ครม.ไฟเขียวเสนอ "อุทยานธรณีอุบลราชธานี" ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก

สิ่งแวดล้อม
14:31
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
ครม.ไฟเขียวเสนอ "อุทยานธรณีอุบลราชธานี" ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก
ครม.ไฟเขียวเสนอ "อุทยานธรณีอุบลราชธานี" ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูสามพันโบก-ซากดึกดำบรรพ์-วัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีระดับโลก

วันนี้ (23 มิ.ย.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เสนอ "อุทยานธรณีอุบลราชธานี" เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO Global Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของประเทศไทย สู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนอย่างยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก เป็นโครงการที่มุ่งอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม

ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่น อยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโก

สำหรับอุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธิ์ไทร อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม และ อ.สิรินธร รวมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของแม่น้ำโขง เช่น "สามพันโบก" แก่งหินขนาดใหญ่ หน้าผาสูงชัน และเสาหินเฉลียง

รวมทั้งเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในหมวดหินโคกกรวด ซึ่งมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ในอดีตสูงที่สุดของประเทศไทย

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีคุณค่าด้านโบราณคดี วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น อาทิ ประเพณีตักปลาปากบ้อง วัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำโขง และกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า อุทยานธรณีอุบลราชธานีได้รับการประกาศจัดตั้ง เป็นอุทยานธรณีระดับท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2554 และได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยเมื่อปี 2566 ปัจจุบันมีระบบบริหารจัดการพื้นที่ที่ชัดเจน มีศูนย์ประสานงานอุทยานธรณี ตั้งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่า ด้วยอุทยานธรณีให้เสนอขอรับการรับรองจากยูเนสโก เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ทางธรณีวิทยา การบริหารจัดการพื้นที่ การมีส่วนร่วมของชุมชน และศักยภาพในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะต้องแสดงความจำนงต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 ก.ค.2569 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและตรวจประเมินพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโก

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลก จะช่วยเพิ่มการรับรู้ของนานาชาติต่อแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่

ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางธรณีวิทยา ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศไทย บนเวทีโลกด้านการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน

หากสุขภาพจิตดี สะท้อนเมืองดี แล้ว ผู้ว่าฯ กทม.ต้องออกแบบเมืองอย่างไร

ทำไม "สกุชชี่" ถึงกลายเป็นเครื่องบำบัดจิตใจของคนวัยทำงาน ?

กรมชลฯ เร่งบริหารน้ำทั่วประเทศ รับมือเอลนีโญ-เฝ้าระวังฝนทิ้งช่วง