วันนี้ (28 ส.ค.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และนายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามรายใหญ่ในพื้นที่อุตรดิตถ์ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกรมอุทยานฯ
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก), กองป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า (สปป.3 ภาคเหนือ), เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว ร่วมกับกรมป่าไม้ โดยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.8 (ห้วยน้อยกา) และชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลําปาง) สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง (ด้าน สปป.ลาว), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส., ตำรวจ สภ.บ้านโคก, ตชด.317, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านโคก และกำนันตำบลม่วงเจ็ดต้น
เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้าม บริเวณป่าห้วยไม้แดง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ 3 คน พร้อมยึดของกลางไม้ประดู่ท่อน เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์กระทำผิดจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
นายอรรถพล กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มาจากการบูรณาการร่วมกัน ของหน่วยงานด้านการอนุรักษ์และกำลังฝ่ายความมั่นคง จากการสอบสวนขยายผลและพยานหลักฐาน พบว่าขบวนการนี้มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ หรือกลุ่มทุนจีนเทา ที่เข้ามาลักลอบซื้อขายทรัพยากรธรรมชาติของไทย โดยมีกลุ่มนายทุนและนายหน้าคอยควบคุมการตัดไม้ในพื้นที่ด้วยตนเอง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัว กลุ่มนายทุนได้อาศัยความมืดขับรถหลบหนีไป กรมอุทยานฯ จึงประสานงานกับ บก.ปทส. และกรมป่าไม้ เพื่อเร่งติดตามกลุ่มนายทุนและผู้บงการทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ 3 คน ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ อายุ 50 ปี (คนขับรถบรรทุกติดเครน) นายศุภชัย อายุ 31 ปี (ผู้ช่วยเรียงและมัดไม้) และนายพนม อายุ 56 ปี (คนขับรถแทรกเตอร์ทำทาง)
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
จากการสอบสวนพบว่า มีกลุ่มนายทุนและผู้บงการที่อยู่ระหว่างหลบหนี ขณะที่ของกลางซึ่งตรวจยึดได้ในจุดเกิดเหตุ ประกอบด้วย ไม้ประดู่ท่อน ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม 8 ท่อน ปริมาตรรวม 13.39 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 468,650 บาท (พบตอไม้ประดู่ถูกตัดล้ม 1 ต้น ใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดทอน ไม่มีรอยดวงตราอนุญาต), ยานพาหนะ 4 คัน ได้แก่ รถบรรทุกติดเครน, รถแทรกเตอร์การเกษตร, รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ รวมถึงเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ กุญแจรถ และบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีอีก 2 คน
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 (มาตรา 11 และ 69), พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 (มาตรา 14) และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 พร้อมนำตัวผู้ต้องหา เอกสารหลักฐานและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มนายทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ กรมป่าไม้ ยังเร่งยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายจากการสวมสิทธิไม้ตามมาตรา 7 ที่กลุ่มผู้กระทำผิดมักนำไม้แอบตัดจากป่าธรรมชาติ มาอ้างว่าเป็นไม้จากที่ดินกรรมสิทธิ พร้อมเน้นย้ำเตือนประชาชนในพื้นที่ดินของรัฐ เช่น คทช. หรือ ส.ป.ก. ว่าไม้หวงห้ามตามธรรมชาติที่ขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถตัดได้และถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอนุญาตให้ตัดได้เฉพาะไม้ที่ปลูกขึ้นเองเท่านั้น
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ให้ลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือเขตจัดสรรทำกิน โดยไม่ช่วยเหลือดูแลหรือแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเพิกถอนสิทธิการทำกินทันที ขณะเดียวกัน บก.ปทส. กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ จะประสานความร่วมมือกับกรมศุลกากร ในการเพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นสินค้าส่งออก และพื้นที่เขตปลอดอากร เพื่อตัดวงจรการส่งออกไม้ผิดกฎหมายข้ามชาติต่อไป
อ่านข่าว :
"ปกรณ์" จ่อชง ครม.ผลฟังความเห็น "เออลี่รีไทร์ ขรก." จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า
เสียชีวิตเพิ่มเป็น 392 สูญหาย 1,225 คน ภัยพิบัติเนปาล-ทิเบต
"นายกเฮง-จนท.อบต." ได้ประกันตัว ปมเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น
