ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในเหมืองทองคำ ซึ่งถูกน้ำท่วมในประเทศลาว กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลังทีมกู้ภัยค้นหาพื้นที่ภายในเหมืองไปแล้วเกือบทั้งหมด แต่ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหายอีก 2 คน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งอุโมงค์แคบ น้ำท่วมขัง และความเสี่ยงต่อการพังถล่มของเหมือง
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 มิกโก พาซี นักดำน้ำสำรวจถ้ำชาวฟินแลนด์ ผู้เคยร่วมปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เมื่อปี 2561 เปิดใจกับ Thai PBS World ว่า ทีมกู้ภัยได้ค้นหาพื้นที่ภายในเหมืองไปแล้วประมาณร้อยละ 95 แต่ยังไม่พบชายสูญหายอีก 2 คน และในขณะนี้แทบไม่เหลือพื้นที่สำหรับค้นหาเพิ่มเติมแล้ว
เขากล่าวว่า ผู้รอดชีวิต 5 คน ที่ถูกพบก่อนหน้านี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า มีคนงานอีก 2 คน ที่เชื่อว่าติดอยู่ในเหมืองเช่นกัน ทำให้ทีมกู้ภัยเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ว่า จริง ๆ แล้วอาจมีคนงานติดอยู่ภายในเหมืองเพียง 5 คน ตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของผู้สูญหาย ยังคงยืนยันว่า ทั้งสองคนยังไม่ถูกพบ โดยเฉพาะแม่ของหนึ่งในผู้สูญหายที่ยังเฝ้ารออยู่หน้าเหมืองอย่างมีความหวัง
"มิกโก" เปิดใจค้นเหมืองลาวแล้ว 95% แต่ยังไร้ร่องรอย 2 ผู้สูญหาย
มิกโกอธิบายว่า สภาพภายในเหมืองถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง น้ำที่ท่วมภายในเต็มไปด้วยโคลนจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย นักดำน้ำจึงต้องใช้แขน ขา และร่างกายคลำหาเส้นทางและผู้สูญหายใต้น้ำแทนการมองเห็น พร้อมยอมรับว่า การทำงานในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่ยากลำบากที่สุด
เขายังเปรียบเทียบว่า เหมืองในลาวแห่งนี้อันตรายกว่าปฏิบัติการถ้ำหลวงในไทย เนื่องจากอุโมงค์ส่วนใหญ่เป็นทางขุดด้วยมือ มีขนาดแคบมาก และเสี่ยงต่อการพังถล่มอยู่ตลอดเวลา ต่างจากถ้ำหลวงที่ยังมีโพรงขนาดใหญ่ให้เคลื่อนตัวได้สะดวกกว่า โดยบางช่วงของอุโมงค์ นักดำน้ำจำเป็นต้องหายใจออกเพื่อลดขนาดลำตัวและมุดผ่านช่องแคบ
นอกจากนี้ เขายังเตือนว่า เหมืองแห่งนี้สามารถเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้อย่างรวดเร็วในช่วงฝนตก โดยระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อภารกิจช่วยเหลือ เพราะขณะนี้พื้นที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว
สำหรับแผนช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทั้ง 5 คน ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังพิจารณา 2 ทางเลือกหลัก คือ
- การสูบน้ำออกจากเหมือง
- การดำน้ำพาผู้รอดชีวิตผ่านเส้นทางน้ำท่วมออกมา ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้ประสบภัยทั้งหมดไม่ได้ผ่านการฝึกดำน้ำ
มิกโกกล่าวว่า การสูบน้ำออกถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยยังไม่สามารถติดตั้งระบบสูบน้ำในอุโมงค์แคบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะพยายามดำเนินการมาหลายวันแล้วก็ตาม หากการสูบน้ำยังไม่ประสบผลสำเร็จ นักดำน้ำอาจไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องพาผู้รอดชีวิตดำน้ำผ่านอุโมงค์ใต้น้ำออกมา
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ผู้รอดชีวิตทั้ง 5 คน ยังมีสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีเกินคาด เพราะลักษณะงานเหมืองทำให้พวกเขาเตรียมอาหารและน้ำดื่ม สำหรับการอยู่ใต้ดินหลายวันไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังคุ้นชินกับการทำงานในพื้นที่คับแคบ จึงไม่เกิดอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวจากสภาพแวดล้อมภายในเหมืองมากนัก
"มิกโก พาซี" นักดำน้ำถ้ำหลวง สู่ภารกิจกู้ภัยเหมืองทองลาว
มิกโก ปาซี (Mikko Paasi) คือชื่อที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการดำน้ำระดับสากล ไม่เพียงแต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำเทคนิค (Technical Diver) แต่ยังในฐานะวีรบุรุษผู้มีส่วนสำคัญในภารกิจกู้ภัยประวัติศาสตร์
มิกโกเข้าสู่เส้นทางการดำน้ำอาชีพในปี 2541 ณ เหมืองโอจาโม ก่อนจะย้ายมายังประเทศไทย และกลายเป็นกำลังสำคัญของ Koh Tao Divers (KTD) ตั้งแต่ปี 2542
"มิกโก" เปิดใจค้นเหมืองลาวแล้ว 95% แต่ยังไร้ร่องรอย 2 ผู้สูญหาย
ภายใต้การบริหารของมิกโกตั้งแต่ปี 2545 Koh Tao Divers ได้เติบโตขึ้นเป็นศูนย์ดำน้ำชั้นนำของเกาะเต่าที่เน้นการดำน้ำเทคนิคและการสำรวจ โดยเขาเป็นผู้บุกเบิกการสำรวจซากเรือและระบบถ้ำในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก นอร์เวย์ และ ซาร์ดีเนีย ความเชี่ยวชาญของมิกโกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสอนดำน้ำระดับสูง (Instructor Trainer) ในหลักสูตร SSI, PADI และ TDI เท่านั้น แต่เขายังเป็นสมาชิกของ The Explorers Club NY และเป็นผู้นำโครงการ Bottomline Projects ซึ่งมุ่งเน้นการสำรวจเชิงวิทยาศาสตร์ใต้น้ำ
ชื่อเสียงของมิกโกเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเหตุการณ์กู้ภัยทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ในปี 2561 มิกโกเดินทางเข้าร่วมภารกิจในฐานะอาสาสมัคร โดยมีบทบาทสำคัญในการวางสายนำทาง (Dive Line) และร่วมกับทีมนักดำน้ำระดับโลกในการลำเลียงเด็ก ๆ ออกมาในช่วง 3 วันสุดท้าย
"มิกโก" เปิดใจค้นเหมืองลาวแล้ว 95% แต่ยังไร้ร่องรอย 2 ผู้สูญหาย
จากความทุ่มเทครั้งนั้น เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (ปฐมดิเรกคุณาภรณ์) จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับเหรียญกล้าหาญในการกู้ชีพจากประธานาธิบดีแห่งฟินแลนด์ ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในฐานะพลเรือน
นอกจากนี้ มิกโกยังขยายบทบาทเข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยทำหน้าที่เป็นช่างภาพใต้น้ำและนักแสดงที่รับบทเป็นตัวเองในภาพยนตร์เรื่อง "The Cave" รวมถึงปรากฏตัวในสารคดีระดับโลกของ National Geographic เรื่อง "The Rescue" แม้จะมีความสำเร็จมากมาย แต่มิกโกยังคงอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ล่าสุดเขาได้ร่วมภารกิจกู้ภัยผู้ติดค้างในเหมืองทองที่ประเทศลาว ซึ่งเขาระบุว่า เป็นภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพน้ำที่ขุ่นจัดจนมองไม่เห็น และพื้นที่ที่แคบจนต้องอาศัยทักษะการดำน้ำระดับสูง
ปรัชญาสำคัญที่มิกโกยึดถือเสมอมาคือ การจัดการความกลัวด้วยการเตรียมตัวอย่างหนัก และใช้ประสบการณ์เป็นเครื่องนำทาง เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องในสภาวะที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
"มิกโก" เปิดใจค้นเหมืองลาวแล้ว 95% แต่ยังไร้ร่องรอย 2 ผู้สูญหาย
ที่มาข้อมูล : Mikko Paasi Beyond diving, MIkko Paasi Resume
อ่านข่าวอื่น :
กู้ภัยชี้ "แทบเป็นไปไม่ได้" ให้ 5 คนลาวดำน้ำออกจากถ้ำ
"ฝรั่งเศส" เตือนภัยอากาศร้อน "โปรตุเกส" อุณหภูมิพุ่งทุบสถิติ พ.ค.
โซเชียลเดือด! สพฐ. ดันใช้ TikTok ทำคลิปสอน ครูชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด










