วันนี้ (24 ก.ค.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ชี้แจงปมดรามาในโซเชียลมีเดีย หลังให้สัมภาษณ์ไม่อยากใช้คำว่า "ไล่ล่า" กรณีคนร้ายก่อเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ที่ จ.นราธิวาส ว่า เสียใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีอะไรช้ำใจเท่ากับเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงตำหนิว่า ไม่รักลูกน้อง เพราะในฐานะเป็นทหาร คนที่เป็นผู้พัน-ผู้การ ไม่มีอะไรช้ำใจเท่ากับการที่ลูกน้องเสียชีวิตจากการสู้รบ
พล.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้สีเขียวจับหนังหัวตนอยู่ตลอดเวลาไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้ว่าบทบาทเป็น รมว.กลาโหม และยืนยันว่า ลูกน้องต้องไม่ตายฟรี และบอกกับแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าให้จับตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้
ในฐานะและบทบาทของรัฐมนตรี ถ้าไปพูดอะไรที่รุนแรงกว่านี้ ก็อาจเป็นการยกระดับสถานการณ์ เหมือนนำน้ำมันไปเติม แต่เมื่อจำเป็นต้องพูดความในใจก็ต้องพูด ทั้งนี้ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับถูกหาว่าไม่รักลูกน้อง และเสียใจกับคำพูดที่ไม่ได้สื่อสารออกไปทั้งหมด
ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ได้โมโห และไม่ได้มีความขัดแย้งกับเสนาธิการทหารบก โดยสื่อสารกันก่อนที่เสนาธิการทหารบก จะลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.)
พล.ท.อดุลย์ ยังขอโทษที่สื่อสารออกไปแล้ว ไม่ได้สร้างความเข้าใจได้มาก เพราะไม่ได้มีวาทกรรมหล่อสวย เมื่อสื่อมวลชนถามก็ตอบไป โดยไม่ได้คิดว่าผลกระทบจะรุนแรงขนาดนี้ และเสียใจกับคำพูดของหลายคนว่า เป็นทหารเมื่อมาเป็นการเมือง ก็เปลี่ยนแปลง ขอยืนยันว่าไม่ได้หลงใหลได้ปลื้ม ไม่ได้ยึดติดอะไร
ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ พล.ท.อดุลย์ มีท่าทีหนักแน่น และ มีน้ำตาคลอ
อ่านข่าว :
กองทัพชูแผนสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย สกัดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง
ทบ.ชี้กลุ่มแนวร่วมใช้ AI แต่งภาพ "รอยสัก" บิดเบือนเป็น จนท.รัฐ
ผบ.ฉก.นราธิวาส สั่งใช้อำนาจกฎอัยการศึก กระชับพื้นที่ ตรวจค้น ตามตัวผู้ก่อเหตุรุนแรง
