วันนี้ (10 ก.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ในประเทศอิหร่าน ภายหลังการเสร็จสิ้นรัฐพิธีศพของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หีบศพของอดีตผู้นำสูงสุดได้รับการเคลื่อนย้ายเข้าสู่สุสานอิหม่ามเรซา ในเมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อประกอบพิธีฝังร่างตามหลักศาสนาอย่างสมเกียรติ
การฝังร่างในครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากรัฐพิธีศพที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเวียนไปตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั้งในประเทศอิหร่านและประเทศอิรักเป็นเวลานานร่วมสัปดาห์ โดยมีการประเมินว่ามีประชาชนเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยตลอดช่วงพิธีการรวมแล้วมากกว่า 15 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตสำคัญในพิธีการครั้งนี้ เมื่อ มอจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งปัจจุบันก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบัน ไม่ได้ปรากฏตัวเข้าร่วมในพิธีฝังศพแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นท่าทีที่แตกต่างจากบุตรชายคนอื่น ๆ ของ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ที่เดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณบิดาอย่างพร้อมเพรียง
ฐานทัพอิหร่านถูกโจมตีปริศนา 2 ระลอก
รัฐพิธีครั้งประวัติศาสตร์นี้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางทหารที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้สหรัฐอเมริกาได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านระลอกใหม่เมื่อคืนวันอังคารและวันพุธที่ผ่านมา (7-8 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งอิหร่านแล้วอย่างน้อย 14 คน นำไปสู่การตอบโต้จากกองทัพอิหร่านด้วยการยิงถล่มฐานทัพของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งยิ่งส่อแวววิกฤตหนักเมื่อสื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่า ในช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีสถานที่ทางทหารของอิหร่านถูกโจมตีพร้อมกันถึง 2 แห่ง
จุดแรกตั้งอยู่ใกล้กับเมืองบุเชห์ร ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากกองกำลังศัตรูร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่วนอีกจุดหนึ่งเป็นเขตฐานทัพเรือในเมืองโคนารัก รายงานระบุว่าถูกเครื่องบินรบของฝ่ายศัตรูเปิดฉากโจมตีอย่างหนักถึง 2 ระลอก ส่งผลให้สถานการณ์เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
สหรัฐฯ ปฏิเสธข้อหาถล่มซ้ำ เผยแผนการทูตลับหลังม่าน
ท่ามกลางข้อกล่าวหาอันรุนแรงจากทางฝั่งรัฐบาลเตหะราน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีรา โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการโจมตีทางทหารรอบล่าสุดเหนือพื้นที่เมืองบุเชห์รและเมืองโคนารักแต่อย่างใด พร้อมทั้งย้ำว่ารัฐบาลวอชิงตันยังคงมีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะใช้กระบวนการทางทูตในการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหากับอิหร่านต่อไป
สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นที่อ้างอิงแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่อเมริกันรายหนึ่งระบุว่า ในขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการทางการทูตแบบลับ ๆ เพื่อหาทางลดทอนความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารในวงกว้าง ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาคที่ยากจะควบคุม
อ่านข่าวอื่น :
เปิดปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ทลายขบวนการเด็กจีนสวมสัญชาติไทย
ออกหมายจับเพิ่ม 4 คนเครือข่ายเฮโรอีนข้ามชาติ ป.ป.ส.พบ "อุทัย" ตัวกลางเชื่อม 2 คดี










