วงจรชีวิต "พยาธิใบไม้ตับ" ภัยเงียบจากเมนูปลาน้ำจืดดิบ วิธีป้องกัน

สังคม
09:34
จำนวนผู้ชม 42
Thai PBS
 วงจรชีวิต "พยาธิใบไม้ตับ" ภัยเงียบจากเมนูปลาน้ำจืดดิบ วิธีป้องกัน
ผลตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ในมหาวิทยาลัยภาคอีสาน พบ "พยาธิใบไม้ตับ" จำนวนมาก จุดประกายคำถามว่า พยาธิเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร ทำไมอาหารสุกๆ ดิบ ๆ ถึงควรหลีกเลี่ยง

เมนูปลาน้ำจืดดิบอย่าง ก้อยปลา ลาบปลาดิบ หรือปลาส้มที่ปรุงไม่สุก อาจให้ความอร่อยเพียงไม่กี่นาที แต่ก็อาจเป็นช่องทางให้ "พยาธิใบไม้ตับ" เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ข้อมูลด้านสาธารณสุขเตือนว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ โรคนี้เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่พบในคนไทย

พยาธิใบไม้ตับกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังผลการตรวจคัดกรองนักศึกษาน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน พบพยาธิใบไม้ตับจำนวนหลายพันคน โดยที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตรวจนักศึกษา 12,733 คน พบมากถึง 4,233 คน หรือ 33% ขณะที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตรวจ 1,922 คน พบ 380 คน หรือ 19%

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการติดเชื้อยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น "ส้มตำที่ใส่ปลาร้าดิบ" หรืออาหารพื้นบ้านประเภทอื่นที่อาจมีส่วนประกอบจากปลาน้ำจืดที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเพียงพอ

อ่านข่าว : สั่งตรวจร้านส้มตำ พบ "นิสิตใหม่" มมส. 4,233 คน ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครพบพยาธิใบไม้ตับ แต่คือพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน และเราจะป้องกันตัวเองจากพยาธิใบไม้ตับที่อาจซ่อนตัวอยู่ในอาหารจานโปรดได้อย่างไร

พยาธิใบไม้ตับ คืออะไร?

พยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ ลำตัวยาว 5-10 มิลลิเมตร และกว้าง 1-2 มิลลิเมตร มีส่วนหัวและส่วนท้ายของลำตัวเรียวมน ระบบสืบพันธุ์ของทั้งเพศผู้และเพศเมีย พบได้ทั้งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงหนือ ภาคเหนือของไทย และประเทศลาวในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง

วงจรชีวิตของพยาธิชนิดนี้ เริ่มจากพยาธิตัวเต็มวัยที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของคน รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด เช่น สุนัขและแมว พยาธิตัวเต็มวัยผสมพันธุ์แล้วสร้างไข่จำนวนมาก ไข่ที่ออกมาจะปะปนมากับน้ำดี และลงสู่ลำไส้เล็ก

และถูกขับออกจากร่างกายพร้อมอุจจาระ เมื่อไข่ตกลงสู่แหล่งน้ำ หอยน้ำจืดบางชนิดซึ่งเป็นพาหะตัวกลางลำดับแรกจะกินไข่เข้าไป ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่พยาธิจะใช้เวลาเจริญในหอยประมาณ 6-8 สัปดาห์ ก่อนออกจากหอยและว่ายน้ำไปชอนไชเข้าใต้เกล็ดของปลาน้ำจืด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว ปลากะสูบ และปลาแก้มช้ำ

จากนั้นจึงพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อภายในเนื้อปลา ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ เมื่อคนรับประทานปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุกหรือรับประทานแบบดิบ ตัวอ่อนของพยาธิจะเข้าสู่ร่างกาย

หลังถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ย่อยเนื้อปลาผนังหุ้มตัวอ่อนของพยาธิจะทำให้ตัวอ่อนของพยาธิออกมาคืบคลานเข้าไปในระบบท่อน้ำดี ผ่านทางรูเปิดที่ลำไส้เล็ก และเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัย

สิ่งที่ทำให้โรคนี้น่ากังวล คือ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากแทบไม่มีอาการในระยะแรก บางคนใช้ชีวิตได้ตามปกติเป็นเวลานาน จนเกิดการอักเสบของท่อน้ำดี พัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีสูง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง กระทรวงสาธารณสุขจึงรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชน "กินสุก" และหลีกเลี่ยงเมนูเสี่ยง เพื่อลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

ปลาและอาหาร ที่เสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ"

ปลาที่เสี่ยงต่อ "พยาธิใบไม้ตับ" เป็นปลาน้ำจืดเกล็ดขาว วงศ์ปลาตะเพียน ซึ่งเป็นกลุ่มปลาที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูง และเป็นสาเหตุให้ประชาชนติดโรค พยาธิใบไม้ตับ ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาสร้อยนกเขาหรือ ปลาอีไทย ปลาสร้อย ปลาขาวหัวมน ปลาตะเพียนทอง ปลากระสูบจุด ปลาขาวนา ปลากระมัง

อาหารที่เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ มาจากการกินปลาน้ำจืดแบบดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ได้แก่ ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม หน่ำปลา ปลาร้า เป็นต้น หลายคนเชื่อว่า กินดิบแล้วจะแข็งแรง หรือก้อยปลาใส่มดแดงสีซีดแล้วทำให้พยาธิตาย แต่ผลที่ตามมา คือมีความเสี่ยงต่อการเกิด "โรคพยาธิใบไม้ตับ" ซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี

สำหรับเมนูที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ทำจากเนื้อปลาดิบที่นำมาปรุงรส , ปลาร้าดิบ การทำส้มตำปลาร้าดิบ แจ่วบอง หรือน้ำพริกที่ใส่ปลาร้าไม่ผ่านความร้อน, ปลาส้ม ปลาจ่อม เมนูปลาหมักดอง ที่มักกินแบบดิบ รวมไปถึง ปลาปิ้งปลาเผา หากเนื้อปลาบริเวณกลางตัว ยังดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ก็ยังคงมีตัวอ่อนพยาธิ

อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม พยาธิใบไม้ตับ เข้าสู่ร่างกาย-ท่อทางเดินน้ำดีอักเสบเรื้อรัง-ท่อน้ำดีตีบ-เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

ป้องกันพยาธิใบไม้ตับ เริ่มได้จากการปรุงอาหารให้สุก

การป้องกัน พยาธิใบไม้ตับทำได้ หากหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงด้วยความร้อนทุกครั้ง

ในขั้นตอนการประกอบอาหาร ควรแยกเขียง มีด และอุปกรณ์ที่ใช้กับอาหารดิบออกจากอาหารปรุงสุก ล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสปลาดิบ และเก็บอาหารในภาชนะที่สะอาดก่อนรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน

ฉะนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่มีสาเหตุมาจากพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งตับที่เกี่ยวข้องกับพยาธิใบไม้ตับ ควรเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน กินอาหารตามหลักโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพที่แข็งแรง

ขณะเดียวกัน การขับถ่ายลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะก็เป็นอีกมาตรการสำคัญในการตัดวงจรการแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับ เพราะหากอุจจาระที่มีไข่พยาธิปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ไข่พยาธิจะสามารถเข้าสู่หอยน้ำจืด ซึ่งเป็นพาหะตัวกลาง และเริ่มต้นวงจรการแพร่เชื้อสู่ปลาน้ำจืดและคนได้อีกครั้ง

พยาธิใบไม้ตับรักษาได้ ยาพราซิควอนเทลหาซื้อได้ทั่วไป

นพ.หัสชา เนือยทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นผู้ที่เข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ สามารถหาซื้อยารักษาได้ ตามร้านขายยาทั่วไป ยาหลักที่ใช้รักษาโรคพยาธิใบไม้ เช่น พยาธิใบไม้ในตับและพยาธิใบไม้ในลำไส้ คือ ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้คำนวณขนาดยาที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด

ราคาประมาณแผงละ 100-300 บาท อัตราการรักษาหายอยู่ที่ร้อยละ 91-95 หากได้รับการวินิจฉัยและรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง

แม้การป้องกันพยาธิใบไม้ตับจะทำได้ไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการเริ่มต้นจากตัวเราเอง เพราะทุกมื้อที่เลือกกินอาหารปรุงสุก คือการลดความเสี่ยงของโรคได้

อ้างอิงข้อมูล : กรมควบคุมโรค, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, องค์การอนามัยโลก (WHO)

ไมโครซอฟต์ปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง ตามแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

พิษเศรษฐกิจ ผู้ค้าย่าน “ประตูน้ำ-โบ๊เบ๊” ทยอยปิดกิจการ

ฉลองวันเกิด 2 ปี "หมูเด้ง" ให้เด็ก-ผู้สูงอายุเที่ยวฟรี 10-12 ก.ค.