ศาลยกฟ้อง "แอม สรารัตน์" คดีถูกกล่าวหาวางไซยาไนด์ "พี่น้อย" แม่ค้าขายผัก

อาชญากรรม
09:35
จำนวนผู้ชม 519
Thai PBS
ศาลยกฟ้อง "แอม สรารัตน์" คดีถูกกล่าวหาวางไซยาไนด์ "พี่น้อย" แม่ค้าขายผัก
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง "แอม สรารัตน์" คดีถูกกล่าวหาวางยาไซยาไนด์แม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง

วันนี้ (21 ก.ค.2569) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ "แอม" เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหารเพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ นิลน้อย ผู้ค้าผัก โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตายจำนวน 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ซึ่งผู้ตายรับประทานก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีการเสียชีวิตหลายคน ที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์ ในช่วงเดือน มี.ค.2566 ทำให้สามีของผู้ตายสงสัยว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางรสจรินทร์ เมื่อช่วงปี 2565 สามีของผู้ตายจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยกล่าวหาว่า เจตนาฆ่าผู้ตายโดยปลอมปนสารไซยาไนด์ลงไปในสลัดผัก ทำให้ร่างกายได้ดูดซึมเข้ากระแสเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิต

โจทก์มีนายแพทย์ผู้รักษาผู้เสียชีวิตเบิกความว่า เลือดของผู้ตายมีภาวะเลือดเป็นกรด จากการติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือได้รับสารพิษ แต่พยานไม่ได้ยืนยันว่า ผู้ตายได้รับสารพิษจากสารไซยาไนด์ ไม่สามารถบอกได้ว่าสารพิษที่นำเข้าร่างกายนั้น เป็นการนำเข้าของผู้ตายเอง หรือวิธีการใด ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ว่า มาจากสารพิษชนิดใด มีแต่ระบุว่าเลือดเป็นกรดเท่านั้น พยานหลักฐานจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้วางยาไซยาไนด์ให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนพยานที่เป็นลูกจ้างของผู้ตายระบุว่า ได้พบเห็นจำเลย นำสลัดผักมาให้ผู้ตายรับประทาน โดยให้การว่าจดจำรถของจำเลยได้ เนื่องจากจำเลยมาหาผู้ตายบ่อยครั้ง แต่พยานไม่สามารถตอบคำถามค้านของทนายจำเลยได้ว่า จำเลยใช้รถยนต์ยี่ห้อใด และไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนนำสลัดมาให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนมูลเหตุแห่งการฆ่าที่โจทก์อ้างว่าเป็นการฆาตกรรมล้างหนี้จำนวน 60,000 บาท แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า ผู้ตายนำรถยนต์มาจำนำกับจำเลยในจำนวนเงิน 100,000 บาท และผู้ตายได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยไปแล้ว 50,000 บาท

โดยหลังจากเสียชีวิตจำเลยอ้างกับสามีผู้ตายว่า ต้องชดใช้หนี้ค่าจำนำรถยนต์จำนวน 600,000 บาท แต่มีการต่อรองการลดเหลือ 300,000 บาท สามีของผู้ตายยอมชดใช้เงินจนครบจำนวน 300,000 บาท และได้รถยนต์คืนไปแล้ว จึงไม่อาจเป็นมูลเหตุจูงใจให้ก่อเหตุพยาน หลักฐานของโจทก์ไม่เชื่อมโยงว่า จำเลยจะกระทำความผิดตามที่สันนิษฐานมาข้างต้น พิพากษายกฟ้อง

ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 4 คดี

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า น.ส.ศิริพร หรือก้อย ขันวงษ์ เสียชีวิตบริเวณท่าน้ำ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่า พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตร ปู ศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่จ.นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์

คดีที่ 4 คดีวางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ หรือ ผู้กองนุ้ย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น โดยใส่ศาลพิษในเครื่องดื่ม ให้ผู้กองนุ้ยดื่มจนถึงแก่ความตาย ศาลพิพากษาประหารชีวิตลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกแอมไว้ตลอดชีวิต

อ่านข่าว :

สอบพยานแล้ว 150 ปาก จ่อแจ้ง 3 ข้อหาคนทำผิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์

เกิดเหตุระเบิดภายในปั๊มแก๊ส จ.ชลบุรี มีรายงานเสียชีวิต 1 คน

ตร.เผยผลตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น คืบหน้า 70%