วันนี้ (28 ส.ค.2569) สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของทางการจีน รายงานว่า ทางการจีนได้สั่งระงับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย บริเวณใกล้กับด่านทางบกจี่หรง ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเนปาล เนื่องจากมีความวิตกกังวลขั้นสูงสุด ต่อความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติซ้ำ 2 ทั้งเหตุการณ์ดินถล่มขนาดใหญ่และน้ำท่วมฉับพลัน
สาเหตุหลักมาจาก "ทะเลสาบกั้นขวาง" หรือ Barrier Lake ซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นหลังจากมวลดินและซากหินพังถล่มลงมาปิดกั้นทางไหลของแม่น้ำ อันเนื่องมาจากมหาอุทกภัยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 ส.ค.) มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 48 ชั่วโมง
โดยในช่วงเช้าวันนี้ พบว่ามวลน้ำมหาศาลเริ่มไหลทะลัก และล้นข้ามคันกั้นธรรมชาติอย่างไม่ขาดสาย สร้างความเสี่ยงระดับอันตรายร้ายแรง จนทีมกู้ภัยไม่สามารถรุกหน้าไปยังพื้นที่ประสบภัยพิบัติหลักได้
ผู้สื่อข่าวซีซีทีวีในพื้นที่รายงานว่า ได้รับคำสั่งด่วนที่สุด ให้ทีมกู้ภัยทั้งหมดหยุดการเคลื่อนกำลังไปยังด่านจี่หรง และปักหลักรอที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเหลาเจียง ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนจีน-เนปาลประมาณ 7 กิโลเมตร โดยระบุว่ากระแสน้ำที่ล้นทะลักมีความรุนแรงมาก และมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดมวลโคลนพุ่งถล่มซ้ำ จนทำให้การเข้าช่วยเหลือในจุดวิกฤตเป็นไปไม่ได้ในขณะนี้
ฝุ่นตลบเหนือภูเขา-เสียงน้ำเชี่ยว สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีน ซึ่งเกาะติดสถานการณ์บริเวณจุดชมวิวใกล้ทะเลสาบกั้นขวาง รายงานผ่านการถ่ายทอดสดว่า สังเกตเห็นกลุ่มควันและฝุ่นละอองขนาดใหญ่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศรอบ ๆ บริเวณภูเขาใกล้แอ่งน้ำดังกล่าว
จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ได้รับคำยืนยันว่าฝุ่นละอองดังกล่าว มิใช่หมอกหรือไอน้ำตามธรรมชาติ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึง "การเคลื่อนตัวของชั้นหินและมวลดินบนภูเขา" ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญสั่งการให้ทีมข่าวและเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ถอยร่นออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังสามารถยินเสียงกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากดังลั่น มาจากระยะไกลอย่างชัดเจน
ด้านทีมกู้ภัยประเมินว่า หากโครงสร้างกั้นธรรมชาติของทะเลสาบแห่งนี้ พังทลายลงมาอย่างสมบูรณ์ จะส่งผลกระทบร้ายแรงขั้นวิกฤตต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่อยู่ทางตอนใต้และพื้นที่ท้ายน้ำทั้งหมด
เนปาลสั่งหยุดกู้ภัย-ชาวบ้านเร่งอพยพขึ้นที่สูง
ทางฝั่งประเทศเนปาล สำนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่บริหารเขตราสุวะ (Rasuwa) ได้รับการประสานงานจากฝั่งจีนว่า คันกั้นน้ำธรรมชาติของทะเลสาบดังกล่าวพังทลายลงแล้ว ส่งผลให้กองทัพเนปาล ออกสั่งการเร่งด่วนให้ระงับภารกิจกู้ภัยทั้งหมด เป็นเวลาอย่างน้อย 90 นาที รวมถึงสั่งยุติภารกิจช่วยเหลือทางอากาศ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่เขตราสุวะโดยทันที
สำนักข่าวรอยเตอร์และซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างอิงคำให้การของชาวบ้านและครูในพื้นที่เมืองพิดูร์ และ เขตนุวาโกต ว่า ทันทีที่มีเสียงสัญญาณเตือนภัยว่า ระดับน้ำโคลนกำลังพุ่งสูงขึ้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนก เร่งหอบหิ้วเครื่องนอน เสื้อผ้า และสิ่งของจำเป็น เดินเท้าและวิ่งขึ้นไปยังป่าบนเนินเขาสูงเพื่อหาที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันสภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักเริ่มเปลี่ยนเป็นสีโคลนตม และมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว
ภัยพิบัติซ้ำซ้อนในครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบต่อภารกิจมนุษยธรรมระดับนานาชาติ โดยโฆษกประจำสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ ที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในเขตนุวาโกต ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง และเดินทางกลับสู่กรุงกาฐมาณฑุเป็นการด่วนเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายมนุษยธรรมบางส่วนปักหลักประเมินสถานการณ์อยู่ในจุดที่ปลอดภัย
ขณะที่ผู้แทนหัวหน้าคณะมนตรีสภากาชาดสากล (ICRC) ประจำเนปาล แสดงความกังวล โดยระบุว่าทีมงานกาชาดสากล กำลังเร่งย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยกระจายข่าวเตือนภัยให้แก่ชาวบ้านในชุมชนเสี่ยง
ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มระลอกแรกเมื่อวันที่ 26 ส.ค. คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายร้อยคน และยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 1,300 คน ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำ 2 นี้ยิ่งทำให้ความหวังในการค้นหาผู้รอดชีวิตลดน้อยลงไปอีก
จีน-เนปาลพบสัญญาณ "ทะเลสาบกั้นขวาง" เสี่ยงแตก ยุติกู้ภัย-อพยพขึ้นที่สูง
ทะเลสาบกั้นขวาง คืออะไร ?
Barrier Lake (ทะเลสาบกั้นขวาง หรือ ทะเลสาบเขื่อนธรรมชาติ) คือ แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างฉับพลัน เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ดินถล่ม หินร่วง หิมะถล่ม หรือลาวาไหล ลงมาปิดกั้นช่องทางไหลของแม่น้ำหรือลำธารเดิม
ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ และสะสมตัวขยายขนาดขึ้นเป็นทะเลสาบชั่วคราว อยู่หลังปราการมวลดินหรือซากหินเหล่านั้น มักเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาสูงหรือหุบเขาสูงชันหลังจากเกิดฝนตกหนัก แผ่นดินไหว หรือการละลายของธารน้ำแข็ง
อันตรายสูงสุดของทะเลสาบกั้นขวาง คือ การเป็น "ระเบิดเวลาธรรมชาติ" เนื่องจากโครงสร้างที่กั้นน้ำไว้ประกอบด้วยเศษดิน หิน และซากพืชที่ไม่ยึดเกาะแน่นหนาเหมือนเขื่อนคอนกรีต
เมื่อระดับน้ำเบื้องหลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนล้นตลิ่งหรือแรงดันน้ำมหาศาลกัดเซาะจนคันกั้นพังทลายลง (Dam Breach) มวลน้ำและดินโคลนจำนวนมหาศาล จะทะลักไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง ก่อให้เกิดมหาอุทกภัยฉับพลัน และดินโคลนถล่มซ้ำสอง ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ตอนล่าง
อ่านข่าว :
เปแอสเช เจอ บาร์เซโลนา, แมนยู ดวล บาเยิร์น ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
พณ.ดันขายข้าวจีนเพิ่ม 6 หมื่นตัน เร่งแก้สัญญาหลัง ครม.ไฟเขียว
บทเรียนเนปาล-ทิเบต นักวิชาการเตือน "โลกร้อน" เสี่ยงดินถล่มเพิ่ม
