วันนี้ (28 ส.ค.2569) นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. และไม่ได้ไปตอบกระทู้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพราะติดภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แก้ไขปัญหาอุทกภัย จึงมองว่าพี่น้องประชาชนสำคัญกว่า ยืนยันว่าไม่ได้ละเลยหน้าที่หรือขาดจิตสำนึก แต่มีภารกิจราชการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
ส่วนข้อกล่าวหากรณี นายเอ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ได้เข้าพบตนเองในห้องทำงาน ขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และกล่าวอ้างว่าตนเอง ให้เซ็นใบลาออกจากการเป็น สว. ล่วงหน้า ยืนยันนายเอเข้ามาพบจริง นัดหมายมาคุยเรื่องเกษตรและไก่งวง ซึ่งนายเอ ได้ขอให้ช่วยเหลือเรื่อง สว. แต่ตนเองปฏิเสธไปทั้ง 2 ครั้ง และในห้องไม่ได้อยู่กันสองคน อยู่กัน 7-8 คน มีทั้งข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร
"ข้อกล่าวหา ที่มีต่อตนเองเป็นการกล่าวหา ที่ไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารที่ยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจงทั้งหมด ผมเองก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็นไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ชุดที่ 26"
ส่วนกรณีวันที่ 4-5 ก.ค.2567 ซึ่งเป็นช่วงการปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน นายนภินทร กล่าวว่า มีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย มาเชื่อมโยงกับสถานที่ดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่า โรงแรมพูลแมนเปรียบเสมือนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทั้งบริเวณชั้นล่าง ร้านกาแฟ ล็อบบี้ และห้องอาหาร
ในช่วงเวลาดังกล่าว พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสำนักงานยังสร้างไม่เสร็จ ก็ใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน และหากมีเรื่องสำคัญก็สามารถใช้ห้องประชุมขนาดเล็กที่รองรับคนได้ไม่เกิน 10 คน ส่วนกรณีที่อ้างว่า สว. รวมตัวกันเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 100 คน หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องใช้ห้องประชุมใหญ่ ดังนั้น การมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สส. พรรคภูมิใจไทย อยู่ที่โรงแรมดังกล่าว ถามว่า มีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมตรงนั้น
ขณะที่ช่วงวันที่ วันที่ 4-5 ก.ค.2567 ไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี โดยมีทั้งหนังสืออนุญาตเดินทางไปราชการที่เสนอถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น รวมถึงหลักฐานหนังสือเดินทางแสดงการเดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยตนเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 28 มิ.ย.2567 และเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค.2567 ซึ่งได้นำหลักฐานทั้ง 2 ส่วนส่งให้ กกต. ชุดที่ 26 แล้ว
นี่คือหลักฐานชัดเจน แล้วถามว่าตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม
นายนภินทร กล่าวว่า มีกระแสกดดันให้ กกต. ส่งฟ้องทั้ง 229 คน จึงตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการส่งฟ้องที่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะมีการเปิดหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง ขณะที่หลักฐานที่ใช้ต่อสู้และเป็นคุณต่อผู้ถูกร้องกลับไม่ได้ถูกเปิดเผย ซึ่งการที่ กกต. ดำเนินการพิจารณาคดีมากกว่า 400 คดีอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ถือเป็นการกระทำที่ชอบและถูกต้อง แต่การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียวและกดดันการทำงานของ กกต. นั้น หากมองในทางการเมืองถือว่าเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก ขอยืนยันว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่เหมือนตำรวจ อัยการ และศาล ในกรณีที่ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง เขาแจกใบแดงได้
"กกต. ต่างจากอัยการและตำรวจเล็กน้อย ตรงที่อัยการและตำรวจเป็นคดีอาญา ต้องมีหลักฐานจนปราศจากข้อสงสัยว่ากระทำผิดจริง แต่ของ กกต. ลดลงมา เพราะเป็นเรื่องการตัดสิทธิการเลือกตั้ง ใช้คำว่า มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าผู้นั้นกระทำความผิด จึงใช้พยานหลักฐานเพียง 60% กกต.จึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจตรงนี้ คุณจะมาจินตนาการว่า สว. เลือก กกต. มา 3-4 คนแล้วจะลำเอียง คุณกำลังจินตนาการให้ร้ายกับสังคม คุณต้องให้โอกาสการทำงาน ฝ่ายการเมืองซีกไหนก็ตามที่พยายามเปิดเรื่องเหล่านี้มาเพื่อบีบกดดัน กกต. ตนถือว่าไม่ดี ไม่เหมาะสม เป็นการเมืองที่สกปรก"
นายนภินทร กล่าวว่า นายพริษฐ์บอกว่า มีผู้สมัคร สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ 4-5 คน มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วถามว่า เจอตนหรือไม่ ขอบอกว่า ไม่เจอ แล้วตนก็ถามกลับว่า นายพริษฐ์ เอาเรื่องแบบนี้มาถาม เป็นถึง สส. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีคน 4,000-5,000 คน มีผู้สมัคร สว. หรือ สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วมาถามแบบนี้ เป็นการพยายามเชื่อมโยงแบบจินตนาการไร้เหตุผล ส่วนที่ระบุว่ามีเส้นทางการเงินนั้น คนที่จ่ายเงิน อาจจะมีคำชี้แจงว่า จ่ายให้ใครอย่างไร แต่คน ๆ นั้นเป็นเพียงคนรู้จักของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนหนึ่ง หรือเคยเป็นตัวแทนของภูมิใจไทย เท่านี้เพียงพอแล้วหรือที่จะกล่าวหาว่านักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนนั้นว่า จ้างให้เขาทำ หลักฐานเชื่อถือได้แล้วหรือ อยากให้สังคมค่อย ๆ คิดตรึกตรองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
"ผมพยายามเงียบที่สุด เพราะผมส่งข้อมูลทั้งหมดให้ กกต. หมดแล้ว แต่เมื่อคณะไต่สวนชุดที่ 26 ลงความเห็นว่าผมมีความผิด ก็ไม่เป็นไร ผมยังเชื่อใน กกต. ทั้ง 7 ท่านว่ามีเหตุและผลเพียงพอ และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม แต่ผมไม่เชื่อคณะชุดที่ 26 จากหลักฐานที่ผมชี้แจง ผมไม่เชื่อว่า ผมได้รับความเป็นธรรมจากคณะชุดที่ 26 ของ กกต."
นายนภินทร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ แจ้งความนายยิ่งชีพไว้ แล้วที่ สน.ทองหล่อ เพราะสิ่งที่นำมาพูดไม่เป็นความจริง การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติให้ร้ายตนเอง แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึง แจ้งความหมด และบางเรื่องจะฟ้องด้วยตัวเอง
ส่วนที่นายยิ่งชีพ เคยพูดว่า ถ้าฝ่ายรัฐบาลพูดความจริงจะยอมกราบขอโทษ วันนี้พูดความจริงหมดแล้ว คุณจะทำตามคำพูดหรือไม่ ก็เรื่องของคุณ ตนเองไม่บังคับ ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง กล่าวหาตนก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ทั้งนี้ นายนภินทร ได้ชี้นิ้วพร้อมกับบอกว่า แล้วเจอกันที่ศาล
สำหรับกรณีของนายพริษฐ์ ที่นำประเด็นดังกล่าวไปพูดในสภา นายนภินทร กล่าวว่า ไม่มีโอกาสได้ตอบในขณะนั้น แต่วันนี้ได้ชี้แจงแล้ว พร้อมขอให้นายพริษฐ์ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ เปิดเผยหลักฐานทุกมุม
การที่อ้างว่ามีเอกสาร 90,000 กว่าหน้า ถ้าอยากเปิดก็ต้องเปิดทุกมุม เพราะผู้ถูกร้องมีเอกสารที่แสดงทั้งหมด ทำไมต้องเปิดหลักฐานซีกเดียว การเมืองในขณะนี้ สกปรกมาก
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่านายพริษฐ์ ติดงานเสวนาและไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้
นายนภินทรยังกล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่านายพริษฐ์ ติดงานเสวนาและไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ว่า เรื่องดังกล่าวก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า เรื่องใดมีความสำคัญ และหากเห็นว่างานเสวนาสำคัญจนไม่สามารถมาได้ ก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน
ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ตนบอกเบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว สงสัยอะไรถามมาได้เลย จะตอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าไปถามเรื่องคนอื่นผมตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงในสำนวน กกต. สังคมจึงต้องให้ความเป็นธรรม
อ่านข่าว :
กกต.ยันลงมติส่ง-ไม่ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาฯ ภายใน 7 ก.ย.นี้
"ยิ่งชีพ" ชี้เอกสารคดีฮั้ว สว.หลุด ผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ
