ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ของโลก "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส"

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
09:17
จำนวนผู้ชม 140
Thai PBS
ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ของโลก "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส"
ทีมนักวิจัย มมส ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ของโลก "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" อายุ 150 ล้านปี จากแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จ.กาฬสินธุ์ หลังศึกษาจากตัวอย่างต้นแบบกระดูกสันหลังส่วนลำตัว

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ค้นพบไดโนเสาร์ซอโรพอดคอยาวชนิดใหม่ของโลก จากแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จ.กาฬสินธุ์ ชื่อว่า "อุรคาซอรัส กาฬสินธุ์เอนซิส" (Uragasaurus kalasinensis) โดยพบในหมวดหินภูกระดึง อายุประมาณ 150 ล้านปี ในช่วงปลายยุคจูแรสซิก เป็นไดโนเสาร์ไทยลำดับที่ 15 และนับเป็นไดโนเสาร์กลุ่มมาเมนชิซอริด (Mamenchisauridae) ชนิดแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ออนไลน์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา

นักวิจัยตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของไดโนเสาร์ชนิดนี้ จากชื่อสกุล Uragasaurus มีที่มาจากคำว่า “อุรค” (Uraga) ในภาษาสันสกฤต ซึ่งหมายถึง “งู” หรือ “ผู้เคลื่อนที่ด้วยอก” ผสานกับคำว่า “saurus” จากภาษากรีกที่แปลว่า “กิ้งก่า” หรือ “สัตว์เลื้อยคลาน” เพื่อสื่อถึงลำคอที่ยาวโดดเด่นของไดโนเสาร์ กลุ่มมาเมนชิซอริด ซึ่งมีรูปร่างชวนให้นึกถึงงูหรือพญานาค ส่วนชื่อชนิด kalasinensis ตั้งขึ้นตามจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งที่ค้นพบซากดึกดำบรรพ์

การศึกษาจากตัวอย่างต้นแบบที่เป็นกระดูกสันหลังส่วนลำตัว ร่วมกับชิ้นส่วนกระดูกอื่นที่พบในบริเวณเดียวกัน โดยใช้เทคโนโลยี CT Scan วิเคราะห์โครงสร้างภายในของกระดูก พบลักษณะเฉพาะหลายประการที่ไม่เคยพบในไดโนเสาร์ชนิดอื่น รวมถึงโครงสร้างโพรงอากาศภายในกระดูกที่มีลักษณะคล้ายรวงผึ้ง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนการจำแนกว่า ไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นชนิดใหม่ของโลก

ภาพ : www.nature.com

ภาพ : www.nature.com

นอกจากนี้ ไดโนเสาร์กลุ่มนี้ยังมีจุดเด่น คือ ลำคอที่ยาวเป็นพิเศษ จนมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว ถือเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์คอยาวที่โดดเด่นที่สุดของโลก เดิมพบหลักฐานส่วนใหญ่ในประเทศจีน การค้นพบครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า เมื่อกว่า 150 ล้านปีก่อน ไดโนเสาร์คอยาวกลุ่มนี้เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันคือประเทศไทยด้วย

แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จ.กาฬสินธุ์ นับเป็นหนึ่งในแหล่งซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์แล้วมากกว่า 6,000 ชิ้น จากชั้นหินหมวดหินภูกระดึง ซึ่งสะสมตัวในสภาพแวดล้อมของแม่น้ำโบราณ ที่ราบน้ำท่วมถึง และทะเลสาบรูปแอก

เมื่อราว 150 ล้านปีก่อน นอกจากไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่นี้แล้ว ภูน้อยยังเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์อีกหลากหลายกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้มีไดโนเสาร์ที่ตั้งชื่อเป็นลำดับที่ 13 จากแหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย คือ มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส (Minimocursor phunoiensis) รวมถึงไดโนเสาร์กินเนื้อ เต่า จระเข้ ปลาฉลามน้ำจืด ปลาปอด ปลากระดูกแข็ง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลานบินได้ ทำให้แหล่งแห่งนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างสำคัญที่เปิดเผยระบบนิเวศของประเทศไทยในช่วงปลายยุคจูแรสซิก และยังคงเป็นพื้นที่ที่นักวิจัยศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อไขความลับของโลกดึกดำบรรพ์

การค้นพบครั้งนี้ ตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และเป็นจุดหมายสำคัญของการศึกษาวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยาที่ดึงดูดนักวิจัยจากทั่วโลก

ขอบคุณข้อมูล : พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง กรมทรัพยากรธรณี และรายงานฉบับเต็ม https://www.nature.com/articles/s41598-026-49822-3#citeas