ไทยก้าวสู่อวกาศ! ครม. เห็นชอบ MOU ร่วมญี่ปุ่นศึกษาดาวเทียม LEO

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
14:30
จำนวนผู้ชม 69
Thai PBS
ไทยก้าวสู่อวกาศ! ครม. เห็นชอบ MOU ร่วมญี่ปุ่นศึกษาดาวเทียม LEO
ครม.เห็นชอบ ร่าง MOU ด้านอวกาศระหว่างไทย-ญี่ปุ่น มุ่งศึกษาศักยภาพการใช้กลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความมั่นคง พร้อมวางรากฐานความร่วมมือด้านอวกาศและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของ 2 ประเทศ

วันนี้ (23 มิ.ย.2569) ร.อ.หญิง.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือว่าด้วยกิจกรรมด้านอวกาศ ซึ่งเป็นการลงนามร่วมกันระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) แห่งประเทศญี่ปุ่น

ในการนี้คณะรัฐมนตรียังอนุมัติ ให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้แทนที่ได้รับมอบหมายในการจรดปากกา ลงนามในร่างบันทึกความร่วมมือฉบับดังกล่าว เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ด้านอุตสาหกรรมอวกาศอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ มุ่งเน้นไปที่การศึกษาดำเนินงานร่วมกันเกี่ยวกับ "กลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำของโลก" หรือ Low Earth Orbit (LEO) Satellite Constellations ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย และมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

เทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและการดำรงชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างความมั่นคงภายในประเทศ

โดยกรอบการทำงานจะมุ่งเน้นการประเมินศึกษาศักยภาพ เพื่อนำเทคโนโลยีอันเชี่ยวชาญของประเทศญี่ปุ่น มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริบทของประเทศไทย ตลอดจนร่วมกันประเมินโอกาสความเป็นไปได้ ในการดำเนินโครงการความร่วมมือในลักษณะที่เป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต

การบูรณาการข้อมูลและการขับเคลื่อนจากหน่วยงานระดับโลก ในการขับเคลื่อนพันธกิจนี้ ทั้ง 2 ประเทศจะนำผลการศึกษาร่วมดังกล่าว ไปใช้เป็นแนวทางหลักในการวางรากฐานและพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการด้านอวกาศ ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับอานิสงส์จากการใช้ประโยชน์จากกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ

สำหรับกลไกการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือนี้ จะดำเนินการประสานงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างหน่วยงานระดับชาติของทั้ง 2 ประเทศ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ของประเทศไทย และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ของประเทศญี่ปุ่น

โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคที่จำเป็น การประสานและรวบรวมข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาร่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะถัดไป

ในส่วนของเงื่อนไขและข้อบังคับ บันทึกความร่วมมือฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการ และสามารถพิจารณาขยายระยะเวลาความร่วมมือออกไปได้คราวละ 3 ปีตามความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ ร่างบันทึกดังกล่าวกำหนดขึ้น เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือที่แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนา โดยจะไม่มีผลผูกพันหรือก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายและทางการเงินใด ๆ ระหว่างประเทศ และจะไม่มีการโอนย้ายทรัพยากรทางการเงิน รวมถึงทรัพยากรวัสดุของรัฐระหว่างกันแต่อย่างใด

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าว ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ในการสำรวจโอกาสและแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทางเทคโนโลยี รวมถึงกิจกรรมด้านอวกาศ

ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่ง ในการพัฒนากิจกรรมด้านอวกาศที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระบบ New Space Economy และช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในเชิงอุตสาหกรรมขั้นสูงของทั้ง 2 ประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

หากสุขภาพจิตดี สะท้อนเมืองดี แล้ว ผู้ว่าฯ กทม.ต้องออกแบบเมืองอย่างไร

มติ ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า “พิพัฒน์” คาดเริ่มใช้ 1 ม.ค.70

"อนุทิน" สยบข่าวลือชายแดนตึงเครียด ยัน F-16 ขึ้นบิน แค่ซ้อมตามปกติ