BRN ชี้กระบวนการสันติภาพไม่คืบ ทำตึงเครียด-ปฏิบัติการทหารเพิ่มขึ้น

ภูมิภาค
14:31
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
BRN ชี้กระบวนการสันติภาพไม่คืบ ทำตึงเครียด-ปฏิบัติการทหารเพิ่มขึ้น
"บีอาร์เอ็น" ชี้ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางทหารที่เพิ่มขึ้น เป็นผลกระทบจากกระบวนการสันติภาพขาดความคืบหน้า ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ย้ำกรณีผู้แอบอ้างเป็นแกนนำบีอาร์เอ็น ยังพิสูจน์ไม่ได้ ยืนยันทุกกระบวนการสันติภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

วันนี้ (5 ก.ค.2569) กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ออกเเถลงการณ์แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (BRN) โดย นายฮาร่า ชินทาโร่ ผู้เชี่ยวชาญด้านมลายูศึกษา แปลข้อความในเเถลงการณ์ดังกล่าว สรุปเนื้อหาได้ว่า กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น มองว่า พัฒนาการล่าสุดที่มีปฏิบัติการทางการทหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และไม่มีสัญญาณใด ๆ สำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ระบุว่า การต่อสู้ของบีอาร์เอ็นมีเป้าหมายชัดเจนคือ กองกำลังติดอาวุธของไทย และโครงการของนายทุนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ทำลายสิ่งแวดล้อมและลิดรอนคุณค่าด้านอัตลักษณ์ของสังคมมลายู

โดยบีอาร์เอ็นเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสงครามระหว่างประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ บีอาร์เอ็นจึงเรียกร้องให้สังคมทั่วไป ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตน หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สถานที่ ที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการทางการทหารหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง

นอกจากนี้ กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพฝ่ายบีอาร์เอ็น ยังมองว่า ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางการทหารที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งขณะนี้ เป็นหนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการสันติภาพขาดความคืบหน้า และย้ำว่าการเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน ซึ่งการแก้ไขความขัดแย้งที่ผ่านวิธีการทางการเมือง เป็นวิธีการที่จะสามารถยุติความขัดแย้งกับรัฐบาลไทย เพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบอันแท้จริง มีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน

บีอาร์เอ็นยังขอบคุณบทบาทของรัฐบาลมาเลเซีย ในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการเจรจาสันติภาพ และการมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไข สำหรับความขัดแย้งอันยาวนาน โดยหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนในการเจรจาสันติภาพรอบนี้จากประชาคม เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในความพยายามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งนี้

กอ.รมน.ภาค 4 ย้ำทุกกระบวนการสันติภาพอยู่ภายใต้กฎหมาย

ขณะที่ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลอ้างตัวว่า เป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของขบวนการบีอาร์เอ็นในพื้นที่ จ.นราธิวาส และมีการเสนอเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางอาวุธและการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะ หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และไม่อาจนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืนขององค์กรหรือกลุ่มใดได้

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยืนยันว่า ประเทศไทยมีกลไกและช่องทางในการสร้างสันติสุข ที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐอย่างชัดเจน หากบุคคลใดมีความประสงค์จะยุติการใช้ความรุนแรง กลับเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ รัฐพร้อมดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดหลักนิติธรรม ความเป็นธรรมและการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย

พ.อ.เอกวริทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรพิจารณาคือ การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้ จากการยุติการใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้าง หรือการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว

โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่นำไปสู่การลดความรุนแรงและสร้างสันติสุข ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมายและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

อ่านข่าว

กบฉ.ต่อเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดชายแดนใต้ถึง 19 ต.ค.นี้

ทหารเมียนมารบหนักฝ่ายกะเหรี่ยง กระสุนข้ามตกฝั่งไทยชายแดนตาก

รวบอีกหนึ่งเครือข่าย "อุทัย" รับรู้ข่าวแอร์แล้วกลัว ชิงทำลายหลักฐานหนีผิด