การลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังสินค้าแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติในมุมไบ อินเดีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการสอบสวน 6 วัน ของเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยอาหาร หลังจากหัวหน้าสำนักงานอาหารและยารัฐมหาราษฏระคนใหม่ ยกระดับการคุมเข้มในเรื่องนี้
ยกตัวอย่างน้ำแดงบรรจุขวด แม้จะเห็นไม่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูวันหมดอายุ คือ วันที่ 15 ส.ค.2569 หรือหมดอายุไปแล้วมากกว่า 1 สัปดาห์ในวันที่บุกตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พบลังสินค้าเกือบ 5,000 ลังภายในโกดัง มีทั้งอาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่หมดอายุไปแล้ว หรือใกล้หมดอายุ
อินเดียปลอมฉลาก "วันหมดอายุ" สะเทือนวงการอาหารสำเร็จรูป
นอกจากนี้ ยังพบสารเคมีที่ใช้ในการเปลี่ยนฉลากสินค้า เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์สำหรับทำให้อาหารที่หมดอายุแล้วกลายเป็นของใหม่ มีวันผลิตใหม่ หรือมีโภชนาการทางอาหารที่ต่างจากเดิม โดยสินค้าที่ยึดได้ในการบุกตรวจค้นครั้งนี้ มูลค่าเกือบ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 2,600,000 บาท
ตลาดอาหารสำเร็จรูปของอินเดียเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี จากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว รายได้ประชาชนที่เพิ่มขึ้น และรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความต้องการในการบริโภคอาหารประเภทนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเมื่อปี 2568 ตลาดอาหารสำเร็จรูปในอินเดีย มีมูลค่าเกือบ 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อินเดียปลอมฉลาก "วันหมดอายุ" สะเทือนวงการอาหารสำเร็จรูป
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดในอินเดีย ชี้ว่า ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่มีส่วนแบ่งมากที่สุด อยู่ที่ 22.5% ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่ม และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยคาดการณ์ว่า ตลาดอาหารประเภทนี้จะมีมูลค่าสูงทะลุ 238,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2577 ซึ่งอินเดียไม่ได้บริโภคแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งไปขายในตลาดทั่วโลก ทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ หลายชาติในยุโรป ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย
การกวาดล้างขบวนการปลอมฉลากอาหารสำเร็จรูปล่าสุด กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของอาหารจากอินเดีย และทำลายความเชื่อมั่นของตลาดในต่างประเทศ
แคนาดา เป็นชาติแรกที่ออกมาให้ความเห็น หลังจากสื่อบางสำนักตั้งข้อสังเกต ว่า ฉลากบนผลิตภัณฑ์อาหารในโกดังที่มุมไบ เป็นฉลาก 2 ภาษา คือ อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับระเบียบของแคนาดาพอดี โดยสำนักงานตรวจสอบอาหารแคนาดา ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่า แคนาดาได้นำเข้าอาหารเหล่านี้จากอินเดียหรือไม่ และมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งยืนยันว่า ทางการแคนาดาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก
เบื้องต้นทางการอินเดีย ระบุว่า เจ้าของโกดังสินค้าในมุมไบดำเนินการในนามบริษัทผู้ส่งออกรายย่อย 19 แห่ง แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า มีอาหารถูกส่งออกไปแล้วหรือยัง หรือเตรียมที่จะส่งออกไปประเทศใด
เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร อีกหนึ่งเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในอินเดีย คือ การจัดทำฉลากเตือนบนบรรจุภัณฑ์ของอาหาร โดยเมื่อปลายเดือนที่แล้ว สำนักงานความปลอดภัยและมาตรฐานอาหารอินเดียเสนอให้มีการติดฉลากรูปหกเหลี่ยมสีแดง เพื่อบอกว่าอาหารดังกล่าวมีสารอาหารอะไรในปริมาณที่สูงบ้าง โดยจะพิจารณาจากไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และเกลือ
สารอาหารแต่ละอย่างมีเกณฑ์ของตัวเองและต้องเกินเกณฑ์อย่างน้อย 2 สารอาหาร จึงจะต้องติดฉลากเตือน ยกตัวอย่าง มันฝรั่งทอดติดฉลากเตือนว่ามีไขมันและเกลือสูง แต่ถ้าผลิตโดยลดปริมาณไขมันลงและพบเพียงเกลือสูงเกินเกณฑ์อย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องติดฉลากเตือนแต่อย่างใด จุดนี้จึงเป็นปัญหา
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ มองว่า การเลือกติดฉลากเตือนเฉพาะอาหารที่มีปริมาณสารอาหารเกินเกณฑ์อย่างน้อย 2 ชนิดขึ้นไป จะทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับทราบข้อมูลทางโภชนาการอย่างรอบด้าน และอาจเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการบริโภค
นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความสำคัญของการติดฉลากเตือนสารอาหารทุกตัวแบบแยกกัน โดยบอกให้ครบและชัดเจน รวมทั้งต้องอุดช่องโหวที่มีการยกเว้นสารอาหารบางประเภท เช่น น้ำผึ้ง น้ำตาลโตนด เป็นต้น ซึ่งการระบุข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจน เชื่อว่าจะช่วยลดการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพลงได้
ฉลากอาหารมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ในกรณีของการปลอมฉลาก ทางการอินเดียบอกว่าไม่ได้กล่าวโทษบริษัทเจ้าของแบรนด์ เพียงแต่อยากเรียกร้องให้บริษัทเพิ่มความรับผิดชอบในการตรวจสอบคุณภาพของบริษัทที่มาร่วมผลิต หรือรับช่วงเพื่อส่งออกด้วย
รายงานโดย ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์ ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
ช่วย 2 คนรอดชีวิต ติดอุโมงค์โรงไฟฟ้าเนปาล 9 วัน กู้ภัยยังค้นหาผู้สูญหายต่อ
โซลาร์เซลล์บ้านบาตัน จ.ยะลา ระเบิดเสียหาย 10 แผง จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบ
