"บิ๊กเต่า" เผยสอบท้องถิ่นสาย "นายกเฮง" พบบรรจุ ขรก.แล้ว 57 คน

อาชญากรรม
19:21
จำนวนผู้ชม 57
Thai PBS
"บิ๊กเต่า" เผยสอบท้องถิ่นสาย "นายกเฮง" พบบรรจุ ขรก.แล้ว 57 คน

วันนี้ (27 ส.ค.2569) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมนายประวิทย์ หรือ "นายกเฮง" อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมนางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ กรณีเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากผู้เสียหายใน จ.ศรีสะเกษ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายประวิทย์ โดยพฤติการณ์พบว่า นายประวิทย์ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับคนเข้าสอบ และมีนางนวพร ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดและลูกน้อง ทำหน้าที่ติดต่อและชักชวนผู้เข้าสอบ รวมถึงรวบรวมเงิน โดยมีผู้เสียหายในสายดังกล่าว เฉพาะรอบปีงบประมาณ 2568 แต่เรียกรับเงินในปี 2567 จำนวนมากกว่า 100 คน

จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีผู้เข้าสอบประมาณ 57 คน มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบได้และได้รับบรรจุในปี 2569 อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขข้อสอบ ขณะที่ผู้จ่ายเงินแล้ว แต่ไม่มีชื่อสอบได้มีกว่า 40 คน โดยแต่ละคนจ่ายเงินประมาณ 650,000 บาท ส่วนใหญ่แจ้งความในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ในข้อหาฉ้อโกง และเบื้องต้นมีผู้เสียหายที่เข้าร้องทุกข์กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในคดีนี้ 1 คน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เชื่อว่า กลุ่มผู้สอบได้ประมาณ 57 คน อาจมีการจ่ายเงินในลักษณะดังกล่าวครบจำนวนแล้ว ส่วนกลุ่มที่สอบไม่ได้อีกว่า 40 คน ทวงถามเงินคืนจากนายประวิทย์ แต่นายประวิทย์มีพฤติการณ์บ่ายเบี่ยงและหลบหนีออกจากพื้นที่ ส่วนที่นายประวิทย์อ้างว่า สามารถแก้ไขคำตอบหรือทำคะแนนสอบได้นั้น นายประวิทย์ให้ความร่วมมือบางส่วน และตำรวจยังต้องสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้สอบได้ 57 คนจะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ต้องเรียกสอบสวนเป็นรายบุคคลก่อน เพื่อพิจารณาว่าการจ่ายเงินและการสอบได้เกิดจากเจตนาทุจริตหรือไม่ โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าทั้งหมดจ่ายเงินเพื่อให้สอบได้ เพราะบางคนอาจสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง ขณะที่บางคนอาจมีการแก้ไขข้อสอบ

รอง ผบช.ก. กล่าวอีกว่า ในกลุ่มดังกล่าว นางนวพรมีบทบาทในการรวบรวมเงิน ขณะที่นายประวิทย์มีข้อมูลว่าสามารถดำเนินการเกี่ยวกับการสอบได้ จึงถูกดำเนินคดีในลักษณะร่วมกัน นอกจากนี้ ตำรวจพบข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเส้นทางเงิน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เฉพาะในกลุ่มคดีนี้ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี

"บิ๊กเต่า" เผยสอบท้องถิ่นสาย "นายกเฮง" พบบรรจุ ขรก.แล้ว 57 คน

"บิ๊กเต่า" เผยสอบท้องถิ่นสาย "นายกเฮง" พบบรรจุ ขรก.แล้ว 57 คน

ตร.ชี้พบหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่ม "จ่าพิชิต"

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยอีกว่า มีหลักฐานชัดเจนว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับในครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายพิชิต ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่า เป็นความเชื่อมโยงในด้านใด พร้อมย้ำว่าไม่ควรนำทั้ง 2 คดีมาเปรียบเทียบกันโดยตรง เพียงแต่มีการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องหา ที่ถูกจับกุมไปแล้วกับกลุ่มที่ถูกจับกุมครั้งนี้

ส่วนประเด็นที่นายประวิทย์อ้างว่า แอปพลิเคชันไลน์ถูกปลอมแปลง ต้องสอบสวนให้แน่ชัดก่อน โดยตำรวจพบว่ามีตัวละครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาจมีพยานหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า มีบุคคลที่อยู่สูงกว่านายประวิทย์หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า คดีนี้จะต้องดำเนินการต่อ และเมื่อแล้วเสร็จจะส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อรวมกับสำนวนหลักของ ป.ป.ช. ซึ่งสามารถพิจารณากันบุคคลบางคนไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ได้ โดยเชื่อว่าการดำเนินการ จะสามารถไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังในระดับที่สูงกว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในวันนี้

สำหรับข้อกังวลว่า คดีจะถูกดำเนินการแค่ข้อหาฉ้อโกงหรือไม่นั้น ตำรวจมองพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้าข่ายทุจริตในลักษณะเป็นตัวกลางเรียกรับเงิน และนำเงินไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า การดำเนินคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือดิสเครดิตพรรคการเมือง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใด

รอง ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะเดียวกันคดีดังกล่าว เป็นเพียงส่วนย่อยจากสำนวนการไต่สวนหลักของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เริ่มต้นตรวจสอบเรื่องทุจริตดังกล่าว และขอกำลังจาก บก.ปปป. เข้ามาดำเนินการตรวจค้นและสืบสวน โดยตำรวจสอบสวนกลาง จะเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน พร้อมเชื่อว่าเมื่อ ป.ป.ช.ดำเนินการในสำนวนหลัก จะสามารถขยายผลไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับที่ใหญ่กว่านี้ได้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า 57 คนที่อยู่ในสายของนายประวิทย์ ทั้งหมดได้มีการแก้คะแนนสอบ และยังเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่อยู่ในกลุ่มกว่า 5,900 คน ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

อ่านข่าว :

รวบ "นายกเฮง" อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ปมเรียกรับเงินโกงสอบท้องถิ่น

ตร.สอบปากคำ "นายกเฮง" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีเรียกรับเงิน

ศร.นัดคู่ความคดีบาร์โค้ด "เดินเผชิญสืบ" สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง