วันนี้ ( 8 ก.ค.2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรไทย โดยเฉพาะการช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียน ลดภาระค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการการผลิตได้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือโครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ เพื่อช่วยเสริมความพร้อมให้เกษตรกรในรอบการผลิต
สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูก และส่งเสริมให้การผลิตข้าวมีความคุ้มค่ามากขึ้น กำหนดหลักเกณฑ์ สนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน จากการประเมิน พบว่า สามารถโอนเงินสนับสนุนถึงมือเกษตรกร 4.515 ล้านครัวเรือน หรือ 99.98% ของเป้าหมาย คิดเป็น วงเงินสนับสนุน 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุม พื้นที่ได้รับเงินสนับสนุน 36.71 ล้านไร่ สะท้อนว่าระบบการดำเนินงานสามารถเข้าถึงเกษตรกรได้อย่างครอบคลุม
โดยผลประเมิน พบว่า เงินสนับสนุนมีส่วนช่วยให้เกษตรกรจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นได้มากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช การเตรียมดิน และเมล็ดพันธุ์ ทำให้ดูแลแปลงนาได้ดีขึ้น โดยพบว่า ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ หรือ 12.22% ขณะที่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ16.85% และมูลค่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ หรือ38.46%
เมื่อประเมินประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวม จากค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวที่ลดลง และมูลค่าผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น พบว่า โครงการก่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมประมาณ 57,473.48 ล้านบาท หรือประมาณ 1.57 เท่าของวงเงินสนับสนุนโครงการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจได้รับผลจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น สภาพอากาศ ราคาข้าวในตลาด และการบริหารจัดการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่
“ผลการประเมินสะท้อนว่า มาตรการของภาครัฐสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรได้อย่างครอบคลุม และมีส่วนช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการการผลิตได้ดีขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้พัฒนามาตรการให้ตอบโจทย์การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของไทย เพื่อให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้นในระยะต่อไป”
ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และรองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สศก. ประเมินผลร่วมกับ กรมการข้าวจากการสำรวจครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่าง 16,717 ครัวเรือนครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนปีการผลิต 2567/68 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อดูผลที่เกิดขึ้นหลังได้รับเงินสนับสนุนผลประเมินในภาพรวม พบว่า ครัวเรือนเกษตรกร58.09% ระบุว่าโครงการมีส่วนช่วยให้ปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น และเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อโครงการในระดับมากที่สุด สะท้อนว่าโครงการสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกร และช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตในระยะสั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับแนวทางต่อไป ควรต่อยอดจากมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนรายฤดู ไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว เช่น การปรับปรุงดิน การพัฒนาระบบน้ำ การใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน และการจัดทำแนวทางการใช้เงินสนับสนุนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของแต่ละแห่ง เพื่อให้การสนับสนุนภาครัฐสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวของเกษตรกร
อ่านข่าว:










