วันนี้ (5 ก.ค.2569) จากกรณีอุบัติเหตุที่เด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถยนต์กระบะพุ่งชนคณะพระสงฆ์ เป็นเหตุให้มีพระสงฆ์มรณภาพรวม 10 รูป และได้รับบาดเจ็บอีก 12 รูป ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) จะเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อสรุปพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล และพยานแวดล้อม
พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ได้แก่ ตายายที่ดูแลเด็ก เพื่อนบ้าน และครูที่โรงเรียน เพื่อสืบหาพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่าเด็กชายคนดังกล่าวสามารถขับรถยนต์ได้อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังอย่างละเอียด ไม่เฉพาะเพียงแค่วันเกิดเหตุเท่านั้น
ทั้งนี้ หากพยานหลักฐานครบถ้วน อาจมีการดำเนินคดีกับเด็กในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ ทว่าต้องรอผลการประเมินจากแพทย์และนักจิตวิทยาก่อนว่าเด็กพร้อมรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ส่วนผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีฐานปล่อยปละละเลยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
สร้างเมรุชั่วคราว เตรียมพระราชทานเพลิงศพพระ 7 รูป
บรรยากาศ ณ วัดบ้านน้ำขุ่น ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพพระสงฆ์ 7 รูป ตลอดทั้งวันมีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน เดินทางมาร่วมไว้อาลัยอย่างไม่ขาดสาย โดยประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดสร้างเมรุชั่วคราว หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "กองฟอน" เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ซึ่งมีกำหนดการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 8 ก.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ หลวงตาสิ้นคิด นำคณะแม่ชีมาตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารกล่อง พร้อมด้วย พระอธิการคมกริช สารกิจฺโจ หรือ หลวงพี่อ๊อฟ และสามเณรฟอร์ นักเทศน์ชื่อดังทางสื่อออนไลน์ ที่ร่วมนำส้มตำและไอศกรีมกว่า 1,000 แท่ง มาแจกจ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่มาร่วมงาน
ในส่วนของการเยียวยาและรักษาพยาบาล น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางเข้าเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กำลังใจแก่พระสงฆ์อีก 7 รูป ที่ยังคงรับการรักษาอาการอาพาธอยู่ที่ รพ.มุกดาหาร ปัจจุบันมีพระอาพาธอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 2 รูป และอยู่ในห้องพักฟื้นปกติอีก 5 รูป โดยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด
ด้านเด็กชายผู้ก่อเหตุวัย 11 ปี ขณะนี้ได้รับการคุ้มครอง และดูแลในสถานที่ปลอดภัยตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยกระทรวง พม. เตรียมนำกรณีนี้เข้าสู่กระบวนการ "ถอดบทเรียน" ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม และวางมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
เปิดแฟ้มคดีดังออสเตรเลีย "He Kaw Teh" เมื่อ "พบยาเสพติด" ยังไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดว่ามีความผิด
ก.พ.คุมเข้มสอบปี 69 สั่งเช็กใบหน้าผู้เข้าสอบกับรูปถ่าย 3 จุด สกัดทุจริต
BRN ชี้กระบวนการสันติภาพไม่คืบ ทำตึงเครียด-ปฏิบัติการทหารเพิ่มขึ้น










