“ศิริกัญญา” มอง 2 ฉากทัศน์ ก่อนศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน

การเมือง
11:18
จำนวนผู้ชม 106
Thai PBS
 “ศิริกัญญา” มอง 2 ฉากทัศน์ ก่อนศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน
"ศิริกัญญา" มอง 2 ฉากทัศน์ ก่อนศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน พรุ่งนี้

วันนี้ (8 ก.ค.2569) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงหลังการประชุม ครม.เงา พรรคประชาชนถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เป็นในพรุ่งนี้ (9 ก.ค.69) ว่า ได้วางฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้น 2 ฉากทัศน์ใหญ่ และ 2 ฉากทัศน์ย่อย คือ พ.ร.ก.ผ่านทั้งฉบับ และ พ.ร.ก.ไม่ผ่าน

ในกรณีที่ร่าง พ.ร.ก.ไม่ผ่านจะมี 2 กรณีย่อย คือ ไม่ผ่านทั้งฉบับเพราะประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ออกโดยชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นก็มีโอกาสที่ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะตกทั้งฉบับ ซึ่งจะนำไปสู่ความยุ่งยากเพราะ เงินจำนวน 2 แสนล้านบาทส่วนแรกได้เริ่มกู้และเบิกจ่ายไปแล้วในการใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส และเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐที่ยังขาดอยู่ ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลในการหาแหล่งเงินใหม่มาทดแทน

อีกส่วนหนึ่งกรณีร่าง พ.ร.ก.ไม่ผ่านเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งเคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองเงินในส่วนแรกที่ใช้ไปแล้วให้สามารถใช้ต่อไปได้ซึ่งอาจจะมีความยุ่งยากน้อยกว่า เพราะรัฐบาลสามารถออก พ.ร.ก.ฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทนหาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ตกไปและยังสามารถใช้เงินใช้ต่อได้

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบในกรณีต่าง ๆ ยกเว้นที่ พ.ร.ก.ผ่านความเห็นชอบจากศาลรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่ไม่ผ่านอยากให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบตามสัดส่วนที่เกิดขึ้น เพราะเราทราบดีว่าใน ส่วน 2 แสนล้านบาทหลังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังส่อที่จะ ปั้นโครงการต่าง ๆ ยัดไส้และใช้วิกฤตของประชาชนบังหน้าพ่วงไปกับการช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนจะได้รับใน 2 แสนล้านบาทแรก

ด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่ตนอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่รัฐสภาตั้งมา และได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ยิ่งพบว่า น่ากังวลมากเป็นพิเศษยิ่งกว่าเดิม เพราะการใช้เงินจำนวน 2 แสนล้านบาทหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลับไม่มีการตั้งเงื่อนไขหรือไม่มีโรดแมปว่า เปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศด้วยเป้าหมายอะไร ลดการใช้พลังงานฟอสซิลเท่าไหร่ ในระยะเวลาเท่าไหร่ โครงการใหญ่จะเป็นอย่างไร

อีกทั้งยังไม่มีการตั้งเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำด้วยซ้ำทำให้เสี่ยงเกิดเบี้ยหัวแตก มีการยัดไส้ สอดไส้โครงการต่าง ๆ เข้ามา ไม่รู้ว่าจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางใด และเมื่อมีการออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้แต่มีเงื่อนไขผูกมัดตัวเองว่า ก็ต้องรีบใช้เงินภายในเดือน ธ.ค.ปี 2570 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่

จึงมีความกังวลว่า จะเกิดการแร้งทึ้งเข้ามาแย่งชิงการใช้เงินโครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการใช้เงินเปลี่ยนผ่านพลังงานมากน้อยแค่ไหน และนี่เป็นเงินกู้ก้อนสำคัญที่จะทำให้เราติดเพดานหนี้สาธารณะ หากใช้ไม่มีประสิทธิภาพก็จะเสี่ยงเงินจะหมด และไม่เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างที่ตั้งใจ

ดังนั้นจึงยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าการใช้เงินก้อนนี้เป็นปัญหาจริง ๆ และจะรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.2569) และเรียกร้องความรับผิดชอบต่อรัฐบาล ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น

เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในทางลบการเรียกร้องตามสัดส่วนที่เหมาะสมให้รัฐบาลรับผิดชอบคืออะไร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นนายกฯออกมาพูดชัดเจนว่า จะต้องมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีใน ครม.ถ้าบุคคลใดผลงานไม่เข้าเป้าจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งแน่นอน

ตนขอถามว่า เรื่องผลงานไม่เข้าเป้าก็ส่วนหนึ่ง แต่การทำผลงานที่ผิดพลาด หากเกิดกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ของรัฐบาลไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นโทษที่ร้ายแรงมากกว่าผลงานไม่เข้าเป้าหรือไม่

ทั้งนี้ ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า จะออกมาเป็นฉากทัศน์ใด เรายืนยันในหลักรับผิดรับชอบทางการเมืองต้องได้สัดส่วนตอบความเสียหาย ขณะนี้เรายังไม่เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่รู้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาชนพร้อมจะแสดงท่าทีมากมากยิ่งขึ้นหลังจากมีคำวินิจฉัย และตนไม่อยากให้โฟกัสเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก.เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งการทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหายาเสพติด, ฮั้ว สว. หรือกรณี ป.ป.ช. และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจว่า ตกลงแล้วที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นชัดเจนแล้วว่า สามารถมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชนได้แต่กลับมีข้ออ้างว่า เสนอไปอาจถูกปัดตก ติดขัดเอาหัวชนฝาทำให้ไม่ผ่าน แบบนี้เป็นข้ออ้างที่ทำให้เห็นว่า รัฐบาลขาดความจริงใจ ประชาชนก็สะท้อนออกมายังผลโพลล่าสุดที่ความนิยมในตัวนายกฯลดลง

ดังนั้นถ้าจะถามว่าข้อเรียกร้องว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งงผู้ที่ควรจะต้องตอบก็คือตัวนายกฯ เพราะเป็นคนพูดเองว่า พร้อมที่จะประเมินผลงาน ครม.และพร้อมที่จะปรับครม.ในเมื่อประชาชนประเมินท่านแล้วสะท้อนผลโพล ว่าการทำงานไม่ผ่าน ต้องถามว่านายกฯจะทบทวนและปรับปรุงตัวเองอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า หาก พ.ร.ก. ไม่ผ่าน ความรับผิดชอบสูงสุดนายกฯ ถึงขั้นต้องยุบสภาฯ หรือ ลาออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าเป็นฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุดและเกิดความเสียหายกับการใช้จ่ายเงินของรัฐที่บางส่วนใช้จ่ายไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยรัฐบาลเองต้องรับผิดชอบ ตามที่ได้สัดส่วนถึงขั้นลาออก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ควรต้องทำที่ความเสียหายเกิดขึ้นถึงขั้นนั้น แต่ต้องรอดูคำวินิจฉัย

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนได้มีการประเมินผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ว่ามีกระทรวงไหนที่ไม่เข้าเป้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่รากเหง้าของมันคือที่มาของอำนาจที่ไม่ถูกต้อง เช่นกรณีฮั้ว สว. หรือ การทุจริตคอร์รัปชันที่ไม่ได้พัวพันเฉพาะราชการแต่ยังมาถึงนักการเมืองด้วย ดังนั้นหากจะให้ประเมินหรือให้คำตอบชัด ๆ รัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจตั้งแต่แรก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ ใช้เสียงของสภา และเสียงภายนอกสภา กดดันรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่สุด

อ่านข่าว

เปิด 2 แนวทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.

“ไฟ-น้ำมัน” แพงอีกหลายปี แนะรัฐใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน

อนุทินยัน "เงินกู้ไทยช่วยไทยพลัส" ไม่ผลักภาระให้ ปชช. รัฐบาลจ่ายเอง

"ศิริกัญญา" ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลนำเงินกู้อุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ