"ณัฐพงษ์" เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ครบรอบ 100 วัน เปิดปม "ระบอบสีน้ำเงิน"

การเมือง
11:55
จำนวนผู้ชม 78
Thai PBS
"ณัฐพงษ์" เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ครบรอบ 100 วัน เปิดปม "ระบอบสีน้ำเงิน"

วันนี้ (29 ส.ค.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้านในหัวข้อ "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ" โดยระบุว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นตรงกับวาระครบรอบ 100 วันพอดี นับตั้งแต่ตนเองออกมาสื่อสารต่อสาธารณชนเกี่ยวกับ "ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งวิกฤตศรัทธาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการตรวจสอบและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ผู้นำฝ่ายค้านให้นิยามคำว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" อย่างชัดเจนว่า เป็นรูปแบบหนึ่งของ "ระบอบอำนาจนิยมที่ไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย" เนื่องจากระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมีกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชน

แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าองค์กรอิสระต่าง ๆ มีที่มาจากการแต่งตั้งของ สว. ที่อาจผ่านกระบวนการจัดตั้งหรือทุจริตเข้ามา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาล สะท้อนให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงินกำลังแผ่อิทธิพลกินรวบประเทศอยู่ในขณะนี้

ชี้ "ฮั้ว สว." จุดเริ่มต้นของปัญหา

นายณัฐพงษ์ อ้างอิงถึงการแสดงความคิดเห็นของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านครั้งก่อน รวมถึงหนังสือที่นำมาแสดงในเวทีดังกล่าว ซึ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระบวนการโกงและฮั้วเลือกตั้ง สว. คือจุดเริ่มต้นของการกินรวบอำนาจทั่วประเทศ

ดังนั้น เวทีผู้นำฝ่ายค้านและอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบัน จึงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และหยุดยั้งระบอบอำนาจนิยม ที่มีคนเพียงบางกลุ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

ทั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายฝ่ายมองว่า การเอาผิดผู้กระทำผิดในกระบวนการฮั้วเลือก สว. เป็นเรื่องที่ทำได้ยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ จำนวน 4 ใน 7 คน ได้รับการคัดเลือกมาจาก สว. ชุดปัจจุบัน และบางส่วนยังมีชื่ออยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง ทำให้เกิดภาวะผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างรุนแรงในการใช้อำนาจตรวจสอบ

ปลุกกระแสเปลี่ยน "เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้ปฏิเสธไม่ได้"

แม้จะมีความท้าทายในเชิงโครงสร้าง แต่นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า บทบาทของนักการเมืองคือการเข้ามาผลักดันสังคมให้เดินหน้า และเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถปฏิเสธได้ การทำงานทางการเมืองหากยึดติดอยู่เพียงกรอบกฎหมายเดิม ๆ สังคมจะไม่สามารถพัฒนาก้าวหน้าไปไหนได้ การจัดเวทีลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคม

ในส่วนของข้อกฎหมาย ผู้นำฝ่ายค้านเน้นย้ำว่า หน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่การชี้ผิดหรือชี้ถูก แต่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง สว. เกิดขึ้น

กกต. มีหน้าที่ต้องส่งสำนวนต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาลงโทษ การที่ กกต. เลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 14 ก.ย.นี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วน จะใช้เวทีสาธารณะกระตุ้นเตือนและสร้างแรงกดดัน ให้ กกต. ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม

อ่านข่าว :

โควิดไทยป่วยสะสม 95,357 คน แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่ม NB.1.8.1 ยังเป็นสายพันธุ์หลัก

ผู้ว่าฯ กทม.ตรวจสอบเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เตือนห้ามเข้าอาคาร หวั่นโครงสร้างถล่ม

ก.ตร.เคาะโผแต่งตั้งตำรวจ 163 ตำแหน่ง ขยับ รอง ผบ.ตร.-ผบช.-ผบก.