วันนี้ (1 ก.ย.2569) เวลา 09.14 น. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหา วิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเสนอรั้วการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) พิจารณาในวันนี้ว่า
เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอมาจากการที่มาจากการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการพูดถึงการขยายการก่อสร้างรั้ว ตามแนวชายแดน ซึ่งไทย- มาเลเซีย มีรั้วอยู่แล้ว แต่เป็นการสร้างเพิ่มเติม เป็นเรื่องของการป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด การค้า สินค้าเถื่อน และเรื่องความมั่นคงที่เราต้องมาดูต้นต่อสาเหตุว่า ใครเป็นผู้ร่วมก่อเหตุการณ์ ซึ่งตนมีความเชื่อว่า งานเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ พร้อมกระทบต่อความเชื่อมั่น ความมั่นใจ และเศรษฐกิจของพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายสีหศักดิ์กล่าวต่อถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องงานข่าวกรองว่า วิธีการข่าวต้องมีความแม่นยำ และเราก็มีหลายหน่วยงานที่ทำในเรื่องนี้ โดยจะต้องมีการบูรณาการข่าวกรอง เพื่อให้การตัดสินใจนั้นทันท่วงที รวมถึงงานมวลชน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องรู้ เพราะหากงานมวลชนเราดีกว่านี้ ก็จะทำให้เราสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที
งานมวลชนไม่ใช่งานระยะสั้น แต่เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ที่จะต้องทำให้เขาเห็นว่า เขาจะมีโอกาสทางเศรษฐกิจจากการว่าจ้างงานนั้นเป็นอย่างไร เราต้องเน้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพราะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเน้นเรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความเชื่อมโยง ทางบกทางถนน และทางรถไฟ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับฝั่งมาเลเซีย
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงมิติในความร่วมมือกับทางมาเลเซียว่า ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปพบกับ รมว.ต่างประเทศของมาเลเซีย โดยจะมีการติดตามและขยายผลในประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้นำทั้งสองได้หารือไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเรื่องความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงชายแดน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชายแดนร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. มีการหารือถึงการปรับเรื่องข่าวกรองไว้อย่างไรบ้าง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องนี้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่ต้องบูรณาการ ร่วมกันเพื่อให้การตัดสินใจได้ทันท่วงที เราสามารถที่จะมีระบบเตือนภัยที่ดีกว่านี้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนอย่าง วันที่ 22-23 ส.ค.ที่ผ่านมาอีก เพราะกระทบต่อความมั่นใจของประชาชน นักลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่
ส่วนที่มีการก่อเหตุรอบวางเพลิงรถแบคโฮ ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 31 ส.ค.นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รับทราบแล้ว และต้องดูว่าตรงไหนที่ควรจะปรับปรุง ทุกส่วนสำคัญทั้งเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ความมั่นคงและการศึกษา ที่จะต้องเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่และเยาวชน
เมื่อถามถึง การก่อเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นเพราะความชะล่าใจของเจ้าหน้าที่ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้เรารู้ว่าเราจะต้องทำอะไรต่อไป เพื่อให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การที่จะไปหารือกับ รมว.ต่างประเทศของมาเลเซีย จะมีความคืบหน้าเรื่องการวางตัวผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะพานายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ไปด้วย เพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ เนื่องจากอยากให้นายฐนัตถ์ ไปทำความรู้จักกับผู้บริหารของรัฐบาลมาเลเซีย
เมื่อถามว่า ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่าจำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่ปลอดภัย หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ มีพื้นที่ปลอดภัยบริเวณชายแดนใน 14 อำเภอ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนเป็นประธาน
อ่านข่าว :
ครม.สัญจรสงขลา จนท.ตรวจเข้มทางเข้าศูนย์ประชุมฯ
นายกฯ เตรียมเปิดบ้าน 6 ก.ย. รับ ครม.พรรคร่วมรัฐบาล ถกผลงาน-รับมือศึกซักฟอก
