วันนี้ (28 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังตำรวจควบคุมตัวนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตนายก อบต. และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเรียกรับสินบนวิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มาสอบปากคำ
ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน และได้รับการประกันตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ส.ค.)
แนวทางการสืบสวนของตำรวจ พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพฤติการณ์ตระเวนหาผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทน และมีนางนวพรทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยจัดหาผู้สมัครสอบ แต่การจัดหาผู้สมัครสอบมีจำนวนเกินกว่าโควตาตำแหน่งที่สามารถจัดหาให้ได้ ส่งผลให้มีผู้สมัครสอบจำนวนมากสอบไม่ผ่าน เบื้องต้นพบมากกว่า 40 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียหายบางส่วนเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อผู้สมัครสอบไม่เป็นไปตามที่ตกลง กลุ่มนายหน้ากลับปฏิเสธการคืนเงินสินบน โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างวิ่งเต้นจัดหาตำแหน่งว่างในพื้นที่อื่นเพื่อทดแทน
ผู้เสียหายบางคนที่ต้องการบรรจุในพื้นที่ภาคเหนือ กลับถูกเจรจาให้ย้ายไปรับตำแหน่งในพื้นที่ภาคใต้แทน ทำให้ผู้เสียหายบางคนต้องยอมรับเงื่อนไข เพราะเกรงว่าจะสูญเสียเงินที่จ่ายไปโดยไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ
ตำรวจยังพบเบาะแสว่าเครือข่ายนี้อาจขยายการเรียกรับเงินไปยังพื้นที่อื่น โดยเฉพาะ จ.สุพรรณบุรี มีลักษณะเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าจากผู้สมัครสอบ ก่อนเกิดปัญหาผิดเงื่อนไข และการเกิดทะเลาะวิวาทขึ้น
ขณะเดียวกันการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบกว่า 5,900 คน ที่มีความเชื่อมโยงกับประเด็นทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น พบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก โดยมีผู้สมัครบางคนจ่ายเงินสินบน และได้รับการแก้ไขคำตอบในกระดาษข้อสอบแล้ว แต่กลับไม่มีรายชื่อสอบผ่าน เนื่องจากมีการปรับลดจำนวนโควตาตำแหน่งที่เปิดรับ
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของนางนวพร โดยเฉพาะรายการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
จากการสืบสวนเชิงลึก ตำรวจยังพบข้อมูลว่าขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ อาจมีบุคคลระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. เข้ามาเกี่ยวข้องรวม 3 คน แบ่งเป็นอดีตอธิบดี 2 คน และอธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน 1 คน
ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบพยานหลักฐานชัดเจน จะขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย
อ่านข่าว :
"ปกรณ์" จ่อชง ครม.ผลฟังความเห็น "เออลี่รีไทร์ ขรก." จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า
นายกฯ เผยเคาะชื่อ "เสธ.ปูด้วง" นั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่
เตือนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เพราะข้อมูลรถ รีบยื่นทบทวนสิทธิภายใน 31 ส.ค.
