สะเทือนเลื่อนลั่นไม่หยุด "ภูเก็ต" จังหวัดเกรดเอ เมืองท่องเที่ยวหลัก หลังเกิดเหตุย้าย “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ "ผู้ว่าฯ เซมเบ้" อดีต ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เข้ากรุ "รองปลัดกระทรวงมหาดไทย" สลับให้ "โชตินรินทร์ เกิดสม" อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สไลด์ขึ้น ผู้ว่าฯ ภูเก็ตแทน และโยก "ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์" หรือ "รองเกิ้น" รอง ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร มาเป็น รอง ผู้ว่าฯ ภูเก็ต โดยให้ "ธีระพงศ์ ช่วยชู" รอง ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ด้วยเหตุผล "เอาคนทำงานร่วมกันไม่ได้ออก" ตามนโยบาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แต่ใช่ว่าจะขจัด “นอมินีต่างด้าว” ที่เข้าแฝงเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้อย่างราบรื่น
หลังสยบปัญหาความขัดแย้งในการบริหารงานราชการเมืองภูเก็ต ได้ไม่ถึงสัปดาห์ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องใน จ.ภูเก็ต พร้อม ร.ต.อ.เขตรัฐ หรือ "รองเกิ้น" ก็เปิดฉากร่วม “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ได้เข้าตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง รวมพื้นที่ 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตารางวา มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 1,053,518,872 บาท
ทลาย "นอมินี" ภูเก็ต วัดฝีมือ "โชตินรินทร์ -เขตรัฐ" สายตรงคลองหลอด
การตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบบริษัทที่มีลักษณะเป็นนอมินี 29 บริษัท และบริษัทที่ถือครองที่ดินโดยมีผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทยอีก 48 บริษัท จำนวนนี้ ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว 59 หมาย และอนุมัติหมายค้น 60 หมาย เพื่อนําตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต ตรวจพบบริษัทเข้าข่ายนอมินี 10 บริษัท และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่ากึ่งหนึ่งอีก 39 บริษัท รวมที่ดินที่เกี่ยวข้อง 56 แปลง มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท ส่วน จ.พังงา ตรวจพบบริษัทเข้าข่ายนอมินี 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท และพบอีก 1 บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่ากึ่งหนึ่ง ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท
ส่วน จ.กระบี่ ตรวจพบบริษัทเข้าข่ายนอมินี 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 12 คน นําส่งพนักงานสอบสวนดําเนินคดี นอกจากนี้ ยังพบบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่ากึ่งหนึ่งอีก 8 บริษัท ถือครองที่ดิน 8 แปลง มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท
ทลาย "นอมินี" ภูเก็ต วัดฝีมือ "โชตินรินทร์ -เขตรัฐ" สายตรงคลองหลอด
แม้จะเป็นที่รับทราบกันในบรรดาหมู่สิงห์คลองหลอดว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดเกรดเอ จัดเป็น “เป็นพื้นที่ทำเลทอง” นั้น เพิ่งมีการแต่งตั้งโยกย้ายวางตัว พ่อเมืองและรองพ่อเมืองคนใหม่ โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต นอกจาก ผู้ว่าฯ “โชตินรินทร์” สิงห์ไม่มีสี จบนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เคยทำผลงานเข้าตา “อนุทิน” เมื่อครั้งเป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปี 2567 จากการแก้ปัญหาน้ำท่วมเชียงราย ขณะนั่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน ผู้ว่าฯ เชียงราย
ทลาย "นอมินี" ภูเก็ต วัดฝีมือ "โชตินรินทร์ -เขตรัฐ" สายตรงคลองหลอด
ทว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2567 “โชตินรินทร์” กลับไม่ได้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ แต่ได้เป็น ผู้ว่าฯ สงขลา และกลับมาเป็นรองปลัดฯมหาดไทย หลังเกิดเหตุขัดแย้งระหว่างผู้บริหารราชในจังหวัด จึงถูกส่งไปแก้ปัญหานอมินีต่างด้าวและกลุ่มผลประโยชน์ในตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ ภูเก็ต” อีกครั้ง
ส่วนรอง ผู้ว่าฯ คนใหม่ “ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์” หรือ “รองเกิ้น” ซึ่งเติบโตจากพื้นที่บีบวก “สมุทรสาคร” เป็น รอง ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไม่ใช่ “สิงห์ดำ” แต่จบจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาธุรกิจมหาบัณฑิต LINCOLN จบหลักสูตรหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 74 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หลักสูตรสารวัตร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 80 กระทรวงมหาดไทย ปี 2566
เคยรับราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตร กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2541 และโอนย้ายมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เมื่อปี 2547 ยุค พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ เป็นอธิบดีดีเอสไอ และขยับเป็น ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล (ศปอ.) ดีเอสไอ ช่วงปี 2555-2557 ในยุคที่ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” เป็นอธิบดีดีเอสไอ
ทลาย "นอมินี" ภูเก็ต วัดฝีมือ "โชตินรินทร์ -เขตรัฐ" สายตรงคลองหลอด
ต่อมาในปี 2566 ร.ต.อ.เขตรัฐ ได้โอนย้ายไปเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่ง ผอ.กลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศชุมชน ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน, ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมพัฒนาชุมชน, ผู้อำนวยการกองคลัง กรมการปกครอง
ในปี 2567 ร.ต.อ.เขตรัฐ ขยับเป็น ผอ.สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2567 กระทั่ง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้ง-โยกย้าย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 64 ราย เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2567 ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร
ทลาย "นอมินี" ภูเก็ต วัดฝีมือ "โชตินรินทร์ -เขตรัฐ" สายตรงคลองหลอด
ทั้ง "โชตินรินทร์"และ "ร.ต.อ.เขตรัฐ" แม้ไม่ใช่สิงห์ดำ รัฐศาสตร์ฯ จุฬา เช่นเดียวกับ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ได้รับความไว้วางใจจากนายกฯ “อนุทิน” และ รมว.มหาดไทย มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ "รองเกิ้น" ร.ต.อ.เขตรัฐ” ถือเป็น “สายตรง” ของปลัดป็อบ “อรรษิษฐ์” เกือบทุกครั้งที่มีการจัดงาน "สิงห์คืนถ้ำ" มักจะพบ "รองเกิ้น" เข้าร่วมสม่ำเสมอ
นอกจากเป็นรองผู้ว่าฯภูเก็ตแล้ว ยังพบว่า "รองเกิ้น" ร.ต.อ.เขตรัฐ ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง" ของรมว.มหาดไทยอีกด้วย ...จึงน่าจับตาว่า "โชตินรินทร์-ร.ต.อ.เขตรัฐ" สายตรง “อนุทิน” จะเดินหน้าแก้ปัญหานอมินี จังหวัดพื้นที่เกรดเอ เมืองท่องเที่ยวหลักที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลในเมือง “ภูเก็ต” อย่างไร
อ่านข่าว
เด้ง "อธิบดี สถ."เซ่นทุจริตสอบท้องถิ่น "นายกฯ" บอกเป็นเรื่องของปลัดมหาดไทย
Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง
“เดลิเวอรี่จีน” ระบาด พาณิชย์ลุยตรวจ 3 แพลตฟอร์ม เปิดให้บริการรับส่งอาหาร

