วันนี้ (23 ก.ค.2569) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ผอ.ปปส.กทม.) โดย นายปฤณ เมฆานันท์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการเข้มงวดในการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบสถานบริการและผับที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด การปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเสี่ยง รวมถึงการดำเนินมาตรการยึดทรัพย์สินเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มผู้ค้าอย่างเด็ดขาด
เตรียมเปิดปฏิบัติการล่าเครือข่าย "พ.อ.จะลอโบ่"
จากการขยายผลการจับกุมสถานบันเทิงที่ลักลอบค้ายาเสพติดในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่ายาเสพติดส่วนใหญ่ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งต่อไปยังต่างประเทศ สำหรับรูปแบบการกระจายยาในพื้นที่ กทม. มักจะนำมาพักไว้ในพื้นที่ปริมณฑลก่อนส่งต่อให้ลูกค้ารายย่อย
ทั้งนี้ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมเปิดปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ "พ.อ.จะลอโบ่" ผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่รัฐฉานตอนใต้ อดีตรองผู้บัญชาการเขตทหาร 171 ของกองทัพสหรัฐว้า ซึ่งปัจจุบันถูกออกหมายจับแล้ว และคาดว่ากำลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมา
ส่งข้อมูลคดีแอร์โฮสเตสให้ออสเตรเลีย - ตามตัว "โรสโรส" ผู้บงการ
ส่วนความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสถูกจับกุมซุกซ่อนยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย ทาง ป.ป.ส. และตำรวจไทยได้ส่งพยานหลักฐานและข้อมูลการขยายผลจับกุมเครือข่ายในประเทศไทยให้กับทางการออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระบวนการพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับดุลพินิจและข้อกฎหมายของออสเตรเลีย
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (ผบก.ปส.1) เปิดเผยถึงการติดตามตัว น.ส.จันทรา หรือผู้ใช้แชตชื่อ "rose rose" ผู้ต้องหาคนสำคัญซึ่งเป็นผู้จ้างวานหิ้วเฮโรอีน และมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับ พ.อ.จะลอโบ่ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาประสานงานระหว่างประเทศกับเพื่อนบ้าน เนื่องจากประเทศเมียนมาไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จึงต้องใช้การประสานงานร่วมกันเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุเพิ่มเติมว่า รูปแบบการทำงานของตำรวจในปัจจุบันจะเน้นการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานส่งออก ซึ่งผู้ร่วมขบวนการหลักมักเป็นชาวต่างชาติ ทั้งคนจีน เวียดนาม และกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มักใช้วิธีหลอกลวงคนไทยให้ตกเป็นเหยื่อในการขนส่งยาเสพติด เช่น คดีแอร์โฮสเตส หรือคดีซุกซ่อนไอซ์ในมะขามเปียก
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการจับกุมและเผยแพร่ข่าวสารอย่างต่อเนื่อง พบว่าพฤติการณ์ลักลอบขนส่งยาเสพติดในลักษณะนี้มีจำนวนลดลง เนื่องจากคนไทยเริ่มมีความตื่นตัวและระมัดระวังตนเองมากขึ้น
อ่านข่าว :
กกพ.ตรึงค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. ที่ 3.95 บาท ใช้เงิน Claw back 16,127 ล้าน อุ้มค่าเอฟที
นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง
โตเกียวดันนโยบาย "ใส่ขาสั้นทำงาน" สาวออฟฟิศโวยถูกคุกคามด้วย "ขนหน้าแข้ง"









