วันนี้ (25 มิ.ย.2569) กรณีการตรวจพบขบวนการทุจริตการสอบคัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้เข้าสอบและการแก้ไขคะแนนสอบภายหลังการสอบเสร็จสิ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้กระบวนการออกข้อสอบ การจัดสอบ และการควบคุมมาตรฐานต่าง ๆ จะมีหลายหน่วยงานร่วมรับผิดชอบ แต่การที่ยังเกิดการทุจริตขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่ากลไกการกำกับดูแลและการตรวจสอบอาจยังมีช่องโหว่สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ชี้เป็น "วิกฤตความเชื่อมั่น" ครั้งใหญ่ของประเทศ
นายมานะกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เพียงการโกงสอบ แต่คือการทุจริตเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและมีรูปแบบซับซ้อน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการแก้ไขคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ภายหลัง ซึ่งหากเป็นจริงย่อมหมายความว่า ผู้เข้าสอบอาจตอบคำถามอย่างไรก็ได้ เพราะมีบุคคลคอยแก้ไขข้อมูลให้ภายหลัง
มองว่าเรื่องนี้ถือเป็น "วิกฤตความเชื่อมั่น" ต่อระบบการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐอย่างแท้จริง เพราะประชาชนคาดหวังว่าระบบราชการจะคัดเลือกบุคคลจากความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่จากการใช้เงินหรืออิทธิพล
นายมานะอธิบายว่า ปัญหาการทุจริตในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการท้องถิ่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ในอดีตแต่ละหน่วยงานดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกบุคลากรเอง ทำให้เกิดข้อครหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การฝากคน และการเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ
แม้รัฐบาลในปี 2560 จะปรับระบบให้เป็นการสอบกลางพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อลดปัญหาดังกล่าว แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มผู้ทุจริตก็เริ่มศึกษาและหาช่องโหว่ของระบบ จนนำไปสู่รูปแบบการทุจริตที่ซับซ้อนมากขึ้น
การคอร์รัปชันในการบรรจุเป็นข้าราชการการปกครองส่วนท้องถิ่น มีมายาวนานหลายสิบปี จากที่หน่วยงานต่าง ๆ มีการรับสมัครกันเอง มีการจ่ายเงินกันเอง และมีการนำครอบครัวตัวเอง ลูกหลานตัวเอง เข้าไปรับราชการในหน่วยงานนั้น
เอาผิดจริงจังเพื่อลดการทุจริตในอนาคต
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันมองว่า การทุจริตอาจไม่สามารถกำจัดได้หมดสิ้น แต่หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอย่างจริงจังและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ก็จะช่วยสร้างแรงยับยั้งและทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดเกรงกลัวต่อกฎหมายมากขึ้น
นายมานะเสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนระบบจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล โดยเฉพาะหลังการสแกนกระดาษคำตอบ ควรกำหนดระบบตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้เข้าถึง คัดลอก หรือแก้ไขข้อมูลในแต่ละช่วงเวลา เพื่อป้องกันการแทรกแซงผลสอบ นอกจากนี้ ควรมีระบบบันทึกข้อมูลการใช้งาน (Log System) ที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสเกิดการแก้ไขข้อมูลโดยมิชอบ
มหาวิทยาลัยต้องร่วมรับผิดชอบต่อชื่อเสียงสถาบัน
นายมานะกล่าวว่า แม้มหาวิทยาลัยจะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง แต่เมื่อมีบุคลากรรับงานในนามสถาบัน ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยโดยตรง
ดังนั้น สถาบันการศึกษาควรมีระบบกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินการทำงานของบุคลากรที่รับผิดชอบโครงการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความซื่อสัตย์สุจริต
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของคดีต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพราะหากปล่อยให้กระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง อาจทำให้ข้อมูลถูกเก็บอยู่ในสำนวนเป็นเวลาหลายปี
นายมานะเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบควบคู่ไปกับ ป.ป.ช. พร้อมสื่อสารข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ต่อประชาชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
สาวเส้นเงินถึงผู้บงการตัวจริง
นายมานะย้ำว่า คดีนี้ไม่ควรจบลงเพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง หรือผู้จ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิ์สอบผ่านเท่านั้น แต่ต้องขยายผลไปถึงผู้บงการ ผู้จัดการเครือข่าย และผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง
อย่าให้เรื่องนี้จบลงที่คนตัวเล็ก ลูกจ้าง หรือผู้จ่ายเงินเท่านั้น วันนี้เราเห็นปลาตัวเล็กแล้ว วันข้างหน้าเราต้องเห็นปลาตัวใหญ่
เขาเชื่อว่า ด้วยจำนวนผู้เกี่ยวข้องนับพันราย ย่อมมีเส้นทางการเงินที่สามารถตรวจสอบได้ โดยควรประสานข้อมูลจากสถาบันการเงินและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายและติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
เหตุใดคนยอมจ่ายหลักแสนเพื่อแลกงานราชการ
นายมานะมองว่า แม้การเข้าสู่ระบบราชการจะมีเงินเดือนเริ่มต้นไม่สูงมาก แต่หลายคนยอมจ่ายเงินจำนวนมาก เพราะมองว่าอาชีพข้าราชการเป็นงานที่มั่นคง มีสวัสดิการดี และสามารถสร้างหลักประกันให้กับชีวิตในระยะยาว
บางครอบครัวถึงขั้นกู้หนี้ยืมสินหรือขายทรัพย์สินเพื่อหวังให้บุตรหลานได้เข้ารับราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ได้รับความนิยม เช่น ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานจัดเก็บรายได้ หรือสายงานโยธา
นายมานะเสนอให้ทบทวนโครงสร้างการบริหารจัดการสอบครั้งใหญ่ โดยลดการผูกขาดอำนาจไว้กับหน่วยงานต้นสังกัด และเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระหรือหน่วยงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามารับผิดชอบกระบวนการสอบมากขึ้น
พร้อมยกตัวอย่างการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ที่มีผู้เข้าสอบจำนวนมากทั่วประเทศ แต่แทบไม่ปรากฏข้อครหาการทุจริตในระดับเดียวกัน จึงเห็นว่าควรนำแนวทางดังกล่าวมาศึกษาและปรับใช้กับระบบสอบท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว
อ่านข่าว :
ผบช.ก.ถกกรอบทำคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้น 10 วันชัดเจน
ส่งออกไทย พ.ค.โต 10.6% สนค.มองเป้าใหม่ปี 69 ขยายตัว 8%
ฟิลิปปินส์แบนเกม "Gorebox" ชั่วคราว หลังเหตุกราดยิงในโรงเรียน










