“โอ๋ไม่ใช่ไปแล้ว แค่ถ่ายรูปกลับบ้าน แต่เป็นคนลงพื้นที่แล้วตรวจละเอียดในทุกๆ มุม ” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือ โอ๋ สุดซอย หัวหน้าทีมสุดซอย กระทรวงพลังงาน เปิดสไตล์การทำงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการกักตุนน้ำมัน ช่วงตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา
ก่อนหน้าจะลงมาลุยตรวจสอบคลังน้ำมันที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายกักตุนน้ำมัน ช่วงวิกฤตขาดแคลนพลังงาน ทีมสุดซอย ในยุครัฐบาลอนุทิน 1 ซึ่ง "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" เป็น รมว.อุตสาหกรรม ก็ลุยตรวจเรื่องฝุ่นแดง ปัญหาเหล็กไม่ได้มาตรฐาน การตรวจสอบคุณภาพเหล็ก ที่อาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ตึก สตง.ถล่มมาแล้ว
และเมื่อได้รับบทบาทเป็นหัวหน้าทีมสุดซอยอีกครั้ง แต่เปลี่ยนมาประจำการกระทรวงพลังงาน “โอ๋-ฐิติภัสร์” ก็เดินหน้าตรวจสอบลุยสอบในประเด็นที่กระทบประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะการตรวจสอบคลังน้ำมันที่มีพฤติการณ์กักตุนในหลายจังหวัด
"โอ๋ สุดซอย" จากสส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
"โอ๋-ฐิติภัสร์" กับบทบาท "สุดซอย" บนถนนการเมือง
ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เป็นลูกสาว ชัยวุฒิ จริยวิโรจน์สกุล อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางกะปิ พรรคเพื่อไทย และได้รับการทาบทามจาก ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อปี 2562 ให้ลงสส.เขตบางกะปิ ได้รับเลือกเป็น สส.สมัยแรก
ต่อมาปี 2566 ย้ายสังกัดเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และได้ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งก็ต้องพ่ายให้กับให้กับ “สิริลภัส กองตระการ” จากพรรคก้าวไกล กลายเป็น สส.สอบตก แต่ทำให้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในทำงาน โดยลงมาสู่ภาคปฏิบัติในสนาม และเป็นที่มาของ “ทีมสุดซอย”
ถ้าเราเคยเป็น สส. สอบตกแล้ว คนอื่นไม่รู้นะ แต่สำหรับโอ๋ เป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ ครั้งแรกที่แพ้อาจจะเสียใจเพราะว่าตอนที่เราเป็น สส. เราทุ่มเทเต็มที่ พอเราทำใจได้ว่า ประเทศนี้เราต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาแสดงบทบาทและทำหน้าที่ได้ เมื่อทำใจในตรงนั้นได้ วันหนึ่งที่ว่าโอ๋จะได้รับโอกาสหรือไม่ได้รับโอกาส มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะรับไม่ได้ ทุกคนควรได้รับโอกาส แต่เมื่อได้รับโอกาสนั้นแล้วต้องทำให้เต็มที่เท่านั้นเอง
แม้จะจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่เมื่อได้เรียนในระดับปริญญาโทศิลปศาสตรบัณฑิตจาก Central Queensland University ประเทศออสเตรเลีย ด้านการบริหารจึงทำให้รู้ว่าชอบการบริหาร และทำให้ โอ๋-ฐิติภัสร์ เลือกที่จะเข้ามาทำงานการเมือง ต้องพัฒนาตัวเองเรียนรู้และหมั่นหาข้อมูล ศึกษาเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ ตลอดเวลา
"โอ๋ สุดซอย" จากสส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
"ตอนนี้ที่มาอยู่กระทรวงพลังงานมีความยากและซับซ้อนเนื่องจากคดีน้ำมันหายช่วงมีนาคม มันมีเครือข่ายเชื่อมโยงชัดเจนฝังรากลึกมานานความยากอยู่ตรงนี้ นี่คือความท้าทายในการขยายผลไปสู่การซื้อขายน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน ขยายผลไปสู่การซื้อขายนอกระบบ ซึ่งมันถูกฝังรากลึกมานาน"
ปัญหา-อุปสรรคของคนทำงานในนิยาม "สุดซอย"
ในช่วงแรกใช้วิธีการทำงานแบบสุดซอย โอ๋-ฐิติภัสร์ บอกว่า ในพื้นที่ก็ต้องเจอแรงต้านจาก "ระบบราชการ" แบบไทย ๆ ที่บางคนก็มีการต่อต้านนิ่งเฉย เพราะอยู่ในระบบแบบเดิมมานาน แต่เชื่อว่าลึก ๆ แล้วเจ้าหน้าที่ทุกคนก็อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง
"โอ๋เชื่อว่าข้าราชการทุกคน หลายคนที่จบใหม่ แล้วพอได้รับราชการ ปณิธานของทุกคนก็อยากทำสิ่งที่มันถูกต้อง อยากทำสิ่งที่มันดี แต่พอวันหนึ่งพอเขามาอยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรนาน ๆ เข้า วัฒนธรรมองค์กรอาจจะทำให้เขาเริ่มที่จะคุ้นชินกับการทำงานแบบเดิม ๆ แต่พอเราเข้าไป มันเหมือนไปปลุกไฟในตัวเขา ก็เลยทำให้เขารู้สึกว่า ลุกขึ้นมายืนกับเรา แล้วก็ทำในสิ่งที่มันถูกต้อง ทุกคนสนุกแล้วก็แฮปปี้"
เธอเน้นว่าตอนที่ทำงานให้กับกระทรวงพลังงานก็มีความท้าทายในการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เพราะกระทรวงพลังงานไม่เคยมีปฏิบัติการไปตรวจ เนื่องจากส่วนใหญ่เน้นการออกใบอนุญาตแล้วปล่อยให้ผู้ประกอบการดำเนินการอย่างเสรี ทำให้เกิดปัญหาที่ผู้ประกอบการน้ำมันมีอำนาจมากกว่ากระทรวง
"โอ๋ สุดซอย" จากสส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
"กระทรวงพลังงาน ส่วนใหญ่เขาก็จะมองว่า แค่ออกใบอนุญาตแล้วก็ปล่อยให้ผู้ประกอบการได้ซื้อขายน้ำมันหรือประกอบกิจการของเขาเอง ตัวของผู้ประกอบการใหญ่กว่ากระทรวงพลังงานด้วยซ้ำ เพราะการเติบโตของธุรกิจ การเติบโตของเศรษฐกิจ เลยทำให้องค์กรเขาใหญ่ขึ้น ส่วนเราก็จะแฟบลงเรื่อย ๆ แม้กระทั่งตัวของเจ้าหน้าที่ แล้วข้าราชการ แต่พอวันหนึ่ง เราบอกว่า ไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนวัฒนธรรม เราไม่ได้ให้ผู้ประกอบการมากำกับราชการนะ แต่ราชการมีหน้าที่ต้องกำกับดูแลตรวจสอบตัวผู้ประกอบการว่าถูกต้อง"
"นำนโยบาย สู่ ภาคปฏิบัติ" ลุยจริง-ไม่วิ่งผู้ใหญ่
“โอ๋ก็บอกอย่าโกรธโอ๋นะ ถ้ามาแล้ว ก็ต้องตรวจให้สุดจริง ๆ กำพงกำแพงเดินเลาะหมด ไม่ปล่อย”
สไตล์การทำงานแบบสุดซอยไม่ใช่แค่การไปลงพื้นที่ถ่ายรูปแล้วกลับ แต่การทำงานของต้องตรวจสอบจริง ลงพื้นที่จริง อย่างเรื่องตรวจสอบน้ำมันที่สมุทรปราการ เจ้าที่บอกว่าหัวจ่ายน้ำมันไม่ได้ใช้มาสองปีแล้ว แต่ทีมต้องเดินไล่ไปถึงท่าเรือเพื่อตรวจสอบว่ามีการลักลอบขึ้นมาหรือไม่ เพราะหน้าที่ของของทีมฯ ไม่ใช่การผลักดันด้านนโยบายแต่คือ นำภาคนโยบายขับเคลื่อนไปสู่ภาคปฏิบัติ
เป็นคนไม่วิ่ง ไม่ชอบการเข้าหาผู้ใหญ่ ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ไปเล่นกับหลาน ไม่มีคอนเนคชั่นใดๆ กับใคร และเน้นการทำงานแบบโปร่งใสที่สุด
"ลูกไม้ใต้ต้น" ลูกนักการเมืองท้องถิ่น "เลือดนักสู้"
ลงสมัครรับเลือกตั้ง 2 รอบ แม้จะเป็นเจ้าของพื้นที่โดยกำเนิด แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามา "โอ๋ – ฐิติภัสร์" บอกว่า สนามการเมืองในกรุงเทพมหานคร มีความเฉพาะตัวมากกว่าที่อื่น เนื่องจากคนกรุงเทพฯจะไม่ได้มองหานักการเมืองแบบ "บ้านใหญ่ใจถึงพึ่งได้" แต่จะมองใน "นโยบายภาพใหญ่" มากกว่า มองว่ารัฐบาลทำอะไรให้ประชาชน มีนโยบายในทิศทางไหน
"โอ๋ สุดซอย" จากสส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
ดังนั้นการทำงานจึงต้องเน้นการผลักดันนโยบายจากส่วนกลางให้เข้ากับพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลนี้สามารถพึ่งพาได้แม้ไม่ได้มีบทบาท สส.แต่ก็ยังช่วยเหลืออยู่หลังบ้านให้คำแนะนำทั้งด้านข้อกฎหมายและประสานงานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน
เราถูกซึมซับมาโดยคุณพ่อ คุณแม่ สอนให้เราได้รู้จักช่วยเหลือคนอื่น เราเห็นเป็นแบบอย่างแล้วเรารู้สึกว่านี่แหละคือ ฮีโร่ของเราที่บ้านไม่รวยนะ แต่มีมูลนิธิเล็กๆ ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน
ด้วยความที่เธอเติบโตมากับบิดาที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และเปิดมูลนิธิเล็ก ๆ สำหรับช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ยามเจ็บไข้ได้ป่วย เจึงได้รับการสั่งสอนให้ช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ โดยนำโอกาสนั้นแบ่งปันให้สังคม แล้วเรารู้สึกว่าสิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันเป็นความสุข
อดีต สส.เขตบางกะปิ เล่าว่า ด้วยความที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ยากลำบาก เมื่อวันหนึ่งมีโอกาสได้ให้อะไรตอบแทนสังคมจึงอยากที่จะทำ เพราะสิ่งนี้ทำให้มีความสุขและมีคุณค่าทางจิตใจ และกลายเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานถึงทุกวันนี้
"โอ๋ สุดซอย" จากสส.สอบตก สู่ หัวหน้าทีมลุยสอบ "คลังกักตุนน้ำมัน"
เมื่อถามว่าเหนื่อยไหมกับการทำงานตรวจสอบตรงนี้ หัวหน้าทีมสุดซอย ตอบว่า ความเหนื่อยมันมีอยู่แล้ว ทั้งอากาศที่ร้อน แดด และความกดดัน
มันร้อน มันเหนื่อย มันหิวน้ำ เหงื่อแตกหมด แต่ถ้าถามว่าเหนื่อยจนไม่อยากทำไหม ไม่เลย...เพราะความสุขของการทำงานคือการได้เห็นความจริงปรากฏและได้หยุดพฤติกรรมที่เอาเปรียบคนอื่น และสิ่งที่ทำไม่ใช่การจับผิด แต่คือการทำให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในกติกาที่ควรจะเป็น
"บางอย่างคุณทำจนเคยชิน คิดว่ามันทำได้มาตลอด แต่ถ้ามันผิด มันก็คือผิด"
ไม่ว่าจะเป็นการเอาเปรียบประชาชน ภาษีรัฐหรือผู้ประกอบการรายอื่น และอย่างน้อยการทำงานของทีมสุดซอย คือการทำให้คนรู้ว่ายังมีคนกล้าลุกขึ้นมาพูด และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้วันหนึ่งคนจะไม่จำชื่อ "โอ๋ สุดซอย" ก็ตาม
รายงาน : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นิสิตฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และนายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นิสิตฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ่านข่าว
งงทั้งโลก! "ทรัมป์" ขู่ระเบิดโอมาน พันธมิตรอาหรับที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ
มติสภา ไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดีเอสไอ สอบสวนคดีโยงเว็บพนัน
สภาฯ ตีตกตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ส่งตรงให้ ครม. พิจารณาแทน










