ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

เศรษฐกิจ
11:23
จำนวนผู้ชม 31
Thai PBS
ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value  พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก
ตลาดโกโก้-ช็อกโกแลต จากพืชทางเลือกสู่พืชเศรษฐกิจ สนค.ชี้โอกาสโกโก้ไทย เน้นเกาะกระแสรักษ์โลก-สุขภาพเจาะNiche Market เผยปี68 ผลิตเมล็ดโกโก้กว่า 3 พันตัน ส่งออกอันดับ 44 ของโลก นายกฯTACCO แนะแปรรูปก่อนขายได้ราคาดี ใช้ข้าวไทยแทนนมผงเน้นรสชาติมีเอกลักษณ์

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่าในปี 2568 ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตทั่วโลกมีมูลค่า 55,870 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ปี 2569 ตลาดจะเติบโตเป็น 58,650 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเติบโตถึง 86,520 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2577 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 4.98% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ ซึ่งยุโรปครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอยู่ที่ 43.37% (ข้อมูลปี 2568)

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value  พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ในขณะที่ไทยแม้ว่าจะผลิตสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตเป็นมูลค่าไม่มาก แต่สามารถสร้างโอกาสทางการค้าโดยมุ่งเน้นสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าสูง เช่น ชูเรื่องราวของแหล่งผลิตสินค้า การให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบและส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ การสร้างความแตกต่างในรสชาติ ตลอดจนการทำธุรกิจที่โปร่งใสเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ อันจะช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตของไทยมีความเข้มแข็ง และเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลกต่อไป

ไทยผู้ส่งออก”เมล็ดโกโก้” อันดับ 44 ของโลก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าโกโก้ของโลกและไทยว่า ข้อมูลองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ระบุว่า ปี 2567 โลกมีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตโกโก้ 68.8 ล้านไร่ ประเทศที่มีพื้นที่เก็บเกี่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ โกตติวัวร์ รองลงมาเป็น อินโดนีเซีย /ไนจีเรีย /กานา และ แคเมอรูน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

สำหรับการผลิตโกโก้ ปี 2567 ประเทศผู้ผลิตโกโก้ 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ โกตติวัวร์ รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย /กานา / เอกวาดอร์ / และ ไนจีเรีย ส่วนไทยปี 2568 มีผลผลิตเมล็ดโกโก้ 3,194 ตัน เพิ่มขึ้น 39.7% เทียบกับปีที่ผ่านมา (2,287 ตัน) โดยพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ เช่น สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง เป็นต้น

ในขณะที่การค้าเมล็ดโกโก้ของโลก (พิกัดศุลกากร 1801) ในปี 2567 โลกมีมูลค่าการส่งออก 19,013 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว96.3% จากปีก่อนหน้า ประเทศผู้ส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก ยังคงเป็น โกตดิวัวร์ มูลค่า 3,993.6 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาเป็น เอกวาดอร์ 3,352.6 ล้านเหรียญสหรัฐ /ไนจีเรีย 1,675.8 ล้านเหรียญสหรัฐ /แคเมอรูน 1,344.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และ (5) เบลเยียม 1,232.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วน ไทยมีมูลค่าการส่งออก 2.14 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 44 ของโลก ขณะที่ โลกมีมูลค่านำเข้า 20,519 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 86.30% จากปีก่อนหน้า ประเทศผู้นำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ /มาเลเซีย / เยอรมนี / เบลเยียม และ สหรัฐอเมริกา โดยไทยมีมูลค่าการนำเข้า 0.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 83 ของโลก

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value  พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

สนค.เผย ราคาเมล็ดโกโก้โลกสูงต่อเนื่อง

ผอ.สนค. กล่าวอีกว่า สถานการณ์การค้าโกโก้และของปรุงแต่งของไทย (พิกัดศุลกากร 18) ในปี 2568 ไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่ง ที่ทำจากโกโก้ เป็นมูลค่า 131.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ4,312 ล้านบาท ขยายตัว 27.4% เทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับช่วง 3 เดือนแรกของ ปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.) ไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่ง 8,516 ตัน มูลค่า 32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ1,008 ล้านบาท ตลาดที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน / ญี่ปุ่น /สหรัฐอเมริกา / เมียนมา และ สปป.ลาว ขณะเดียวกันก็ยังมีตลาดศักยภาพที่ขยายตัวดี เช่น นอร์เวย์ / มอริเชียส /สวีเดน / ฟินแลนด์ / และสเปน

สำหรับราคาของเมล็ดโกโก้ในตลาดโลก ช่วงปี 2566 จนถึงต้นปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาก่อนหน้าอย่างมากจากปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในภูมิภาคผู้ปลูกโกโก้รายใหญ่ของโลก ต่อมาราคาเริ่มปรับตัวลดลงจนปรับฐานใหม่ในช่วงต้นปี 2569 แต่ยังสูงกว่าราคาเฉลี่ยของช่วงเวลาก่อนการพุ่งสูงขึ้นของราคา นอกจากนี้ ในปี 2566 ยังมีการประกาศใช้กฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้การผลิตโกโก้ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และต้องไม่เป็นการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation) เมื่อพิจารณาปัจจัยข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโกโก้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) มากกว่าที่จะเป็นความผันผวนระยะสั้นที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ดังนั้น การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ผลิต

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value  พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

มุ่งเจาะ Niche Market เน้นคุณภาพเพิ่มมูลค่าให้สินค้า

ด้านนายบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทยปรับตัวไปสู่การผลิตคราฟต์ช็อกโกแลต (Craft Chocolate)เน้นคุณภาพ มีอัตลักษณ์และรสชาติพิเศษ สามารถตรวจสอบที่มาแหล่งเพาะปลูกได้ แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็กแต่คาดว่าเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงกว่าตลาดโกโก้และช็อกโกแลตเชิงอุตสาหกรรมที่เป็นการผลิตเน้นปริมาณ อีกทั้งเมื่อพิจารณาต้นทุนการปลูกโกโก้ของเกษตรกรไทยที่สูง ส่งผลให้ประเทศไทยไม่ควรขายเมล็ดโกโก้แห้งเป็นวัตถุดิบแข่งในตลาด

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value  พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ปลุกกระแสโกโก้ไทยสู่ High Value พืชทางเลือก สู่ พืชเศรษฐกิจ “รักษ์โลก-สุขภาพ” สู้ศึกราคาตลาดโลก

ดังนั้นควรสร้างมูลค่าโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่าย เช่นเดียวกับอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เป็นผู้แปรรูปช็อกโกแลตรายสำคัญ โดยรัฐบาลอินโดนีเซียสนับสนุนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้เมล็ดโกโก้ถูกนำมาแปรรูปในประเทศเป็นสัดส่วนถึงประมาณ85% ของเมล็ดทั้งหมด ส่วนมาเลเซียเป็นผู้นำเข้าเมล็ดโกโก้รายใหญ่ของโลกเพื่อแปรรูปและส่งออก และ Malaysian Cocoa Board (MCB) เป็นหน่วยงานดูแลการผลิตและการค้าอย่างครบวงจร

ไทยควรมุ่งเป้าไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เน้นคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยเทรนด์สินค้าโกโก้และช็อกโกแลตที่น่าสนใจ ได้แก่ สินค้าเพื่อสุขภาพ เนื่องจากโกโก้มีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) สูง เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและบริโภคสม่ำเสมอ หรือสินค้ากลุ่ม Plant-based

นายกสมาคม TACCO กล่าวอีกว่า การใช้ข้าวไทยมาผลิตช็อกโกแลตนมแทนการใช้นมผง และกลุ่มสินค้าที่เน้นรสชาติมีเอกลักษณ์ เช่น ช็อกโกแลตแท่งรสข้าวซอย ช็อกโกแลตรสแกงไทย และสินค้ายั่งยืน เนื่องจากโกโก้เป็นหนึ่งในสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ EU Deforestation Regulation (EUDR) สมาคมฯ จึงร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) พัฒนาแพลตฟอร์มบันทึกข้อมูลการปลูกและกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปถึงแปลงปลูก เพื่อออกรายงานรองรับการค้าภายใต้ระเบียบ EUDR

อ่านข่าว:

“ผ้าไทย” จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ สานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

ยกระดับคอกาแฟไทย "คลีน อเมริกาโน" เลี่ยงหวาน-ลดเสี่ยงโรค NCD

“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย