วันนี้ (22 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงผลการดำเนินงานในการปราบปรามสแกมเมอร์ และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอลเซนเตอร์ เครือข่ายสแกมเมอร์ และองค์การเครือข่ายนอมินีต่าง ๆ ล้วนเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลจึงยกระดับให้การปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ เป็นวาระแห่งชาติ โดยตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อกำหนดนโยบาย และแนวทางดำเนินการ ตลอดจนกำกับติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจทั้ง 15 หน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็ว
นายกฯ ลั่นลุยปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ ชี้ 3 เดือน คดีลดลง 60%
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายนอมินีต่างชาติที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย และใช้คนไทยเป็นนอมินี เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดแก้ไข โดยยกระดับป้องกันปราบปรามการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องสิทธิของคนไทย รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
ความพยายามเหล่านี้ จะต้องเผชิญความท้าทายทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานราชการ แต่ด้วยการยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ทำให้สามารถจัดการผู้กระทำผิดได้ และสามารถรายงานความคืบหน้าแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเจตนาของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกส่วน ดำเนินการทุกรูปแบบด้วยความท้าทาย โดยจะไม่ยอมให้มีเรื่องที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้น
นายกฯ ลั่นลุยปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ ชี้ 3 เดือน คดีลดลง 60%
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ถือว่ามีความโชคดีที่มีเพื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้สึกโกรธแค้น เมื่อพบการกระทำผิดกฎหมายแทนประชาชน และต้องการรักษาประโยชน์เพื่อประชาชน ตนเองให้ความมั่นใจว่า ให้ทุกท่านทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ไม่ว่าเผชิญกับสิ่งใด ไม่ต้องมีความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าพวกเรากลัวบ้านเมืองนี้ก็ไม่มีขื่อมีแป ดังนั้น ขอให้ใช้อำนาจที่มีอยู่ให้เกิดความเป็นธรรม และความสงบสุขในประเทศของเรา
"รัฐบาลของผมมีความมุ่งมั่นที่จะต่อต้านป้องกันปราบปรามสิ่งเหล่านี้ เพราะเรื่องสแกมเมอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ถือเป็นวาระแห่งชาติเนื่องจากทำให้ชื่อเสียงของประเทศป่นปี้ ความมั่นใจไม่มี นักท่องเที่ยวไม่มา แบบนี้ประเทศจะประสบความลำบากเต็มทน
ดังนั้น สิ่งที่เราทำมาเพื่อทำให้ประเทศมีความเข้มแข็ง และมีความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ซึ่งเราทำมาถึงระดับที่เริ่มเรียกความเชื่อมั่นจากพวกเขาแล้ว ทำให้ประเทศได้ขยับขึ้นมาในลำดับต้น ๆ ในความเป็นนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง ตลอดจนหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเต็มที่ โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อสิ่งเย้ายวน สิ่งที่จะทำให้ไขว้เขว รวมถึงอิทธิพลต่าง ๆ ยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ความมุ่งมั่นของทุกท่านบิดเบือนไปได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งผมมีความพึงพอใจ และจะทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้น"
นายกฯ ลั่นลุยปราบสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ ชี้ 3 เดือน คดีลดลง 60%
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานในการปราบปรามสแกมเมอร์ และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ว่า เรื่องดังกล่าว เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องและฝ่ายปกครอง ในการร่วมกันป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง และได้มีการติดตามการดำเนินการมาโดยตลอด เห็นได้ชัดเจนว่า กราฟคดีต่าง ๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจำนวนเงินทรัพย์สินที่ยึดได้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจำนวนการหลอกลวงเป็นไปในแนวทางเดียวกันหมด แสดงให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นการสร้างกราฟขึ้นมาเพียงเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา แต่เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเพื่อนำมาสู่การตรวจสอบกันทุกฝ่าย
ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ช่วง 3 เดือนหลังที่เราปราบปรามคดีลดลงไปเกือบ 60% ซึ่งเราต้องทำให้หมดไปมากที่สุดเท่าที่ทำได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในส่วนของนอมินีซึ่งมีในทุกพื้นที่ หากตรงไหนที่มีการกระทำในลักษณะเช่นนี้จะต้องดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้เกิดการตื่นตัวในทุกจังหวัด เพราะเมื่อทราบว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องพวกนี้แล้วยังมีความล้มเหลวทางประสิทธิภาพการดำเนินการ ก็ต้องหาคนที่มีประสิทธิภาพไปทำงานแทน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการประกาศเตือนผู้มีอิทธิพล และนอมินีให้รับทราบใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ไม่เตือนแล้วถ้าทำผิดก็จับเลย รวมถึงยังมีกระบวนการยึดทรัพย์ เนรเทศ และห้ามเข้าประเทศ ซึ่งเราจะดำเนินการทุกอย่าง
อ่านข่าว :
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยปราบนอมินี พบผู้ทำบัญชี 140 ราย ถือหุ้น 2,040 บริษัท
“นฤชา” สั่งปิดสถานบันเทิงดังนครปฐม 5 ปี พบมั่วสุมยาเสพติด
ทร.สั่งสอบด่วนปม "พลทหาร" ถูกลงโทษไม่เหมาะสม คาดรับน้องทหารใหม่

