชั้น 9 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ข้อมูลอัปเดต 20 พ.ค.2569 ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูล กรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ลงนามได้
แกะรอยเครือข่ายคลังน้ำมัน 6 จังหวัด เส้นทาง "บิดเบือน" ใบกำกับภาษี
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ล่าสุดดีเอสไอรับคดีน้ำมันเป็นคดีพิเศษจำนวน 8 คดี คดีแรก คือ คลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี คดีเลขที่ 59/69 คดีคลังน้ำมัน บริษัททริลเลี่ยนฯ จ.อ่างทอง เลขที่ 66/69 และคดีพิเศษที่ 80-85 เป็นกรณีที่กรมธุรกิจพลังงานกล่าวหาบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่มีการจัดทำใบกำกับขนส่งน้ำมันไม่เป็นไปตามกฎหมาย 166 ใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ ซึ่งเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
“ที่เหลืออีก 2 คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนอีก 2 คดี คือ คดีเลขที่ 42 เป็นเรื่องเรือขนน้ำมัน 99 เที่ยว และคดีที่ตำรวจสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบใบกำกับขนส่งน้ำมันใน 3 จังหวัดสระบุรี สมุทรสาครและขอนแก่น จะเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ยังตอบไม่ได้” พ.ต.ต.วรณัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังอนุมานไม่ได้ว่า คลังน้ำมันของกลุ่มบริษัทดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ในลักษณะเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบ แต่จากการแกะรอยพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า “คลังน้ำมัน” ของกลุ่มบริษัทดังกล่าวข้างต้นน่าจะมีเชื่อมโยงในลักษณะถือหุ้นไขว้กัน โดยมีคนในตระกูลเดียวกัน โดยในวงการต่างรับรับรู้ว่า เป็นเครือข่ายน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับ “เฮียตือ” ส่วนจะใช่หรือไม่ ต้องนับถอยหลังรอวันที่ดีเอสไอเรียกสอบปากคำ
หมายเหตุ: สำหรับรายชื่อคลังน้ำมันและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ยังมีสถานะเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ตามกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน
อ่านข่าว :
"โอ๋ สุดซอย" จาก สส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
งงทั้งโลก! "ทรัมป์" ขู่ระเบิดโอมาน พันธมิตรอาหรับที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ
วิกฤต “รถทุเรียนใต้” ติดคิว “พาณิชย์”ดึงล้งใหญ่เปิดรับซื้อเพิ่ม
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










