เปิดปัจจัยหายนะ ทำไม "เวเนซุเอลา" เสียหายหนักจากแผ่นดินไหว

ต่างประเทศ
20:33
จำนวนผู้ชม 128
Thai PBS
เปิดปัจจัยหายนะ ทำไม "เวเนซุเอลา" เสียหายหนักจากแผ่นดินไหว
แม้ทีมกู้ภัยหลายประเทศ ยังไม่ยุติภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคาร แต่เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา ได้เผยให้เห็นปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายด้าน ที่ทำให้ประเทศได้รับความเสียหายรุนแรง ทั้งภูมิศาสตร์ มาตรฐานการก่อสร้าง และวิกฤตเศรษฐกิจการเมือง

ประชากรเวเนซุเอลาร้อยละ 80 อาศัยอยู่บนรอยเลื่อนตามแนวระดับ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเผชิญเหตุแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ในขณะที่เมืองใหญ่ ๆ ทุกเมืองของประเทศนี้ก็ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นด้วย ดังนั้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นก็มักจะตามมาด้วยความเสียหาย แต่อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเสียหายครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งอื่น ๆ

อาสาสมัครทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยในการค้นหา และช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคาร ที่พังถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ภารกิจดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งจากสภาพความเสียหายของตัวอาคาร การขาดแคลนอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น ไปจนถึงการเกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 500 ครั้ง ซึ่งทำให้โครงสร้างอาคารบางแห่งได้รับความเสียหายเพิ่มเติม

แม้จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 2,600 คน จากอย่างน้อย 27 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยสุนัขกู้ภัยอีกมากกว่า 160 ตัว ร่วมทำภารกิจ แต่ความช่วยเหลือก็ยังคงไม่เพียงพอ หลังจากความเสียหายรุนแรงกินบริเวณกว้างใน 7 รัฐ ทางตอนเหนือของประเทศ

ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตในขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,450 คนแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,100 คน ไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่า 12,000 คน และคาดว่า ยังคงมีผู้สูญหายอีกหลายหมื่นคนด้วยกัน

เบื้องต้น มีการประเมินว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้มีสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายมากกว่า 2,500 แห่ง โดยเป็นโรงพยาบาลมากถึง 38 แห่ง และอาคารอีก 744 หลัง ซึ่งในจำนวนนี้มีมากถึง 189 หลังที่พังถล่มลงมาทั้งหลัง และจำนวนมากเป็นอาคารที่มีความสูงหลายชั้น ทำให้การกู้ภัยยากมากยิ่งขึ้น

แผนที่แสดงให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมือง "กาเตีย ลา มาร์" ในรัฐลาไกวรา หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหว โดยอาคารเกือบ 1 ใน 3 ของเมืองนี้ทั้งเมือง ได้รับความเสียหาย และมีบางจุดที่อาจพูดได้ว่า มีอาคารพังถล่มลงมาแทบจะทั้งแถบ

สาเหตุที่ทำให้เวเนซุเอลา ได้รับความเสียหายรุนแรงจากแผ่นดินไหว เกิดจากหลายปัจจัยผสมกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางส่วนไม่รู้สึกแปลกใจ ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ และก็เคยเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

ปัญหาสำคัญ ๆ มีตั้งแต่เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของการก่อสร้างอาคารที่ล้าสมัย ขาดการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ อย่างจริงจัง ขาดหน่วยงานที่จะเข้าไปตรวจสอบ ไปจนถึงการให้ความสำคัญ กับเรื่องผลกำไรมากกว่าความปลอดภัยในการก่อสร้าง

ที่สำคัญอีกเรื่อง นั่นก็คือปัญหาเรื่องการออกแบบโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะอาคารสูงตั้งแต่ 10 ชั้นขึ้นไป ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงของการเกิดแผ่นดินไหว และไม่ได้พิจารณาถึงสภาพของดินที่เป็นดินอ่อน

ผู้เชี่ยวชาญบางคน บอกว่า ความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา ที่น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเปรียบเทียบ ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะหลงลืมไปว่า ประเทศนี้ก็เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวเช่นกัน ซึ่งนับแค่ครั้งใหญ่ ๆ ตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมา จะพบว่า พื้นที่ใกล้แนวชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศ เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปมาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 7.7 ในปี 1900

แต่ถ้านับแค่ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา และจำกัดพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวอยู่แค่ในระยะ 250 กิโลเมตรจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย.2569) จะพบว่า พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ขึ้นไป มาแล้วอย่างน้อย 8 ครั้ง ในจำนวนนี้ 4 ครั้งหลังสุดเป็นแผ่นดินไหวคู่ที่เกิดติดต่อกัน คือในเดือน ก.ย.2025 แผ่นดินไหว 2 ครั้งเกิดห่างกันไม่ถึง 6 ชั่วโมง และครั้งนี้เกิดห่างกันเพียงแค่ 39 วินาที

แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซ้ำเติมวิกฤตที่เวเนซุเอลากำลังเผชิญ มีทั้งปัญหาเศรษฐกิจและความวุ่นวายทางการเมือง หลังสหรัฐฯ บุกจับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร เมื่อต้นปี และดันรองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ ขึ้นนั่งเก้าอี้รักษาการประธานาธิบดีแทน ซึ่งแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธ กลายมาเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งตัว โรดริเกซ เอง และสหรัฐฯ ด้วย

โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ถือเป็นทีมต่างชาติชุดใหญ่ที่สุดที่ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย ซึ่งมาพร้อมทั้งคนและอุปกรณ์ครบมือ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐฯ ประกาศอัดฉีดความช่วยเหลือ 150 ล้านดอลลาร์ ให้กับเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังส่งทหารที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการสนามบิน 100 นาย สนับสนุนการจราจรทางอากาศ รวมทั้งยังเตรียมส่งนาวิกโยธินอีก 130 นาย ช่วยเปิดท่าเรือ เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือทางทะเลไปยังพื้นที่ประสบภัยรุนแรงริมชายฝั่งด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยประกาศว่า สหรัฐฯ อยากช่วยเวเนซุเอลาและสามารถทำได้ด้วย ซึ่งทรัมป์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมที่จะช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ในขณะที่แผ่นดินไหวซ้ำเติมวิกฤตในเวเนซุเอลา ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการเมืองในประเทศด้วย ซึ่งสถานการณ์นี้น่าจะทำให้โลกได้เห็นว่า จริง ๆ แล้ว ทรัมป์ พร้อมสนับสนุนเวเนซุเอลามากน้อยแค่ไหนกัน

อ่านข่าวอื่น :

ป.ป.ส.พบ “แอร์สาว” รับหิ้วสิ่งของเข้า-ออกต่างประเทศ คาดค่าจ้างสูงจูงใจ

"ภราดร" ยอมรับงบฯ ปี 70 ยังไม่ตอบโจทย์ประเทศ ชวนฝ่ายค้านปฏิรูปโครงสร้าง

ป.ป.ช.เตรียมไต่สวน "จนท.รัฐ-บุคคล" เอาผิดคดีทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น