โค้งสุดท้ายชี้ขาด "ฮั้ว สว." วัดกันที่จิตใจและคูเหลี่ยมกฎหมาย

การเมือง
17:26
จำนวนผู้ชม 18
Thai PBS
โค้งสุดท้ายชี้ขาด "ฮั้ว สว." วัดกันที่จิตใจและคูเหลี่ยมกฎหมาย

ฝ่ายค้านและพันธมิตรอย่าง ไอลอว์ เดินหน้าใช้ยุทธวิธีข้อเท็จจริง รุกไล่ กกต. และแกนนำรัฐบาลค่ายสีน้ำเงินอย่างไม่ยอมลดละ

นอกเหนือจากกลยุทธ์ "ย้อนรอย" บุกไปจัดกิจกรรมตรวจสอบในจุดที่มีการกล่าวหาว่ามีการสุมหัววางแผนฮั้ว สว. ไม่ว่าจะโรงแรมที่โรงแรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ และเกือบจะได้จัดที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ อยู่แล้ว แต่ถูกยกเลิกก่อนถึงวันจัดงานเพียง 2 วัน ต้องย้ายไปจัดที่รัฐสภา

การเปิดประเด็นถามตรง ๆ ทั้งรัฐมนตรีคนดัง จ.ราชบุรี เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีอีกกระทรวง สมัยรัฐบาล "อนุทิน 1" ว่ามีเรียกผู้สมัคร สว.ไปพบที่กระทรวงหรือไม่ สตรีที่มีชื่ออยู่ใน 229 คน ที่เคยถูก กกต. ชุดสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจง และเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. ทายาทบ้านใหญ่ จ.พัทลุง เคยโทรศัพท์หาผู้สมัคร สว. ร่วม 20 คน คนละหลายครั้ง ก่อนจะได้รับเลือกเป็น สว. ระหว่างก่อนวันเลือก กระทั่งถึงประชุมวุฒิสภาครั้งแรก หรือไม่

รวมทั้ง สว. บุรีรัมย์บางคน เคยโทรศัพท์หานายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หรือไม่

เสมือนหยั่งท่าที กกต.และคนในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่ในที ว่าจะตอบคำถามเหล่านี้หรือไม่ ทั้งเชื่อว่า น่าจะมีคำตอบและข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน อยู่ในมือของฝ่ายค้านและไอลอว์ อยู่แล้ว

ขณะที่ กกต.และแกนนำพรรคสีน้ำเงิน ยังคงรับลูกเดินหน้ากดดันตอบโต้ในเชิงข้อกฎหมายเป็นสำคัญต่อไป โดยเฉพาะ กรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ นำข้อความที่ปรากฏในสำนวนคดี ซึ่งเป็นข้อมูลลับของทางราชการออกมาเผยแพร่ได้อย่างไร ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ทั้งมีอีก 2 คำถามพ่วงตามมา คือการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว มีเจตนาเคลือบแฝงนัยทางการเมือง และหวังจะกดดันองค์กรอิสระ อย่าง กกต. หรือไม่

รวมทั้งการเปิดประเด็นเพิ่มน้ำหนักคำถามเรื่องนี้ให้มีน้ำหนักมากขึ้น ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่องเอกสารฮั้ว สว. ที่ไอลอว์นำมาเผยแพร่ เป็นของดีเอสไอจริง เป็นผลสอบในสมัย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรี แต่ข้อมูลลับเหล่านี้ หลุดออกไปถึงมือบุคคลภายนอกได้อย่างไร เนื่องจากเป็นเอกสารทางราชการและเป็นสำนวนสืบสวนภายใน

เป็นการย้อนศรกลับคืนเช่นกัน และส่งผลให้ฝ่ายค้านและไอลอว์ ต้องสะดุดและเสียเวลาจำนวนหนึ่ง สำหรับการชี้แจงและตอบโต้ประเด็นนี้

ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากประเทศไทย แม้จะมีกฎหมายประเภทคุ้มครองคนเป่านกหวีด (Whistleblower Protection Law) ใน พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568

เพื่อคุ้มครองช่วยเหลือผู้แจ้งข้อมูล หรือเบาะแสคดีทุจริต ต่อ ป.ป.ช. โดยไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย แต่ยังไม่เห็นตัวอย่างที่เป็นมรรคผลในทางปฏิบัติ อีกทั้งมีคดีที่ไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. อีกมาก ที่ใช้การ "ฟ้องปิดปาก"

กฎหมายฉบับนี้ แม้จะคุ้มครองคดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงการตรวจสอบ การชี้เบาะแสทุจริตเรื่องอื่น หรือกลุ่มอื่น ๆ จึงยังไม่ครอบคลุม และเป็นอุปสรรคสำคัญ สำหรับกลุ่มคน "เป่านกหวีด" ที่สนใจจะตรวจสอบเรื่องการทุจริต หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และอื่น ๆ

การหาญกล้าสู้คดีที่มีเกราะกำบังที่เข้มแข็ง มีอำนาจ บารมีล้นเหลือ จึงยังต้องลุ้นและวัดใจ "คนเป่านกหวีด" กันต่อไปว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว :

"เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" ตีความคดีฮั้ว สว.ส่งศาลฎีกา

"นภินทร" ปัดฮั้ว สว. รับเคยพบผู้สมัครคุยเรื่องไก่งวง - แจ้งความ "ยิ่งชีพ"

"ยิ่งชีพ" ชี้เอกสารคดีฮั้ว สว.หลุด ผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ