"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

การเมือง
10:47
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

วันนี้ (1 ก.ย.2569) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน นำหลักฐานเข้ายื่นต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ ไต่สวน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในโครงการ TH-AI Passport รวม 5 คน ประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี, นายพัชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี, นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช., นายธีรวุธ ประธานคณะกรรมการร่าง TOR และนายพฤฒิขวัญ ตัวแทนจากบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนซ์ จำกัด

"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

สำหรับข้อกล่าวหา ระบุว่า นายไชยชนก อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่พบข้อพิรุธ และประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติในโครงการ แต่ไม่ได้ยับยั้งหรือยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่ามีการรับนโยบายมาผลักดันโครงการ รวมถึงจัดทำร่าง TOR ที่มีเงื่อนไขเข้าข่ายล็อกสเปก ทำให้เอกชนรายอื่นแข่งขันได้ยาก และอาจเอื้อให้เอกชนเพียงรายเดียวมีความได้เปรียบในการเข้าร่วมโครงการ

ประเด็นที่ น.ส.รักชนก ตั้งข้อสังเกตในร่าง TOR คือ เงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ที่กำหนดรายละเอียดในระดับสูง เช่น ต้องมีจอบิลบอร์ดทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 400 จุด และต้องมีจอประชาสัมพันธ์ภายในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา

"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

"รักชนก" ยื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบ 5 คน ปม TH-AI Passport

น.ส.รักชนก ตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขในระดับนี้ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้เพียงไม่กี่ราย อีกทั้งยังพบข้อมูลว่าบริษัทที่ชนะโครงการมีความเชื่อมโยงในระดับกลุ่มผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือ UBO กับบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนซ์ จำกัด แม้จะมีการทักท้วงเกี่ยวกับประเด็นความเชื่อมโยงและเงื่อนไขในโครงการมาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงดีอีกลับเพิกเฉยและเดินหน้าโครงการต่อ

อีกประเด็นที่พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกต คือ รูปแบบสัญญาเหมาจ่ายวงเงิน 1,600 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น ซึ่งมีความเสี่ยงว่าหากไม่มีการทักท้วงหรือแก้ไขสัญญา รัฐจะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน โดยไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานจริง

เมื่อคำนวณจากข้อมูลล่าสุด พบว่ามีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1,300,000 คน แต่มีผู้ใช้งานจริง หรือ Active User ในวันก่อนหน้าประมาณ 100,000 คน

ขณะที่กระทรวงดีอี เคยระบุ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 25 บาท หากคำนวณจากจำนวนผู้ใช้งานจริง จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 2,400,000 บาท แต่สัญญาเดิมกลับกำหนดวงเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท

พรรคประชาชน จึงย้ำจุดยืนเรียกร้องให้ยับยั้งและยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ก่อนกลับเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้มีการจัดทำร่าง TOR ที่มีเงื่อนไขเหมาะสม และเปิดการแข่งขันระหว่างเอกชนอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของโครงการว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำโครงการและใช้งบประมาณรัฐในการถ่ายโอนผลประโยชน์ไปยังกลุ่มทุนหรือผู้สนับสนุนกลุ่มใดหรือไม่ โดยขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ตั้งข้อสงสัยในทุกประเด็น

อ่านข่าว :

"อนุทิน" ลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ติดตามแผนเพิ่มความจุ รองรับน้ำป้องกันอุทกภัยหาดใหญ่

ผลชันสูตร "เจ้ามาลี" วาฬบรูด้า ตายจากแรงกระแทกรุนแรงที่หัว-ขากรรไกร

36 ปีสืบนาคะเสถียร จับตา "ป่ามรดกโลก" ไม่ได้การันตีไร้ภัยคุกคาม