วันนี้ (4 ก.ย.2569) นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เปิดเผยว่า ITD มุ่งสนับสนุนภาครัฐและเอกชนรับมือความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบการค้าโลกยุคใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยผลักดันองค์ความรู้จากงานวิจัย ไปใช้กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
ล่าสุดสถาบันฯ มีงานวิจัยทั้ง 4 เรื่องที่ครอบคลุม ระบบราง เกษตรยั่งยืน เศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ มีเป้าหมายเปลี่ยนข้อได้เปรียบของไทยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับจากผู้ขายสินค้าไปสู่การเป็น Trusted Partner ที่สามารถร่วมสร้างและเพิ่มมูลค่ากับคู่ค้าในเวทีโลก
สำหรับการวิจัยด้านการพัฒนา Data Center ในไทยและอาเซียน ระบุว่า ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของ AI และบริการดิจิทัล โดยกำลังติดตั้ง Data Center ทั่วโลกอยู่ที่ 114 กิกะวัตต์ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 226 กิกะวัตต์ในปี 2573 และ 277 กิกะวัตต์ในปี 2578
ถือว่าเป็นโอกาสของไทย แต่รัฐบาลต้องกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจน โดยเฉพาะการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาจากสิงคโปร์ หรือมาเลเซียที่ทำเรื่อง Data Center มาก่อน เพื่อที่ไม่ให้กับผลกระทบหรือดึงพลังงานหรือกระทบกับคนในประเทศ ซึ่งงานวิจัยเกี่ยวกับ Data Center ของสถาบันจะเสนอยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ดัน Data Center–เกษตร–โลจิสติกส์ ITD เร่งไทยปรับเศรษฐกิจ รับกติกาโลกใหม่
ทั้งนี้ไทยมีความพร้อมด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสีเขียว แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขการลงทุนให้ชัดเจน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานและทรัพยากร พร้อมศึกษาตัวอย่างจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีมาตรการกำกับ Data Center อย่างเข้มงวด เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์แก่ประเทศในระยะยาว
รองผู้อำนวยการ TDI กล่าวอีกว่า ตลาดโลกให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนมากขึ้น ทำให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือ Traceability กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ไทย จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบข้อมูล ให้ผู้บริโภคตรวจสอบแหล่งผลิตและมาตรฐานสินค้าได้อย่างชัดเจน
ดัน Data Center–เกษตร–โลจิสติกส์ ITD เร่งไทยปรับเศรษฐกิจ รับกติกาโลกใหม่
ปัจจุบันระบบข้อมูลยังแยกส่วนระหว่างหน่วยงาน การเสนอให้จัดทำมาตรฐานข้อมูลกลาง บูรณาการฐานข้อมูล และมีกฎหมายและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย เช่นเดียวกับการบูรณาการระบบรางสู่โลจิสติกส์เอเชีย ไทยมีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ในการเชื่อมโยงอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียใต้ แต่ต้องเชื่อมระบบราง ถนน ท่าเรือ ศุลกากร และกฎระเบียบข้ามพรมแดน ให้เป็นระบบเดียวกัน ควบคู่กับการลดต้นทุนขนส่ง เพื่อยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค และกระจายประโยชน์จากการค้าและการลงทุนสู่ท้องถิ่น
ดัน Data Center–เกษตร–โลจิสติกส์ ITD เร่งไทยปรับเศรษฐกิจ รับกติกาโลกใหม่
ขณะที่งานวิจัยด้านระเบียงเศรษฐกิจพิเศษและ FTA พบว่า SMEs ยังใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีได้ไม่เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะข้อกำหนดถิ่นกำเนิดสินค้าและมาตรฐานประเทศคู่ค้า จึงเสนอจัดตั้ง FTA Clinic ให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ จับคู่ธุรกิจรายใหญ่กับ SMEs และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ พร้อมยกระดับระเบียงเศรษฐกิจจากฐานผลิตและประกอบไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการวิจัย พัฒนา และออกแบบ ไปจนถึงปลายน้ำด้านแบรนด์และการตลาด
ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของไทยคือการสร้าง Connectivityเชื่อมโยงพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล ผู้ประกอบการ และกติกาการค้าเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของประเทศเป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันงานวิจัยไปสู่การกำหนดนโยบายและการปฏิบัติจริง รองรับโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างยั่งยืน
อ่านข่าว:
กกร.ปรับเป้า GDP ปี 69 โต 2.1-2.5% เร่ง Data Center เชื่อมลงทุนต่างชาติ ฝ่าเศรษฐกิจ K-Shape
ถอดรหัส Data Center ทำไมไทยต้องเป็น "สมองกลดิจิทัล" แห่งใหม่ของอาเซียน
พลังงาน-ทองคำ-เทคโนโลยีหนุน สนค.เผยราคาส่งออก-นำเข้า ก.ค.โตชะลอ
Data Center คืออะไร สำคัญอย่างไร ?
