สภาฯ ตีตกตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ส่งตรงให้ ครม. พิจารณาแทน

การเมือง
11:55
จำนวนผู้ชม 424
Thai PBS
สภาฯ ตีตกตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ส่งตรงให้ ครม. พิจารณาแทน
สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ก่อนส่งเรื่องให้ ครม. พิจารณาต่อด้วยคะแนน 266:174 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องความคุ้มค่า ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสในการผลักดันโครงการ

วันนี้ (29 พ.ค.2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีการพิจารณาและลงมติในวาระสำคัญเกี่ยวกับญัตติด่วน เรื่องการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการดำเนินโครงการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือที่รู้จักกันในนาม "โครงการแลนด์บริดจ์" (Landbridge)

ภายหลังจากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้เสร็จสิ้นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อกังวลอย่างกว้างขวางแล้ว ในเวลา 11.39 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้มีการลงคะแนนเสียง ผลปรากฏว่า เสียงข้างมากมีมติเห็นด้วยที่จะให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ ครม. พิจารณา โดยไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 266 เสียง ไม่เห็นด้วย 174 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง

สภาฯ ตีตกตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ส่งตรงให้ ครม. พิจารณาแทน

สภาฯ ตีตกตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ส่งตรงให้ ครม. พิจารณาแทน

ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติดังกล่าว บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปด้วยความดุเดือด โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสรุปโดยตั้งคำถามถึงความชอบมาพากลของโครงการแลนด์บริดจ์อย่างรุนแรง

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า โครงการมูลค่ามหาศาลนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากมายาคติทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อว่า ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากจุดที่แคบที่สุดของภูมิประเทศ มาทดแทนเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาได้ พร้อมทั้งจำแนกปัญหาสำคัญออกเป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. ความคุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ
  2. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังขาดการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ
  3. สิทธิของประชาชนภาคใต้ในการเชื่อมโยงกับโลกอย่างเหมาะสม
  4. แนวโน้มที่จะต้องผันแปรโครงการไปสู่อุตสาหกรรมหนักประเภทปิโตรเคมี
  5. ปัญหาความมั่นคงระดับประเทศ

ซึ่งเหตุผลเหล่านี้เพียงพอแล้วที่จะปฏิเสธโครงการนี้ และเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ร่วมกับประชาชน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้ตำหนิรัฐบาลอย่างรุนแรงว่า โครงการนี้ไม่ได้ถูกระบุไว้ในเล่มนโยบายที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่กลับมีความพยายามรวบรัดผลักดันและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากตัวแทนประชาชน

การปฏิเสธไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความมีพิรุธและข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงที่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มบุคคลเฉพาะกลุ่ม บนความย่อยยับของทรัพยากรธรรมชาติและโอกาสของชาวใต้ ทั้งยังเสี่ยงดึงประเทศไทยเข้าสู่ศูนย์กลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้อภิปรายสรุปในทำนองเดียวกันว่า การตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้มีเป้าหมายเพื่อค้นหายุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืนที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การตอบคำถามว่าจะทำแลนด์บริดจ์หรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) หรือไม่

พร้อมหยิบยกข้อกังวลของ สส.ชุมพร และ สส.กำแพงเพชร ที่ตั้งคำถามว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ และ นายกฯ ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกภายในพรรคตนเองบ้างแล้วหรือยัง

นายณัฐพงษ์ระบุว่า ไม่มีเหตุผลความจำเป็นใด ๆ เลยที่จะปัดตกญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ นอกเสียจากว่ารัฐบาลมีความต้องการที่จะปิดหูปิดตาประชาชน และดึงดันเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ โดยนายณัฐพงษ์ได้ถอดบทเรียนเปรียบเทียบกับโครงการ EEC ว่า แม้ตัวเลข GDP จะเติบโต แต่ความมั่นคงและสวัสดิการของแรงงานกลับไม่ได้เติบโตตาม เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศนำมาซึ่งมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ตกอยู่กับกลุ่มทุนส่วนน้อยเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงขอเสนอทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า คือการทำโครงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อ "ระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้" หรือ Southern Biodiversity Regeneration Corridor (SBRC) เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนและสมดุลให้แก่พื้นที่ภาคใต้แทน

อ่านข่าวอื่น :

ขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ หัวใจสำคัญ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์

ราคา “ทองคำ” บวกแรง1,450 บาท ขานรับดอลลาร์-บอนด์ยีลด์ร่วง

"มิกโก" เปิดใจค้นเหมืองลาวแล้ว 95% แต่ยังไร้ร่องรอย 2 ผู้สูญหาย