จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

สิ่งแวดล้อม
15:23
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (28 ส.ค.2569) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และนายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามรายใหญ่ในพื้นที่อุตรดิตถ์ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการกรมอุทยานฯ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก), กองป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า (สปป.3 ภาคเหนือ), เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว ร่วมกับกรมป่าไม้ โดยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.8 (ห้วยน้อยกา) และชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลําปาง) สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง (ด้าน สปป.ลาว), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส., ตำรวจ สภ.บ้านโคก, ตชด.317, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านโคก และกำนันตำบลม่วงเจ็ดต้น

เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้าม บริเวณป่าห้วยไม้แดง เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ 3 คน พร้อมยึดของกลางไม้ประดู่ท่อน เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์กระทำผิดจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

นายอรรถพล กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มาจากการบูรณาการร่วมกัน ของหน่วยงานด้านการอนุรักษ์และกำลังฝ่ายความมั่นคง จากการสอบสวนขยายผลและพยานหลักฐาน พบว่าขบวนการนี้มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ หรือกลุ่มทุนจีนเทา ที่เข้ามาลักลอบซื้อขายทรัพยากรธรรมชาติของไทย โดยมีกลุ่มนายทุนและนายหน้าคอยควบคุมการตัดไม้ในพื้นที่ด้วยตนเอง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัว กลุ่มนายทุนได้อาศัยความมืดขับรถหลบหนีไป กรมอุทยานฯ จึงประสานงานกับ บก.ปทส. และกรมป่าไม้ เพื่อเร่งติดตามกลุ่มนายทุนและผู้บงการทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ 3 คน ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ อายุ 50 ปี (คนขับรถบรรทุกติดเครน) นายศุภชัย อายุ 31 ปี (ผู้ช่วยเรียงและมัดไม้) และนายพนม อายุ 56 ปี (คนขับรถแทรกเตอร์ทำทาง)

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จากการสอบสวนพบว่า มีกลุ่มนายทุนและผู้บงการที่อยู่ระหว่างหลบหนี ขณะที่ของกลางซึ่งตรวจยึดได้ในจุดเกิดเหตุ ประกอบด้วย ไม้ประดู่ท่อน ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม 8 ท่อน ปริมาตรรวม 13.39 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 468,650 บาท (พบตอไม้ประดู่ถูกตัดล้ม 1 ต้น ใช้เลื่อยโซ่ยนต์ตัดทอน ไม่มีรอยดวงตราอนุญาต), ยานพาหนะ 4 คัน ได้แก่ รถบรรทุกติดเครน, รถแทรกเตอร์การเกษตร, รถกระบะ และรถยนต์อเนกประสงค์ รวมถึงเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ กุญแจรถ และบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีอีก 2 คน

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 (มาตรา 11 และ 69), พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 (มาตรา 14) และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 พร้อมนำตัวผู้ต้องหา เอกสารหลักฐานและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มนายทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ กรมป่าไม้ ยังเร่งยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายจากการสวมสิทธิไม้ตามมาตรา 7 ที่กลุ่มผู้กระทำผิดมักนำไม้แอบตัดจากป่าธรรมชาติ มาอ้างว่าเป็นไม้จากที่ดินกรรมสิทธิ พร้อมเน้นย้ำเตือนประชาชนในพื้นที่ดินของรัฐ เช่น คทช. หรือ ส.ป.ก. ว่าไม้หวงห้ามตามธรรมชาติที่ขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถตัดได้และถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอนุญาตให้ตัดได้เฉพาะไม้ที่ปลูกขึ้นเองเท่านั้น

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

จับขบวนการลอบตัด "ไม้ประดู่" ป่าสงวนฯ อุตรดิตถ์ โยงนายทุนต่างชาติ

หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลย ให้ลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือเขตจัดสรรทำกิน โดยไม่ช่วยเหลือดูแลหรือแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเพิกถอนสิทธิการทำกินทันที ขณะเดียวกัน บก.ปทส. กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ จะประสานความร่วมมือกับกรมศุลกากร ในการเพิ่มความเข้มงวดตรวจค้นสินค้าส่งออก และพื้นที่เขตปลอดอากร เพื่อตัดวงจรการส่งออกไม้ผิดกฎหมายข้ามชาติต่อไป

อ่านข่าว :

"ปกรณ์" จ่อชง ครม.ผลฟังความเห็น "เออลี่รีไทร์ ขรก." จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า

เสียชีวิตเพิ่มเป็น 392 สูญหาย 1,225 คน ภัยพิบัติเนปาล-ทิเบต

"นายกเฮง-จนท.อบต." ได้ประกันตัว ปมเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น