วันนี้ (29 พ.ค.2569) ปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานติดค้างภายในเหมืองทองคำน้ำท่วม ณ เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ ประเทศลาว ได้ดำเนินมาเข้าสู่วันที่ 10 อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าล่าสุด แม้ว่าทีมค้นหาชุดกู้ภัยจะสามารถระบุพิกัดและพบตัวผู้ประสบภัยชาวลาวแล้วจำนวน 5 คน ทว่ายังคงไม่สามารถนำตัวทั้งหมดออกมาสู่ภายนอกถ้ำเหมืองได้ เนื่องจากมีอุปสรรคสำคัญทางกายภาพ
โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า เส้นทางในการลำเลียงผู้รอดชีวิตจำเป็นต้องผ่านทางน้ำ ซึ่งมีจุดที่น้ำท่วมขังสูงถึงระดับ 3 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 27-30 เมตร ซึ่งประเมินแล้วว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการที่จะนำอุปกรณ์ดำน้ำส่วนบุคคลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 5 คนสวมใส่ แล้วดำน้ำฝ่ากระแสน้ำออกมา เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นขาดทักษะและความเชี่ยวชาญในการดำน้ำถ้ำขั้นสูง
ในส่วนของการค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนที่ยังเหลืออยู่นั้น จากการสอบถามผู้รอดชีวิตทั้ง 5 คนเบื้องต้นระบุว่า พวกเขาไม่ทราบระบุพิกัดของเพื่อนร่วมงานอีก 2 คนอย่างแน่ชัด โดย นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือ "ปอนด์" หนึ่งในสมาชิกทีมค้นหาของไทย ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้สูญหายที่เหลืออีก 2 คน ได้เดินทางเข้าไปภายในถ้ำเหมืองเป็นคนละชุดและคนละเวลา
ทำให้ทีมกู้ภัยต้องปรับเปลี่ยนแผนการค้นหาใหม่ โดยในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ได้เริ่มภารกิจสำรวจภายในอุโมงค์เหมืองอีกครั้ง พร้อมทั้งเพิ่มอัตรากำลังในการสูบน้ำ และจัดส่งทีมโรยตัวเข้าตรวจสอบปล่องอากาศจำนวน 4 ปล่อง เพื่อหาทางเชื่อมต่อกับโถงถ้ำด้านล่าง
ขณะเดียวกัน ทางการลาวได้นำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาช่วยปรับสภาพพื้นที่ และตัดถนนขึ้นสู่ยอดเขา ตามคำร้องขอของทีมกู้ภัยไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงอุปกรณ์กู้ชีพขนาดใหญ่ ตลอดจนการวางแผนการแพทย์ฉุกเฉิน การจัดสร้างอ่างเก็บน้ำชั่วคราวเพื่อรองรับมวลน้ำที่สูบออกจากถ้ำ และการเร่งร่างแผนที่โครงสร้างแบบ 3 มิติ
ทางด้านความร่วมมือระดับนานาชาติ ได้มีการระดมนักดำน้ำถ้ำฝีมือดีเข้ามาสมทบ โดย ลี เคียน ลี (Lee Kian Lee) นักดำน้ำถ้ำชาวมาเลเซีย กำลังเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ไปยังบ้านล่องแจ้งเพื่อเข้าร่วมภารกิจ
ขณะที่ มิกโก ปาซี นักดำน้ำถ้ำชาวฟินแลนด์ ผู้เคยมีประสบการณ์ในปฏิบัติการกู้ภัยที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ประเทศไทย เมื่อ 8 ปีก่อน ยอมรับว่า ทีมงานได้ค้นหาพื้นที่ในเหมืองไปแล้วกว่าร้อยละ 95 แต่ยังไม่พบร่องรอยของชายทั้ง 2 คน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีผู้ติดอยู่ภายในเหมืองเพียงแค่ 5 คนตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตาม มารดาของผู้สูญหายยังคงปักหลักเฝ้ารอด้วยความหวังที่บริเวณหน้าปากถ้ำ โดยมิกโกเน้นย้ำว่า เหมืองแห่งนี้อันตรายกว่าถ้ำหลวงในไทยมาก เนื่องจากเป็นอุโมงค์แคบขุดด้วยมือและเสี่ยงต่อการพังถล่มตลอดเวลา การสูบน้ำออกจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งหากระบบสูบน้ำระยะทาง 300 เมตรของหน่วยกู้ภัยอาสาเพื่อประชาชนและหน่วยกู้ภัย "ใจถึงใจ ออฟโรด ประเทศลาว" ประสบความสำเร็จตามแผนสำรอง ก็จะสามารถให้ผู้ประสบภัยเดินเท้าออกมาได้เองโดยไม่ต้องเสี่ยงดำน้ำ
อินฟลูฯลาวร่วมแบกน้ำขึ้นเขา สนับสนุนทีมช่วยผู้ติดเหมือง
ภารกิจภายนอกถ้ำยังได้รับความร่วมมือและพลังสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากภาคประชาชนและกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชาวลาว โดย "เจ๊หนอม" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ร่วมแบกน้ำดื่มแพ็กใหญ่ขึ้นสู่ภูเขาหน้าถ้ำ เพื่อส่งเสบียงให้แก่ทหารและเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับ "ลุงโต่งเต่ง" ที่ได้ไลฟ์สดเผยแพร่ภาพเส้นทางสุดยากลำบาก ซึ่งมีความลาดชันกว่า 45 องศา และเต็มไปด้วยดินโคลนลื่นจากการปรับหน้าดินด้วยรถแบ็กโฮ เพื่อนำสิ่งของบริจาคไปมอบให้ทีมกู้ภัย
นางมาลัยทอง ศิริศักดิ์ จากสมาคมอาสากู้ภัยนครหลวง 1624 เจ้าของรางวัลหัตถานารายณ์ สาขานางงามจิตอาสาเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี ที่เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อลำเลียงยารักษาโรคและอาหารอย่างไม่ย่อท้อ ยิ่งไปกว่านั้น "วิน วิลเลี่ยม" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอีกรายของลาว ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านกีบ หรือประมาณ 150,000 บาท เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องสูบน้ำและสายยางยาว 300 เมตร ช่วยสนับสนุนหน่วยกู้ภัยที่ปักหลักทำหน้าที่อย่างเสียสละมานานถึง 9 วันเต็ม ให้สามารถดำเนินภารกิจกู้ชีพครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
อ่านข่าว :
โซเชียลเดือด! สพฐ. ดันใช้ TikTok ทำคลิปสอน ครูชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด
"ดีอาร์ คองโก" ต้องสงสัยป่วย "อีโบลา" ทะลุ 1,000 คน ตายแล้ว 246 คน
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนอ่วมฝน 60% ของพื้นที่ เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน










