วันนี้ (24 ก.ค.2569) เวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 3/2569 ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ซึ่งฝ่ายเลขานุการและคณะทำงาน ได้นำรายละเอียดข้อสังเกตต่าง ๆ มาให้ดู และได้พิจารณาเป็นโครงร่างรายงานเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ
การพิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งที่ว่าง และต้องการบรรจุแต่งตั้งของแต่ละหน่วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จำนวนเท่าใด และเหตุใดถึงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
กระบวนการก่อนการสอบมีจุดบกพร่องอย่างไร โดยพบเห็นอยู่หลายประการ รวมถึงทีโออาร์ และจะระบุตัวตนว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนใด
ในกระบวนการจัดสอบ การทำสัญญาจ้าง พบบกพร่องมาก ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ทำอยู่เป็นปกติ รวมถึงตรวจสอบกระบวนการเก็บเอกสารผลการสอบ และการประกาศผล เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หรือไม่ เพราะหน่วยจัดสอบที่เป็นมหาวิทยาลัยควรดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เคยทำ เช่น มาตรฐานสอบเอ็นทรานซ์ และมาตรฐานสอบของมหาวิทยาลัย
กระบวนการประกาศผลสอบและการบรรจุแต่งตั้ง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น เช่น การบรรจุเดิมอัตรา 8,000 ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อบรรจุเพิ่มเป็น 10,000 ตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือมีมติอะไรรองรับหรือไม่
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเรื่องแล้ว หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ในการแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็วและโปร่งใส มีผู้ใดส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ส่วนเส้นทางการเงิน ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะรับไปดำเนินการต่อ โดยช่วงวันหยุดนี้จะระดมคณะทำงานเพื่อที่จะปิดเล่มรายงาน แล้วเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในการสั่งการต่อไปในวันที่ 4 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการตรวจสอบว่า เป็นในส่วนขั้นตอนผิดปกติ หรือระบุบุคคลที่กระทำผิดด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ให้ฝ่ายเลขานุการระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการว่ามีใครบ้าง การประกวดราคา คณะกรรมการชุดแรกที่อนุมัติ ก็จะเห็นว่าหากพบข้อบกพร่อง ใครบ้างที่ต้องไปตรวจสอบและรับผิดชอบ
"เราจะไม่ชี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องถ้าเป็นเรื่องวินัย หน่วยงานก็ต้องไปตั้งกรรมการสอบเอง แต่ถ้าเป็นทางอาญาหรือปกครอง ก็เป็นเรื่องของตำรวจ และ ป.ป.ช. โดยเราจะบอกแค่รายละเอียด แต่ไม่ได้บอกว่าคนไหนผิดอะไร อย่างไร เพราะต้องไปพิสูจน์เจตนาและการกระทำ แต่รายชื่อคนที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนจะระบุไว้ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 คน พร้อมย้ำว่าทุกคนยังไม่ได้ผิด แค่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมดว่ามีใครบ้าง ซึ่งกระบวนการสอบ ยังไม่ถึงขั้นรับเงิน จ่ายเงิน แต่จุดไหนที่โดดเด่นก็จะชัดเจนในตัวเอง" นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า การทำงานของเราเป็นสารตั้งต้น ซึ่งในรายงานจะแจ้งนายกรัฐมนตรี และมีข้อเสนอแนะให้ส่งรายงานนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ป.ป.ช. ตำรวจ ปปท. และ ปปง. ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป พร้อมยอมรับรายชื่อที่เกี่ยวข้อง มีทั้งภาครัฐและเอกชน
ผมจะระบุหมดว่าใครเกี่ยวข้องในช่วงเวลาไหน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำผิด แต่จะผิดหรือไม่ผิดก็ไปลุยกันต่ออีกรอบ
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องมีทั้งผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบ และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เกี่ยวข้องกับการสอบ ส่วนผลสอบของคณะกรรมการชุดนี้ จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ว่าหน่วยงานใดหากจัดสอบครั้งต่อไป ควรจะปิดช่องว่างตรงไหนบ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบอะไร ก็เป็นอีกเรื่องที่ส่งไปตามหน่วยงาน ขณะที่การบรรจุแต่งตั้งจะทำอย่างไรต่อไปนั้น เคยมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว คงไม่มีอะไรผิดไปจากนั้น
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า การประชุมของคณะกรรมการชุดนี้เสร็จแล้ว แต่จะประชุมครั้งสุดท้ายวันที่ 4 ส.ค.นี้ เพื่อตรวจรายงาน ก่อนส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี
อ่านข่าว :
"อนุทิน" เปิดทำเนียบต้อนรับ "รมว.กลาโหมจีน" ชูธงผลักดันกลไก 2+2
"รุทธพล" เผย DSI พบ "เซิร์ฟเวอร์บริษัท" เก็บข้อมูลธุรกรรมโยงคดี Forex
"บิ๊กดุลย์" น้ำตาคลอ ช้ำใจโดนตำหนิไม่รักลูกน้อง ลั่นทหารต้องไม่ตายฟรี
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
