“ไฟใต้” เดือดกลางสภา คำเฉลยแก้ 20 ปีไฉนไม่สงบ

การเมือง
14:59
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
“ไฟใต้” เดือดกลางสภา คำเฉลยแก้ 20 ปีไฉนไม่สงบ

เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี สำหรับเวทีเปิดกว้างการอภิปราย เรื่องแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนใต้อย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา โดยมี สส.ระดับ ”บิ๊กเนม” ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และทำหน้าที่อภิปราย ชำแหละปัญหาดับไฟใต้ นานกว่า 20 ปี ทำไมยังไม่สำเร็จ

แม้การอภิปรายเรื่องไฟใต้ในการประชุมสภาฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.69 ) ต้องฝ่าฟันอุปสรรค และเสียเวลายื้อกันไปดึงกันมา ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ตั้งแต่มีเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาสอดแทรกเป็นวาระเร่งด่วนเข้ามา ก่อนจะเสนอสลับวาระการประชุม จนโดนอีกฝ่ายเหน็บในทีว่าหักข้อตกลง เพื่อสกัดไม่ให้สภาฯ พิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.

แม้ต้องแลกมาด้วยการถูกรุมถล่มของ ”ไอซ์” น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.ดาวเด่น ที่ขึ้นอันดับ 1 นักการเมืองฝ่ายค้าน ที่มีบทบาทโดดเด่น 3 เดือนหลังสุดติดต่อกัน จาก ”สวนดุสิตโพล” ในประเด็นกล่าวหา “คณะรัฐมนตรีต่างรักตัวกลัวตาย” จึงไม่กล้าลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จัดประชุมครม.สัญจรที่จ.สงขลา

ตามด้วย นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ที่ประกาศตัดพี่ตัดน้องกับ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.และทายาท ”บ้านใหญ่” ลพบุรี อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม จากปม ”ประธานอย่าดึงดราม่า” ไม่ขอนับญาติด้วย

แต่สุดท้ายคนที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และได้อภิปรายเรื่องดับไฟใต้ ล้วนแต่มีความสำคัญ และเกี่ยวข้องกับเรื่องความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ แก้ปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่ กมธ.ชุดดังกล่าว ใช้เวลาศึกษาปัญหาในพื้นที่นานกว่า 2 ปี ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน 36 เวที และเป็นรายงานที่หลายฝ่ายอ้างอิงถึงความน่าเชื่อถือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยืนหยัดสู้กับพลพรรคฝ่ายรัฐบาลและ น.ส.มัลลิกา ประธานในที่ประชุม เรื่องข้อบังคับการประชุมสภาฯ และเป็นคนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก และ รมว.ต่างประเทศ มาร่วมฟัง และให้คำตอบที่ชัดเจนกับประชาชน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่ระบุชัดว่า ลำพังมาตรการทางการทหาร และการใช้อำนาจความมั่นคงอย่างเดียว ไม่อาจแก้ปัญหาและนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้ได้ และยังเรียกหาความกล้าหาญของผู้นำรัฐบาล

นอกจากนั้น ยังมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 จ.นราธิวาส ที่โดนลอบสังหาร หลังเดินกลับจากวันโหวตเลือกนายอนุทิน เป็นนายกฯ ที่กรุงเทพฯ และนำไปสู่ความไม่มั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงความยุติธรรมของคนในพื้นที่

ยังมี นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส

พรรคกล้าธรรม ที่ระบุเคยไปดักรอพบ เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ร่วมกับประชาชนในวันที่นายอนุทินลงพื้นที่หลายชั่วโมง แต่นายกฯไม่ได้เปิดโอกาสรับฟังข้อเสนอแนะจากสส.ในพื้นที่

รวมทั้งนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคนแรก ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องแก้ปัญหาชายแดนใต้ แบบเป็นคิวสอดแทรกด่วน ก่อนจะนำไปสู่การเปิดวิวาทะ ระหว่างสส.ฝ่ายค้านกับรัฐบาล นายซาการียา ให้เหตุผลว่า วาระรายงานของกกต.ก็สำคัญ แต่ปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องสำคัญกว่า และตนยื่นญัตติด่วน ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่หลีกทางให้กับเรื่องอุทกภัย จ.น่าน

ทั้งนี้ ประเด็นอภิปรายที่เป็นการฉายภาพและสะท้อนปัญหา จากสส.ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเหล่านี้ เฉพาะในรอบกว่า 20 ปี คือนับตั้งแต่การปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง หรือกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อต้นปี 2547 ในสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร และเป็นที่มาของวลี “โจรกระจอก” และถูกมองว่าเป็นปฐมบทของสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระลอกใหม่

ตั้งแต่นโยบายรัฐล้มเหลวบกพร่องซ้ำซาก เป็นผลจากความคลุมเครือของนโยบายรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงที่ไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจปัญหา และบริบทในพื้นที่ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ รวมทั้งไม่เข้าใจแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ประเด็นนี้ นายจาตุรนต์ ระบุชัดว่า บางครั้งกองทัพนำกำลังพลมาจากภาคอื่น ทั้งอีสานและภาคเหนือ ลงไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ทั้งที่ขาดความรู้เรื่องพื้นที่ วัฒนธรรม ศาสนา ภาษา และอื่นๆ

เรื่องนโยบายการเมืองนำการทหาร หรือการทหารนำการเมือง โดยเฉพาะช่วงหลังๆ เพราะจะเกี่ยวโยงกับทิศทางและวิธีการในการแก้ปัญหา และเป็นความค้างคาใจของผู้คนในพื้นที่

นอกจากนี้ เมื่อวงจรความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลมักเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมาย และการควบคุมประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด จากกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ คือพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ความมั่นคง และกฎอัยการศึก อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุความไม่สงบแต่ละครั้ง จะมีการปิดเส้นทางสัญจรนานเป็นสัปดาห์ กระทบต่อวิถีชีวิต และการเดินทางเพื่อประกอบอาชีพของผู้คน

ประเด็นเรื่องงบประมาณ 20 ปี ที่ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาดับไฟใต้ รวมกันสูงถึง 5-6 แสนล้านบาท แต่ความรุนแรงในพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการใช้งบประมาณ และนัยของการใช้งบประมาณ ถึงขั้นที่นายอภิสิทธิ์ ใช้คำถามว่า เป็นการเลี้ยงไข้หรือเปล่า

นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ถึงปัจจัยแนวคิดแก้ปัญหาแบบ “ปราบปรามให้สิ้นซาก” ในบางครั้งที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ย้ำว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และทำให้เกิดความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนยังถูกละเมิด

กระทั่ง มีถามหาถึงเรื่องความจริงใจ ต่อกระบวนการยุติธรรม เช่น ไม่ยอมนำกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ มาใช้พิสูจน์พยานหลักฐาน แม้แต่กรณีกล่าวหา ยิงปืนจากเฮลิคอปเตอร์ใส่เยาวชน ที่ควรจะพิสูจน์ความจริง เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

ยังมีเรื่องความเชื่อจากฝ่ายความมั่นคง ว่าโรงเรียนปอเนาะ และตาดีกา เป็นที่เพาะบ่มให้เยาวชนต่อต้านรัฐ และใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่สส.ในพื้นที่ทุกคน ทุกพรรคที่ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาครั้งนี้ ยืนยันว่าพวกตนก็เรียนจากโรงเรียนดังกล่าว นายกมลศักดิ์ ย้ำว่า เป็นความเชื่อที่ผิด และในทางกลับกัน รายได้ค่าตอบแทนจากครูในโรงเรียนตาดีกาเพียงเดือนละไม่กี่พัน กลับมักค้างจ่ายตลอด ล่าสุด ไม่ได้รับเงิน 3 เดือน 6 เดือนก็มี

ยังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ไม่มีการลงทุนในพื้นที่ของนักธุรกิจ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เรื่องความยากจนและรายได้ของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในประเทศ จังหวัดนราธิวาส เฉลี่ยเพียง 64,000 บาทต่อคนต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภาคอื่นๆ

ยังมีข้อวิตกต่อทัศนคติและมุมมองจากคนไทยในพื้นที่ภาคอื่นๆ ที่มีต่อคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งทำความเข้าใจ รวมทั้งเรื่องอัตลักษณ์และวิถีคนท้องถิ่น เรื่องปัญหาภัยแทรกซ้อน จากสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่น สินค้าหนีภาษี และขบวนการค้ายาเสพติด ที่ฝ่ายความมั่นคงอ้างว่า เป็นกลุ่มที่ปฏิบัติการตอบโต้รัฐ โดยเฉพาะการก่อความไม่สงบกว่า 70 จุด วันที่ 22-23 สิงหาคม 69

เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสะท้อนปัญหา ในการอภิปรายดังกล่าว ขณะเดียวกันยังเป็นคำตอบอยู่ในทีว่า เหตุใดการดับไฟใต้ที่ยืดเยื้อมานาน จึงยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย

หากไม่รับฟัง แก้ไข หรือไม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และมุมมองต่อสถานการณ์ และบริบทในภาคใต้ ตราบนั้นเหตุการณ์อาจจะยืดเยื้อต่อไปไม่จบไม่สิ้น และจะทำให้เป้าหมาย ปี 2570 สามจังหวัดชายแดนใต้จะสงบ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะไม่มีทางเป็นไปได้

อ่านข่าว :

ยิง "ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" เสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ นราธิวาส

ตั้ง มท.ส่วนหน้า-ให้อำนาจ "นายอำเภอ" คุมทหาร-ตร. นำร่อง 14 อำเภอชายแดน

ครม.ต่ออายุยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานชายแดนใต้อีก 5 ปี

"เอกนิติ" ลุยฟื้นเศรษฐกิจใต้ ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ-รัฐช่วยจ่ายคนละครึ่ง