แม้รัฐมนตรีกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ จะให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยและไม่อยากให้ใช้คำว่าไล่ล่า หลังมีปฏิบัติอุกอาจถล่มทหารพราน ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อค่ำ 22 ก.ค. แต่เห็นว่าต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีหน่วยงานที่เป็นเครื่องมืออยู่แล้ว เช่น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต.
กระทั่งโดนทัวร์ลงโดนด่า ไม่เห็นใจทหารที่เป็นลูกน้อง เพราะผู้คนทั่วไป ส่วนใหญ่จะเอนเอียงชอบไปทางคำพูดของเสนาธิการทหารบก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ที่ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุในวันถัดมา ประกาศกร้าวถึงเวลาที่เราต้องเป็นผู้ล่าบ้าง
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
เนื่องจากมีทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 คน และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 5-6 คน รวมทั้งเด็กอายุ 10 ขวบ
ประกอบกับคลิปภาพเหตุการณ์ ที่ถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียล ได้เห็นถึงการลงมืออย่างโหดเหี้ยม และกลายเป็นเรื่องร้อนสำหรับคนไทยทั่วไป
แม้แต่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังใช้คำว่า แย่มาก เป็นการกระทำที่อุกอาจ เราต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด หน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องทำทุกทาง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมทั้งเรื่องเดินหน้าเจรจา
นายกฯ ยังสั่งการขันน็อต เรื่องประสิทธิภาพ ในทั้งเรื่องการป้องกัน การปราบปราม และการข่าว
สอดคล้องกับนักการเมืองอาวุโส อย่างนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ เป็นคนเสนอให้ยุบ กอ.รมน. ในการประชุม กมธ. งบประมาณ ปี 70 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน
นายวันนอร์ ชี้จุดบอดไปที่การข่าว หากดีกว่านี้ กลุ่มผู้ก่อการร้ายคงไม่มาพร้อมอาวุธครบมือขนาดนี้
สะท้อนความหละหลวมหรือช่องโหว่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับเรื่องการข่าว ทั้งที่หลายหน่วยงานในพื้นที่ ล้วนต่างมี "ฝ่ายข่าว" ทั้งสิ้น มีทั้งคนและงบประมาณ
ไล่ล่าหรือเจรจาหนทาง "ดับไฟใต้"
ขณะที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เต็มไปด้วยด่านตรวจของทั้งตำรวจและฝ่ายความมั่นคงเป็นระยะ ๆ กว่าจะลงไปถึงตันหยง อ.เมืองนราธิวาส หรือ อ.ระแงะ
ก่อนหน้านี้ กรณีเหตุลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ที่ อ.บาเจาะ รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ นักวิชาการ มอ.ปัตตานี เคยตั้งข้อสังเกตว่า ผ่านจุดตรวจที่มีหลายด่าน ทั้งที่มีอาวุธที่ใช้ในสงครามมาได้อย่างไร
ยิ่งต่อมามีความชัดเจนว่า ทั้งคนทั้งรถมีส่วนเกี่ยวโยงกับหน่วยงานรัฐ อย่าง กอ.รมน. ยิ่งทำให้การถูกตั้งข้อสังเกต และคนในพื้นที่พูดถึงประเด็นนี้ในวงกว้าง ด้วยความไม่สบายใจ
แม้ในทางปฏิบัติปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้องมีการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุที่ยิงถล่มสังหารทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย แต่จะเข้มข้นหรือได้มรรคผลแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ท่ามกลางความสงสัย ใคร่อยากรู้ของผู้คนในพื้นที่ ที่อยากทราบว่า เป็นฝีมือของคนกลุ่มไหน จึงสามารถหลุดรอดจากด่านตรวจที่เข้มข้นในพื้นที่ได้
ไล่ล่าหรือเจรจาหนทาง "ดับไฟใต้"
แต่ที่เชื่อว่า จะเดินหน้าแน่ ๆ คือการเจรจาสันติสุข หลังจากนายอนุทิน ได้แต่งตั้งคณะเจรจาฝ่ายไทยเป็นชุดแรกของรัฐบาลชุดนี้ นำโดย นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย ซึ่งนับเป็นพลเรือน คนที่ 2 ที่จะทำหน้าที่เจรจากับฝั่งบีอาร์เอ็น
ฟังจากคำพูดผ่านระบบออนไลน์สู่เวทีเสวนาสาธารณะ "มองสถานการณ์ชายแดนใต้ ซีซันใหม่ ข้อท้าทายและความหวัง" ที่จัดขึ้นโดย มอ.ปัตตานี เมื่อ 18 ก.ค.2569 นอกจากยืนยันว่า กลุ่มที่พูดคุยด้วยคือ บีอาร์เอ็นเป็นตัวจริงแล้ว
ยังคงเน้นกรอบข้อตกลง 3 แนวทาง คือ การยุติความรุนแรง การปรึกษาหารือสาธารณะ และแสวงหาทางออกทางการเมือง ประเดิมและให้น้ำหนักไปยังการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน ซึ่งตรงกับแนวทางของหลายภาคส่วน
แต่จะบรรลุเป้าหมายแค่ไหน ยังไม่มีใครกล้าฟันธงล่วงหน้าได้ เพราะที่ผ่านมา มีการเจรจาสันติสุขหลายครั้งในหลายรัฐบาล ยังไม่ได้มรรคผลที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด แม้แต่พื้นที่ปลอดภัย 1 อำเภอ 1 จังหวัด เพื่อนำร่อง
แต่กระนั้น การเจรจาสันติสุข ยังคงเป็นแนวทางที่หลายฝ่าย รวมทั้งภาคประชาสังคมในพื้นที่ ยังให้การสนับสนุน เพราะอย่างน้อยเคยเห็นพ้องต้องกันเรื่องไม่ใช้สถานที่ อย่างโรงพยาบาล โรงเรียน เป็นพื้นที่ปฏิบัติหรือใช้ความรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์ บุกยึด รพ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นฐานในการต่อสู้กับทหาร เมื่อปลายปี 2559
เพราะสงครามการสู้รบ มักจบลงที่โต๊ะเจรจา ไม่ใช่การใช้กำลังและอาวุธ
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"บิ๊กดุลย์" น้ำตาคลอ ช้ำใจโดนตำหนิไม่รักลูกน้อง ลั่นทหารต้องไม่ตายฟรี
สมช.เดินหน้าพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ควบคู่ใช้กฎหมาย รับมาเลย์ทำให้สงบได้
จนท.เชื่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี เป็นฝีมือกลุ่มเคลื่อนไหวในนราธิวาส
