งานท้าทาย "ชัชชาติ" สมัย 2 พรรคส้มลุ้นจอง ปธ.สภา กทม.

การเมือง
17:10
จำนวนผู้ชม 106
Thai PBS
งานท้าทาย "ชัชชาติ" สมัย 2 พรรคส้มลุ้นจอง ปธ.สภา กทม.

เลือกผู้ว่าฯกรุงเทพฯ เป็นไปตามคาด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แบเบอร์ หนำซ้ำ สร้างสถิติเดิม 1.44 ล้านเสียง แม้คนกรุงจะออกมาใช้สิทธิ์ไม่ถึง 50% ก็ตาม

แต่ถือว่าพลิกความคาดหมายหน่อย คืออันดับ 2 "ติ่ง"-มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ลงอิสระ ได้ 2.88 แสนคะแนน แซงหน้า ดร.โจ-นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคสีส้ม และ นายอนุชา บูรพชัยศรี จาก ปชป. โดยคะแนนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

ความเข้มข้นตื่นเต้น จึงอยู่ที่เลือก สก. เพราะแม้ผู้สมัครแทบทุกกลุ่ม ทุกสังกัด แสดงจุดยืนหนุนนายชัชชาติ ตั้งแต่ต้น แต่ต้องแข่งขันกันในที ในหลายเขตที่ต้องสู้กันดุเดือด

ส.ก. จากพรรคสีส้ม มีชัยเข้าป้ายถึง 22 คน ทั้งที่เป็นแชมป์เก่าและล้มแชมป์เก่า ตรงตามผลเคพีไอโพล ของสถาบันชนพระปกเกล้าฯ ที่เปิดเผยหลังปิดหีบเลือกตั้ง

ไม่ต่างจากทีม "คนทำงาน" ที่มีนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ทายาทนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีต รมว.อุตสาหกรรม เป็นแกนหลัก นำทีมอดีต ส.ก. จากหลายพรรค หลายกลุ่ม รวมตัวกัน และเข้าป้ายได้ถึง 11 ที่นั่ง

นายดวงฤทธิ์ เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และเคยเป็นแกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ส่วนหนึ่งมาจาก กปปส.

ระดับ "บ้านใหญ่-คนดัง" ทีม "คนทำงาน" เข้าป้ายหลายคน ทั้ง น.ส.ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ หลังบ้านของ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 กระทรวง และ 2 คนจากทายาทบ้านใหญ่ฝั่งธนฯ "ม่วงศิริ" นายสารัช และ ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ

พรรคประชาธิปัตย์ นำเป็นที่ 1 มี 8 คน จากเดิมปี 65 ได้ 9 คน หลังจากแกนนำอาวุโส ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ส่วนใหญ่ระดับ "เก๋าเกม-แชมป์เก่า" ทั้งนายสุชัย พงษ์เพียรชอบ นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์

ขณะที่กลุ่มเพื่อไทย ไลฟ์ ซึ่งมาจากพรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ลดฮวบจาก 20 คน เหลือ 4 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็น "คนดัง-บ้านใหญ่" อาทิ "เฮียล้าน" นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ บ้านใหญ่มีนบุรี

แม้จะมีแนวโน้มสูง ที่มี ส.ก. มากที่สุด 22 เขต จากทั้งหมด 50 เขต จะยึดเก้าอี้ประธานสภา กทม. ได้ แค่หาพันธมิตรเพิ่มอีก 5-6 คนก็จะเป็นเสียงข้างมากได้แล้ว แต่เนื่องจากไม่มีข้อบัญญัติไว้สำหรับกลุ่มหรือพรรคที่ได้อันดับ 1 เท่านั้น

เพราะหากทีม "คนทำงาน" ที่ชนะ 11 เขต จับมือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชนะ 8 เขต และกลุ่มเพื่อไทยไลฟ์ อีก 4 เขต อาจพลิกกลับยึดเสียงข้างมากในสภา กทม. ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ส.ก.อิสระ และกลุ่มกรุงเทพฯ เบตเตอร์ ของ ดร.จอห์น นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา อดีตประธานสภา กทม. ว่าจะสนับสนุนขั้วไหน

ที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณของผู้ว่าฯ และฝ่ายบริหาร กทม. ถือว่าจำเป็น เนื่องจากงบของ กทม. นั้น มีสูงมาก ล่าสุดงบปี 69 มีถึง 92,000 ล้านบาท มากกว่างบประมาณของบางกระทรวง เช่น กระทรวงแรงงาน ที่งบปี 69 ในต้นร่าง มีเพียง 68,000 ล้านบาท

ฉะนั้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสด้านการบริหารจัดการ ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะที่ผ่านมา หลายโครงการที่ถูกตั้งคำถาม เช่น งบจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ที่มีข่าวสุดท้ายถูกปรับแค่ 600 บาท

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับภารกิจที่ท้าทายในวาระ 2 ของนายชัชชาติ นอกจากแผนงาน 250 พลัส ที่ชูเป็นนโยบายหาเสียงแล้ว ยังมีอีก 3 เรื่องใหญ่ที่เชื่อว่า นายชัชชาติ จะให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น

2 เรื่อง เป็นภารกิจที่ นายชัชชาติ สอบไม่ผ่านจากการสำรวจผลงาน 3 ปีครึ่งในตำแหน่งสมัยแรก กลุ่มที่เห็นว่าไม่ค่อยดี กับไม่ดีเลย มีรวม 46% เทียบกับกลุ่มที่เห็นว่าค่อนข้างดี มีเพียง 25%

2. การแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปากท้องคนกรุงเทพฯ กลุ่มที่เห็นว่าไม่ค่อยดี กับไม่ดีเลย รวมกันสูงถึง 53% ขณะที่กลุ่มเห็นว่าค่อนข้างดี มีเพียง 28%

ส่วนเรื่องที่ 3. เป็นเรื่องใหญ่ที่ นายชัชชาติ ยังยอมรับว่าเป็นความท้าทายและสร้างแรงกดดันมาตลอด คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นผลผูกพันทางการเงินจากผู้บริหารชุดก่อน ๆ รวมทั้งศาลได้มีคำสั่งให้ กทม. ต้องปฏิบัติตาม

แม้จะชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 สิ้นสุดเดือน ก.ย.68 ให้ บีทีเอสซี ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้ว 3.6 หมื่นล้านบาท

แต่เพราะมีการขยายสัมปทาน ถึงปี 2585 กทม. ยังต้องจ้างเดินและซ่อมแซมรถไฟฟ้าไปจนถึงปีสิ้นสุด โดยต้องเบียดเสียดจากงบประมาณที่มีอยู่ เดือนละ 740 ล้านบาท ไปอีก 15-16 ปี เพราะรายได้จากค่าโดยสารส่วนต่อขยายขาดทุน ไม่เพียงพอต่อค่าจ้างรายจ่าย

แม้ นายชัชชาติ จะตั้งความหวัง และพยายามเสนอให้รัฐบาลรับโอนโครงการรถไฟฟ้ากลับไปบริหารจัดการเอง เพื่อเป็นการรวมศูนย์ และเพื่อผลักดันนโยบายตั๋วร่วมได้ แต่อาจไม่ใช่เรื่องง่าย

ต้องไม่ลืมว่า หลาย ๆ โครงการที่รัฐบริหารจัดการเอง สุดท้ายมักจะมีปัญหาขาดทุน จากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องฝ่ายการเมือง ดังที่ได้เห็นในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ทั้งรถไฟ รถโดยสารประจำทาง ขสมก. กระทั่งการบินไทย

จึงเป็นเรื่องท้าทายที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ต้องเผชิญและตัดสินใจ

อ่านข่าว :

"ชัชชาติ" คะแนนนำโด่งนั่งผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 "มัลลิกา" ที่ 2 "ชัยวัฒน์" ที่ 3

"ชัชชาติ" ขอบคุณทุกคะแนนเสียงหนุนนั่งผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 ลั่นพร้อมสู้งานหนัก

"ใครแพ้เป็นพลเมือง ใครชนะเป็นผู้นำ" มัลลิกา เปิดใจหลังนับคะแนนไม่เป็นทางการ