นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

การเมือง
10:34
จำนวนผู้ชม 101
Thai PBS
นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง
นายกรัฐมนตรี นำแถลงผลปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องขุดกว่า 1,900 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายผลดำเนินคดีกับทั้งขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (23 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำทีมแถลงข่าว หลังกรมสอบสวน​คดี​พิเศษ​ (DSI) เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบในการขุดเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบั่นทอนความเชื่อมั่นการใช้กฎหมายของประเทศ

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

โดยรัฐบาลกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุนผู้สนับสนุนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น

หรือเลือกปฏิบัติการดำเนินการของรัฐ ไม่ใช่มุ่งหมายเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่จะมุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ใช้เครื่องมือทั้งในด้านการดำเนินคดีการติดตามทรัพย์สินและการขยายผลไปยังเครือข่าย ที่อยู่เบื้องหลังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม แต่จะไม่ยอมให้มีการใช้เทคโนโลยีหรือช่องทางในการลักลอบ ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และสาธารณูปโภคนอกประเทศ

ดังนั้น ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับการเฝ้าระวัง และการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายทุกคน

วันนี้ร่วมกับ รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงข่าวภารกิจการเปิดปฏิบัติการ ตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยปฏิบัติการมาระยะหนึ่งแล้ว

ส่วนที่รัฐมองว่า สร้างความเสียหายสูงสุดคือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของสาธารณะ ในการลักลอบต่อสายตรงผ่านหม้อแปลง ซึ่งธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ยึดทรัพย์ยังไม่พอ เพราะทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่าก็ต่อเมื่อนำไปประกอบธุรกรรมธุรกิจ แต่หากนำมาแยกชิ้นส่วนหรือขายทอดตลาด ราคาแทบจะไม่มีเลย เพราะเป็นทรัพย์สินทางด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสียหายง่าย

ใครที่เป็นผู้สนับสนุนหรือใครเป็นลูกค้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ คนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าออกไปจากระบบโดยที่จะบอกว่าไม่ทราบ แต่เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ สิ่งเหล่านี้จะต้องได้ติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สิน และยึดจำนวนเงินของทุนต่าง ๆ ให้ได้เป็นของรัฐมากที่สุดเพื่อทดแทนความเสียหายที่ได้กระทำลงไป

นอกจากนี้ สั่งการให้กรมศุลกากรและกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยกันวางหลักเกณฑ์ ห้ามนำเข้า เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) อย่างแน่นอน จึงต้องมีการตรวจสอบว่ามีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และได้สำแดงวัตถุประสงค์การใช้งานไว้ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินภารกิจดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง สามารถทลายเครือข่ายลักลอบขุดบิตคอยน์ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะมีการแถลงผลการดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบ

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่าจะบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดในลักษณะนี้อย่างเต็มที่ และเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ โดยหวังว่าจะสามารถขยายผล และติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด เพราะเชื่อว่าไม่อาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรี ยังเตือนผู้ที่ประกอบธุรกิจลักษณะนี้ให้ยุติการกระทำ เนื่องจากการตรวจสอบจะเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะร่วมกันขยายผลและติดตามการกระทำผิด จึงไม่มีทางรอดพ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย

พร้อมกันนี้ ฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อหรือเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีแล้ว ยังอาจสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกลับคืนได้ หากต้องการลงทุน ขอให้เลือกลงทุนในกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถรักษาและสร้างความมั่นคงทางการเงินของตนเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะเมื่อสูญเสียเงินไปแล้ว โอกาสที่จะได้รับคืนแทบไม่มีอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไป พร้อมตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 7 จุดใน จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม หลังพบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้า เพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ด้วยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์

โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง) ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งได้ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุดได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าในโรงงานทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย และสำนักงานของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวม 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และนครปฐม โดยตรวจพบผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ซึ่งสามารถขยายผลดำเนินคดี รวมถึงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

อ่านข่าว :

นายกฯ ลั่นไม่รู้ สถ.เลื่อนประชุม ก.กลาง ไม่มีกำหนด ปมเพิกถอน ขรก.ท้องถิ่น

รักษาการอธิบดี สถ. ประกาศฟื้นศรัทธาองค์กร กำชับห้ามแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์

“พริษฐ์” เรียกร้อง “นายกฯ” ตอบคำถาม “ไอลอว์” แทนการฟ้องคดี